<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

4 สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 6,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนเมษายนสู่ระดับ 9,500 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

การพุ่งขึ้นของราคาในครั้งนี้ ดูเหมือนจะเริ่มชะลอตัวลดลงที่ระดับ $ 8,800 ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าเราอาจจะได้เห็นการกลับตัวของราคาที่จุดนี้

แต่อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นนี้ของสัญญาณทางเทคนิคแสดงให้เห็นแล้วว่า Bitcoin อาจจะยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อไป


สัญญาณที่เกิดขึ้นในช่วง Bull Run ของปี 2019 ได้ปรากฏอีกครั้งแล้ว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวชี้วัด Moving Average Convergence Divergence (MACD) ได้พลิกขึ้นมายืนเหนือกราฟรายสัปดาห์ของ Bitcoin ซึ่งนี่บ่งชี้ว่าราคาอาจจะปรับตัวดีดขึ้นไปในระยะกลาง

MACD เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึง “การเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มราคาและช่วงระยะเวลาของแนวโน้มนั้น ๆ ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด”

Bitcoin MACD chart

สัญญาณ MACD ของ Bitcoin ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในกราฟรายสัปดาห์แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของราคาที่พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงในอดีต

ในปี 2017 ตัวชี้วัดนี้ได้กลับตัวเปลี่ยนเป็นสีเขียวที่ระดับ $ 2,000 ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเป็น $ 20,000 ในช่วงต้นปี 2017 ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวขึ้นกว่า 1,000% และเมื่อตัวชี้วัดนี้มีแนวโน้มเป็นสีเขียวในเดือนมกราคม 2020 ราคาของ BTC ก็ได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากระดับ $ 8,000 ไปสู่ระดับ $ 10,500

ในทำนองเดียวกัน Bitcoin ก็เพิ่งเห็นแท่งเทียนสีเขียวเพิ่มขึ้นติดต่อกันยาวนานถึง 7 สัปดาห์ นาย Zack Voell นักวิเคราะห์การตลาดของ CoinDesk กล่าวว่า Bitcoin ได้รับผลกำไรรายสัปดาห์นานติดต่อกันถึง 7 สัปดาห์แล้ว ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่จบช่วงขาลง ในเดือนเมษายน 2019 

ในที่สุด Bitcoin ก็เริ่มที่จะแยกตัวออกจากหุ้น

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Bitcoin เริ่มมีความสัมพันธ์ที่แยกตัวออกมาจากตลาดหุ้น โดยเราสามารถเห็นได้จากกราฟด้านล่างของนาย Charles Edwards ผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล

นี่เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการคาดการณ์แนวโน้มขาขึ้นของ Bitcoin เนื่องจากนักวิเคราะห์กลัวว่าการร่วงลดลงของดัชนีหุ้น S&P 500 นั่นอาจส่งผลกระทบต่อ Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ 

Bitcoin chart decoupling

การแยกตัวออกจากตลาดหุ้น ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ Bitcoin โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแนวโน้มขาลงได้เกิดขึ้น หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

Federal Reserve มีแนวโน้มที่จะพิมพ์เงินมากขึ้นเรื่อย ๆ 

ในแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมานาย Jerome Powel ประธานธนาคารกลางสหรัฐได้ประกาศว่า เศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 :

“เราจะเห็นได้จากข้อมูลทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่สอง ซึ่งแย่กว่าข้อมูลครั้งไหน ๆ ในอดีต เนื่องจากผลกระทบโดยตรงของเชื้อไวรัสโคโรน่าและมาตรการที่เราใช้ป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส”

นาย Jerome Powel ได้ “สัญญา” ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะทำทุกวิถีทางเพื่อคงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำที่สุดเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านเงินทุนให้กับตลาดที่สำคัญ ๆ และจะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นด้วยเหตุนี้นักวิเคราะห์จึงเชื่อว่าการพิมพ์เงินของ Fed ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มมูลค่าทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับ Bitcoin

อัตราการ Hash Rate ของ Bitcoin พุ่งแตะจุดสูงสุดก่อนการ Halving

จากข้อมูลที่เปิดเผยโดย Glassnode ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านบล็อกเชนพบว่า ในช่วงเมื่อวานนี้อัตราการ Hash Rate ของ Bitcoin ได้พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 150 exahash ต่อวินาที

สิ่งนี้บ่งบอกว่าก่อนที่จะถึงช่วงเหตุการณ์ Halving ในอีก 8 วัน นักขุด Bitcoin ได้มีการจัดสรรเงินทุนของพวกเขาและเพิ่มกำลังขุดให้กับเครือข่ายมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังคงไม่ชัดเจนว่ามันเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวของเครื่องขุด ASIC ตัวใหม่หรือกฎระเบียบของจีนในเชิงบวกหรือไม่ ?

แต่ถึงกระนั้นนักวิเคราะห์ก็เชื่อว่านี่เป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับตลาดคริปโต เนื่องจากมันได้บ่งบอกถึงจุดจบของ “การยอมแพ้ของเหล่านักขุด” ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตใกล้ ๆ กับจุดเริ่มต้นในช่วงขาขึ้นของ Bitcoin

ที่มา : newsbtc

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น