<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ราคา Bitcoin อาจพุ่งแตะ 12 ล้านบาทหลังจากการ Halving อ้างอิงจากกราฟในอดีตที่ผ่านมา

อย่างที่เราทราบกันดีว่าโดยส่วนใหญ่แล้วแนวทางการเทรดหรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโตทั้งหลายในปี 2020 ต่างมองไปในแง่บวกและกระทิงเป็นอย่างมาก 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะทางด้านของกราฟหรือ Technical ก็คงค่อนจะแสดงออกมาอย่างเด่นชัดว่าเป็นไปในแง่บวกแต่กราฟ Bitcoin และคริปโตเคอเรนซี่ หลังจากที่มีการลงมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ช่วง 2018 จนถึงปี 2019 

นอกจากในด้านของกราฟแล้วอีกหนึ่งในส่วนที่สำคัญอย่างมากเลยก็คือในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน หรือ Fundamental ที่มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก และการพูดถึงของนักเทรดทั้งหลายต่างพูดถึงการคาดการณ์ Bitcoin ในปี 2020 

นั้นก็คือการให้ Block Reward ของ Bitcoin ที่จะเกิดการ Halving หรือให้รางวัลน้อยลงกว่าเดิมครึ่งนึงจากทั้งหมด ซึ่งทำให้หลาย ๆ เชื่อว่า Bitcoin อาจจะเกิดการขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ไปแตะถึง 400,000 ดอลลาร์หลังจากนี้ 

อ้างอิงจากการ Halving ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2010 Bitcoin มีการขึ้นจาก 2.01 ดอลลาร์ไปจนถึงจุดสูงสุด 270.94 ดอลลาร์ มากถึง 13,000 เปอร์เซ็นต์ 

ในครั้งที่ 2 ที่เกิดการ Halving กรกฎาคม 2016 เราจะเห็นได้ว่าเกิดการขึ้นอีกครั้งใหญ่จาก 164.01 ดอลลาร์ไปจนถึงจุดสูงสุดตลอดกาลของพวกเขาอย่าง 20,074 ดอลลาร์มากถึง 12,000 เปอร์เซ็นต์นับว่าเป็นการขึ้นครั้งยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก 

เมื่อคำนึงและคิดถึงสิ่งที่ผ่านมาในทำนองเดียวกันกับที่กำลังจะเกิดการ Halving ครั้งที่ 3 ในเดือนพฤษภาคม 2020 ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า  Bitcoin อาจจะมีมูลค่าโดดไปสูงถึง 400,000 ดอลลาร์ก็ว่าได้ 

จะเกิดอะไรขึ้นก่อน ? 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Bitcoin มีการเติบโตที่สูงมากในการ Halving ทั้งครั้งที่ 1 และ 2 และมันคล้ายคลึงกันมาก ๆ ในปริมาณที่เกิดการขึ้นอย่างเหมาะสม ยิ่งทำให้การวิเคราะห์ทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นของราคาใรครั้งที่ 3 ที่จะใกล้เคียงกับครั้ง 1 และ 2 ดูจะมีน้ำหนักมากขึ้นและเป็นไปได้มากที่สุด 

ตามที่ได้มีการโพสต์อธิบายไว้ใน Medium ของ  Rekt Capital เมื่อ Bitcoin ผ่านการ Halving และทยานจุดสูงสุดเป็นครั้งแรก Bitcoin ได้เข้าสู่ช่วงตลาดหมีอย่างรวดเร็วไม่ต่างกับการขึ้นโดยมีการปรับตัวลดลงมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุดที่ทำได้ และการลดลงยังมีนัยสำคัญและค่อนข้างเร็วอีกทั้งยังเกิดเป็นตลาดหมีที่กินระยะเวลานานถึง 87 วันด้วยกัน 

อีกทั้งในครั้งที่ 2 ของการ Halving ก็ดูจะเหมือนกับครั้งแรกเป็นอย่างมากกับครั้งที่ 1 เพราะอย่างที่เราพึ่งผ่านกันมาไม่นานหลังการขึ้นไปแตะที่จุดพีค 20,000 ดอลลาร์มาได้สำเร็จ ราคาได้มีการปรับตัวลดลงอย่างหนักหน่วงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ตลาดหมีดูจะทวีความรุนแรงกว่าเดิมและกินระยะเวลาเป็นปีกว่าที่โลกของคริปโตเคอเรนซี่จะฟื้นตัวได้สำเร็จ 

แน่นนอนว่าทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นในการ Halving ทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้คล้ายกันเกินไป 

แต่ยังคงมีความแตกต่างกันที่ค่อนข้างจะสำคัญอยู่นั้นกคือในเรื่องของระยะเวลา ความยาวนานของตลาดหมีที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต่างกัน โดยครั้งแรกที่เกิดการ Halving ที่ใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าเดิมอย่างในครั้งแรกที่ 513 วัน กับครั้งที่ 2 ซึ่งสูงถึง 1068 วัน มากกว่าเดินเป็นเท่าตัวในครั้งที่ 2 

การ Halving ครั้งที่ 3 จะเป็นเหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มาหรือไม่

แม้ว่าจะอีกหลายเดือนกว่าที่จะถึงการ Halving ของ Bitcoin ครั้งต่อไปเราก็ยังพอที่จะสามารถดึงความคล้ายคลึงจากในอดีตมาเปรียบเทียบได้ไม่ยากนัก 

จากการใช้เหตุการณ์ในอดีตพอจะมองได้ว่า หลังจบการขึ้นไปที่ 20,000 ดอลลาร์ Bitcoin ได้ลงไปจุดต่ำสุดอยู่ที่ 3,152 ดอลลาร์ หมายความว่าพวกมันใช้เวลาถึง 519 วันในการลงไปถึงด้านล่างนั้นเป็นไปได้ว่าการขึ้นครั้งต่อไปที่จะมาถึงอาจจะมีการลดลงที่ยาวนานเกินกว่าครั้งก่อนอย่างแน่นอน 

และหากย้อนกลับไปมองจากในราคาปัจจุบันซึ่งขึ้นมามากถึง 340 เปอร์เซ็นต์ในขณะที่เขียน และเตรียมตัวที่จะเกิดการ Halving ในครั้งที่ 3 ต่อไป 

ดูเหมือนว่าแนวโน้มของ Bitcoin จะส่งเสริมให้เกิดการขึ้นต่อไปในเร็ว ๆ นี้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า Bitcoin และคริปโตเคอเรนซี่ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้หากอย่างนั้นแล้วละก็โปรดจงระวังไว้จะดีที่สุดเพราะอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้