<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สาเหตุที่ราคาเหรียญของผู้อ้างตัวเป็น Satoshi อย่าง Bitcoin SV ถึงพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เราจะเห็นได้ว่าในสัปดาห์นี้ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมือง แต่ในขณะที่ Bitcoin กำลังปรับฐานราคาลดลงอยู่นั้น ราคาเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ตัวอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ได้ต่างพากันร่วงลงกว่า 8% จากระดับสูงสุดในสัปดาห์นี้

แต่ท่ามกลางความผันผวนที่เกิดขึ้นนั้น กลับมีเหรียญที่ดีดตัวพุ่งขึ้นมาอย่างโดดเด่น ซึ่งก็คือเหรียญคริปโตที่ถูก Fork แยกออกมาจาก Bitcoin นั่นเองและทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ Bitcoin SV

โดยหากว่าเราดูข้อมูลราคาของคู่เงิน BSV/USD ในกระดานเทรด Bitstamp บน tradingview เราจะเห็นได้ว่าราคานั้นพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วกว่า 40% จนกลายเป็นแท่งสีเขียวในกราฟรายวันขนาดใหญ่ยักษ์บนกราฟ 

ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ BSV เท่านั้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาเหรียญ Bitcoin ที่ถูก Fork แยกออกมาจาก Bitcoin ตัวอื่น ๆ ก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเราจะเห็นได้ว่าราคาของเหรียญ BCH, BTG และ BCD บน Coinmarketcap นั้นมีกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในวันนี้

แต่ทำไมราคาของเหรียญ Bitcoin Fork เหล่านี้ถึงพุ่งขึ้นมาในวันนี้ ? อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ? ซึ่งนี่คือสิ่งที่หลายใครต่างสงสัยและได้ตั้งสมมุติฐานว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับ ดร. Craig S. Wright ผู้ที่ชอบอ้างตัวเองอยู่เสมอว่าเขานั้นคือบิดาผู้สร้าง Bitcoin ตัวจริง

โดยเมื่อวานนี้มีการหลักฐานเปิดเผยว่านาย Wright นั้นมี “Tulip Trust” อยู่ในครอบครองแล้วจริง ๆ ซึ่ง Tulip Trust ก็คือสิ่งที่จะสามารถยืนยันได้ว่าเขาสามารถเข้าถึง Bitcoin (BTC) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้นั่นเอง

ดังนั้นแล้วหากนาย Wright นั้นเป็นเจ้าของเงิน Bitcoin เหล่านั้นจริง เขาก็อาจจะเทขาย Bitcoin ที่เกลียดเขามาโดยตลอดและหันมาผลักดันราคาเหรียญ Bitcoin SV ของเขาแทน

ก่อนหน้านี้เขาได้เคยกล่าวไว้ในช่วงปลายปี 2019 ว่าจะมีข้อบกพร่องหรือบั๊คเกิดขึ้นในระบบของ Bitcoin และมันจะเป็นการเข้าไปทำลาย Chain ทั้งหมดที่มีอยู่ (แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีวี่แววของบั๊คดังกล่าวเกิดขึ้น)

อย่างไรก็ตามเรื่องราวทั้งหมดนั้นได้ทำนักลงทุนต่างตื่นตระหนกและพากันหันมาเก็งกำไรในเหรียญ Bitcoin SV และเหรียญ Bitcoin Fork ตัวอื่น ๆ แทนจนทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในวันนี้

ที่มา : en.ethereumworldnews

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น