<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

หนุ่มอายุน้อยร้อยล้านถูกจับกุมข้อหาขโมยเหรียญคริปโตมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านบาท

อ้างอิงรายงานล่าสุดจากทาง Infosecurity Magazine นั้นได้มีการเปิดเผยถึงการเข้าจับกุมของอาชญากรหนุ่มสัญชาติแคนาดาในชื่อ Samy Bensaci ซึ่งได้ถูกตั้งขอหาว่าได้เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมดำเนินการขโมยสกุลเงินคริปโตจำนวนหลายล้านดอลลาร์จากทั้งผู้ครอบครองชาวอเมริกาและแคนาดาของกลุ่มนักเจาะระบบ โดยตัวเขานั้นได้ถูกจับกุมนอกเมืองเกิดของเขาอย่าง Toronto ไกลถึงอีกฟากของทวีปอย่างเมือง Victoria 

ผู้ซึ่งตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่นั้นเป็นกลุ่มผู้เข้าร่วมงาน The Consensus ซึ่งได้ถูกจัดขึ้นภายในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯในช่วงต้นปี 2018 โดยปริมาณความเสียหายแก่ผู้เสียหายชาวสหรัฐฯนั้นสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ในขณะที่กลุ่มผู้เสียหายชาวแคนาดานั้นได้มีรายงานการเสียหายอยู่ในช่วงหลักล้านดอลลาร์เช่นเดียวกัน 

การดำเนินการขโมยเหรียญจากเหล่าผู้ใช้งานดังกล่าวได้เกิดขึ้นโดยอาศัยวิธีการที่เรียกกว่า SIM Swapping หรือการสลับเข้าใช้งานเครือข่ายของเป้าหมายนั่นเอง โดยการดำเนินการด้วยวิธีการดังกล่าวนั้นจะส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมและเข้าถึงเครือข่ายของผู้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการรับส่งสัญญาณและข้อความต่างๆ ภายในเครือข่ายอีกด้วย 

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวนั้นต้องอาศัยเทคนิคการหลอกลวงที่ซับซ้อนขึ้นมากกว่าการเจาะระบบเพียงอย่างเดียว โดยเหล่านักเจาะระบบนั้นจะใช้วิธีการดังกล่าวกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งพวกเขาได้มีข้อมูลส่วนตัวบางส่วนอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงใช้ข้อมูลดังกล่าวสวมรอยเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งดำเนินการเปลี่ยนซิมการ์ดให้แก่ลูกค้าเพื่อเข้าติดต่อกับทางผู้ให้บริการต้นทางเพื่อให้มีการโอนการดำเนินการเข้ามาอยู่ในการควบคุมของเหล่านักเจาะระบบในที่สุด 

การดำเนินการในรูปแบบนี้จึงมีประสิทธิภาพอย่างมากในการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้งานสำหรับแพลตฟอร์มต่างๆซึ่งได้มีการป้องกันด้วยการเข้ารหัสสองชั้น (Two-factor Authentification) ที่นิยมใช้กันอย่างมากในปัจจุบันในการดำเนินการรับรหัสแบบจำกัดเวลาผ่านทางข้อความ (SMS) ซึ่งการโจมตีในรูปแบบนี้หากสำเร็จนั้นจะทำให้เหล่านักเจาะระบบสามารถเข้าถึงบัญชีต่างๆได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ตัวเจ้าของบัญชีจะรู้ตัวเสียอีก อีกทั้งกรณียังเป็นประโยชน์ในการโจมตีโดยไม่ต้องเผชิญกับระบบการป้องกันรหัสผ่านแบบอื่นๆอีกเช่นเดียวกันด้วย 

จากการดำเนินการดังกล่าวนั้นได้ส่งผลกระทบแก่นักลงทุนจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการคริปโตทั้งทางฝั่งของประเทศอเมริกาและแคนาดา เช่นนาย Rob Ross ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีสำหรับการดำเนินการกับกลุ่มอาชญากรดังกล่าวโดยการก่อตั้งโครงการ StopSIMCrime.org นั่นเอง

นอกจากนี้นาย DonTapscott ซึ่งเป็นทั้งผู้ประกอบธุรกิจคริปโตและนักเขียนชื่อดังสัญชาติแคนาดาสำหรับหนังสือเกี่ยวกับคริปโตอย่าง “ Blockchain Revolution: How the Technology Behind Bitcoin Is Changing Money, Business, and the World.” รวมทั้งตัวลูกชายของเขาอย่างนาย Alex Tapscott ยังเป็นหนึ่งในเหยื่อของการดำเนินการดังกล่าวอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการดำเนินการเจาะระบบซึ่งเกิดขึ้นแก่บริษัทของพวกเขาอย่าง The Star นั้นไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด โดยตัวนาย Don นั้นได้ออกมาขอบคุณมาตรการป้องกันที่ได้สร้างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงความร่วมมือในการเข้าสืบค้นและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาโดยฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลอีกด้วย 

ที่มา : Cointelegraph และ LaPresse

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น