<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

อดีตสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯซื้อ Bitcoin กับผู้ก่อตั้ง LTC กล่าว “ระบบธนาคารกลางควรถูกทำลาย”

ดร. Ron Paul อดีตสมาชิกสภาสหรัฐฯ นั้นเป็นหนึ่งในผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วว่าเป็นผู้ที่สนับสนุนคริปโต ล่าสุด เขาได้ไปเข้าร่วมงาน Litecoin Summit ที่ลาสเวกัสและได้รับ Bitcoin มา 1 BTC ซึ่งถือเป็น Bitcoin เหรียญแรกของเขา

ผู้ที่ให้ Bitcoin กับดร. Paul ก็คือนาย Bobby Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง BTCC เว็บเทรด Bitcoin แห่งแรกที่ประเทศจีน, ผู้ก่อตั้ง Ballet สตาร์ทอัปที่ให้บริการ Wallet ซึ่งกำลังพยายามทำให้ Bitcoin และ Cryptocurrency ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากทั่วโลก และพี่ชายของนาย Charlie Lee ผู้สร้างเหรียญ Litecoin

นาย Lee ได้ให้ Bitcoin ที่ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 9,300 ดอลลาร์ไว้ใน Ballet ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะให้กับนาย Paul เลย

Ballet นั้นจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บคริปโตที่ต้องการไว้ในนั้นได้ ซึ่งในปัจจุบันมันรองรับ 4 เหรียญหลัก ๆ ได้แก่ Bitcoin, Litecoin, Ethereum และ XRP ซึ่งแน่นอนว่า Ballet นั้นเป็น Cold Wallet ที่เก็บแบบออฟไลน์เพื่อป้องกันแฮ็กเกอร์ ผู้ใช้งานสามารถใช้แอปฯ Ballet Crypto ในการทำธุรกรรม, เช็กราคาเหรียญในตลาด และเปิดใช้งานเหรียญอื่น ๆ ได้ด้วย

“เกือบลืมบอกไป ผมเพิ่งให้ Bitcoin เหรียญแรกกับดร. Ron Paul ซึ่งมันอยู่ในกระเป๋า Ballet ที่มี Serial Code AA000820 ที่ตรงกับวันเกิดเขาด้วย และเขาก็ชอบสีทองนี้มาก”

ความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลของดร. Paul

ในงาน Litecoin Summit ดร. Paul ได้แสดงความเห็นว่า ควรจะมีการแบ่งแยกกันระหว่างรัฐและสกุลเงิน และกล่าวว่ารัฐบาลนั้นมีอำนาจที่มากเกินไป:

“สองสิ่งที่รัฐบาลชอบทำกับสกุลเงินก็คือ การผูกขาดเงินและกระบวนการทางการเงิน”

เขาได้กล่าวว่า ตอนนี้โอกาสที่แท้จริงสำหรับผู้สร้างนวัตกรรมต่าง ๆ คือการกำจัด ‘กระบวนการและแนวคิดของการที่ต้องมีธนาคารกลาง’:

“การที่มีชุมชนคริปโตแบบนี้นั้นดีกับสังคม, จริยธรรม และเศรษฐกิจกว่ามาก เพราะตอนนี้ระบบต่าง ๆ ถูกสร้างบนหนี้ และหนี้ก็ไม่สามารถคงอยู่ตลอดไปได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันนี้ก็ตาม ผู้คนจะคิดว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป และนี่เราพูดถึงตลาดหุ้นที่กำลังไปในระดับ 50,000 และ 60,000 แต่มันเป็นของปลอม มันเป็นความมั่งคั่งปลอม ๆ”

“ถ้าสิ่งที่ธนาคารกลางทำคือการสร้างจำนวนเงินโดยการพิมพ์เงินเพิ่มและทุกคนคิดว่ากำลังมั่งคั่งขึ้น คนที่คิดแบบนั้นก็มีความเชื่อที่ผิดแล้ว มันเป็นความมั่งคั่งปลอม ๆ ต่างหาก มันทำให้เกิดการลงทุนที่ผิดพลาด มันส่งเสริมรัฐบาลใหญ่ ๆ มันส่งเสริมการกู้ยืม มันส่งเสริมผู้คนให้ทำการกู้ยืมสินเชื่อนักเรียนที่ตอนนี้มีมูลค่ากว่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งประเทศของเราต้องการให้ทั้งโลกเจอกับหนี้ก้อนใหญ่”

“ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังจะถึงหมดยุคสมัยของมันแล้ว และเมื่อมันจบลง มันจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ๆ แต่ถ้าเรารู้และเข้าใจมันมากเท่าไร เราก็ยิ่งสามารถเตรียมตัวได้มากเท่านั้น เพราะงั้นการที่เรายิ่งมีความเหนือกว่าในด้านกายภาพ, จริยธรรม, การเงิน และสามารถเอาตัวรอดได้ดีเท่าไรก็ดีเท่านั้น”

สิ่งที่ดร. Paul สื่ออาจจะหมายถึงวิกฤติเศรษฐกิจที่มีกระแสว่ากำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้ และวิกฤติเศรษฐกิจนั้นก็ไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่ เพราะเคยเกิดขึ้นมาหลายรอบแล้ว ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นก็มักจะมาจากการที่ธนาคารกลางหรือรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ทำการผูกขาดเงินแบบผิด ๆ เช่นออกนโยบายที่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด จนทำให้ระบบเศรษฐกิจพังทลายลงนั่นเอง เพราะงั้นการที่มีระบบการเงินซึ่งไม่มีใครสามารถผูกขาดได้จึงเป็นเรื่องจำเป็นในแง่มุมของเขา เนื่องจากจะไม่ต้องมากังวลปัญหาเหล่านั้นนั่นเอง

ที่มา : dailyhodl