<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้ก่อตั้งรถยนต์ Ford นาย Henry Ford เคยออกมาทำนาย Bitcoin ไว้เมื่อ 100 ปีที่แล้ว

อ้างอิงจากบทความของทางสื่ออย่าง Medium ซึ่งได้มีการเผยแพร่เนื้อหาซึ่งเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของผู้นำของทั้งวงการยานยนต์และอุตสาหกรรมของสหรัฐฯอย่างนาย Henry Ford ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทยานยนต์ยอทาง Ford นั่นเอง โดยบนความดังกล่าวนั้นถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งในชื่อ Tone Vays ซึ่งนำกรณีดังกล่าวเข้ามาเชื่อมโยงกับสกุลเงินคริปโตยักษ์ใหญ่ของตลาดอย่าง Bitcoin

ตัวนาย Tone Vays นั้นได้กล่าวผ่านโพสของเขาบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์โดยได้นำข้อความส่วนหนึ่งซึ่งกล่าวโดยนาย Henry Ford ซึ่งเป็นการคาดการณ์สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตร้อยกว่าปีข้างหน้าจากช่วงเวลาของตัวเขาเอง ซึ่งกล่าวในทำนองว่าจะมีการดำเนินการซึ่งแตกต่างไปจากสิ่งที่ผู้คนในยุคนั้นคุ้นชิน โดยเฉพาะกับการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศซึ่งไม่ถูกจำกัดให้มีการดำเนินการอยู่ในแวดวงกลุ่มธนาคารเท่านั้น 

“Ford นั้นมีแนวคิดที่ก้าวหน้าไปถึง 1 ศตวรรษในขณะนั้น ซึ่งในตอนนี้พวกเราทุกคนรู้ดีว่าสกุลเงินที่ถูกค้ำไว้ด้วยพลังงานนั้นจะมาเป็นอนาคต

เมื่อปี 1921 นาย Ford ได้ออกมาแนะนำแนวคิดของเขาให้กับผู้ที่ยังกังขาว่า

‘มันเป็นแค่เรื่องง่าย ๆ เกี่ยวกับการคิดและการคำนวณที่แตกต่างจากของพวกกลุ่มธนาคารนานาชาติเหล่านั้น ซึ่งเมื่อสิ่งนั้นมาถึง มันจะทำให้พวกเราจะคุ้นเคยกัน จนกระทั่งเราจะไม่คิดว่ามันจะมีมาตรฐานไหน ๆ ที่ดีกว่านี้อีก'”

นอกจากเนื้อหาดังกล่าวข้างต้น นาย Henry Ford ยังได้มีการพูดถึงการเชื่อมโยงมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้ากับพลังงานซึ่งจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ทรงมูลค่าอย่างมาก ซึ่งคำกล่าวนั้นมีหลักฐานปรากฎให้พวกเราเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆในทุกวัน โดยตัวเขาได้กล่าวถึงการเชื่อมสกุลเงินเข้ากับมูลค่าของพลังงาน ซึ่งนาย Tone Vays ได้นำมาเชื่อมโยงเข้าสู่สกุลเงินคริปโต โดยเฉพาะสกุลเงินซึ่งอาศัยพลังงานเป็นหลักในการดำเนินการบนเครือข่ายนั่นเอง 

ทั้งนี้เหตุผลที่นาย Henry Ford ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจนั้นมีที่มาจากประโยชน์ของสกุลเงินซึ่งอำนวยความสะดวกให้แต่ละประเทศสามารถที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของตัวเองได้โดยไม่ต้องก่อสงครามเพื่อแย่งชิงกันนั่นเอง  โดยแนวคิดดังกล่าวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในยุค 1920s ในการที่จะเชื่อมโยงมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้ากับมูลค่าของพลังงาน อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับการกระจุกตัวของความมั่งคั่งในกลุ่มคนบางส่วนในยุคนั้นซึ่งไม่ยอมที่จะเสียส่วนแบ่งของตัวเองไปอีกด้วย

ในจุดนี้เองที่เหรียญคริปโตซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการใช้พลังงานอย่าง Bitcoins นั้นจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ซึ่งเชื่อมโยงมูลค่าของตัวเองเข้ากับมูลค่าของพลังงาน โดยในมุมหนึ่งนาย Tone Vays ก็ได้แสดงความเห็นว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวของเหรียญ Bitcoin นั้นจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เหรียญดังกล่าวก้าวขึ้นเป็นผู้ครองตลาดกว่า 98% ได้ในที่สุด 

แต่อย่างไรก็ตามในอีกมุมหนึ่งของการดำเนินการของเหรียญอย่าง Bitcoin นั้นก็ได้มีการตอบโต้จากฝั่งนักอนุรักษ์ธรรมชาติเนื่องจากอัตราการใช้พลังงานในการขุดและดำเนินการบนเครือข่ายของเหรียญดังกล่าวนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าอย่างมาก ซึ่งเทียบเท่าได้กับการใช้พลังงานของประเทศไอแลนด์ทั้งประเทศโดยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมีเสียงบางส่วนในวงการกล่าวว่ากว่า 74% ของพลังงานที่ถูกใช้ในระบบนั้นมาจากพลังงานทางเลือกก็ตาม 

ดังนั้นแล้วเรายังควรที่จะจับตาดูต่อไปว่าเหรียญอย่าง Bitcoin นั้นจะพัฒนาจนอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่จะเป็นสกุลเงินคริปโตซึ่งสามารถที่จะตอบสนองต่อแนวคิดของนาย Henry Ford ในการสร้างสกุลเงินที่มูลค่าแปรผันเชื่อมโยงกับมูลค่าของพลังในซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ทรงมูลค่าที่สุดในโลกได้หรือไม่นั่นเอง