<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Ethereum 2.0 ถูกเลื่อนไปไม่มีกำหนดอีกครั้ง นักพัฒนาเชิญคนนอกมาช่วยหาบั๊ก มีรางวัลให้

การเปิดตัว Ethereum 2.0 นั้นดูเหมือนว่าอาจจะต้องถูกเลื่อนไปอีกครั้งหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้ทางนักพัฒนากำหนดให้มีการเปิดตัวอัลกอริทึม proof-of-stake ในช่วงเดือนมิถุนายน 2020 ที่จะถึงนี้

แม้ว่าการออกมากล่าวของทางนักพัฒนาจะทำให้หลาย ๆ คนมองว่านั่นเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทาง Ethereum แล้วนั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีความแน่นอน เนื่องจากว่าพวกเขานั้นยังคงต้องเผชิญกับปัญหาทางเทคนิคอย่างเช่นบั๊กในระบบที่แก้ยากจนต้องถูกเลื่อนออกไปอีก ขณะเดียวกันเหรียญคู่แข่งอื่น ๆ นั้นดูเหมือนว่าอาจจะเป็นรายแรกที่ได้เปิดตัว proof of stake เสียแล้ว

อะไรที่ทำให้พวกเขาต้องกินเวลานาน

ปัญหาแรกเลยก็คือการตามหาบั๊กในโค้ดของพวกเขาที่ทำให้ Ethereum 2.0 ต้องถูกเลื่อนออกไปอีก โดยครั้งแรกสุดเลยนั้นมันถูกตั้งเป้าเปิดตัวไว้ตอนเดือนมกราคม 2020 นี้ โดยหากคุณเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นคงจะรู้ดีว่าการออดิตโค้ดและการตามหาบั๊กนั้นเป็นงานที่หนัก และจำเป็นที่จะต้องใช้เวลานานในการแก้ไขอย่างมาก ซึ่งในบางครั้งมันอาจกินเวลาเป็นเดือนเลยทีเดียว

ด้วยการที่ตัว client นั้นมีหน้าที่เพื่อเก็บข้อมูลบน blockchain และทำการตรวจสอบข้อมูลในการทำธุรกรรมนั้น มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ระบบจะต้องถูกเชื่อมต่อและใช้งานได้อย่างไร้ข้อบกพร่องตลอดเวลา ปัจจุบันมีตัว client ทั้งหมด 7 ตัวที่กำลังถูกพัฒนาเพื่อ Ethereum 2.0 อยู่ และส่วนหนึ่งในนั้นกำลังถูกปล่อยรันเพื่อการทดสอบเครือข่าย Schlesi ซึ่งถือเป็นเครือข่ายทดสอบแบบ multi-client ของ Ethereum 2.0 ตัวแรกสุด

เครือข่ายทดสอบ Schlesi ของ Ethereum 2.0 นั้นดูเหมือนว่าค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จพอสมควรจนทำให้มีการวางแผนเพื่อทำการทดสอบเครือข่าย cleint อื่น ๆ เพิ่มในเดือนหน้านี้ โดยทีมงานนักพัฒนานั้นกำลังเร่งแก้ไขข้อบกพร่องของโค้ด และกำลังเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนในการตรวจหาบั๊กอีกด้วย

แต่หากเราลองมองดูให้ลึกเข้าไปมากกว่านี้ว่าอะไรเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เกิดบั๊กเยอะขนาดนี้ ดูเหมือนว่าสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจากการที่กระบวนทัศน์ของผู้ใช้งาน Ethereum 2.0 นั้นมีความหลากหลายมาก จนทำให้เกิดการเลื่อนการเปิดตัวออกไปอีก

ปัจจุบันมีการติดตั้งตัว client ของ ETH 2.0 ทั้งหมด 7 ตัวด้วยกัน ซึ่งแต่ละตัวมีชื่อเรียกตามเจ้าของอย่างเช่น Cortex Nethermind, Ethereum Foundation Trinity, Lodestar ChainSafe, Prysm Labs Prysmatic, Sigma Prime Lighthouse, Status Nimbus และ Teku PegaSys

นอกจากนี้ทางนักพัฒนายังมีแผนการในการทำให้การตรวจหาบั๊กนั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วยการจัดตั้งโปรแกรม bug bounty เพื่อให้นักพัฒนาอิสระเข้ามาช่วยกันหาบั๊ก โดยจะมีเงินรางวัลตั้งแต่ 500 ดอลลาร์ไปจนถึง 10,000 ดอลลาร์ตามความร้ายแรงของบั๊ก

โครงสร้างที่ซับซ้อนและปัญหาการจัดการ

นอกเหนือจากปัญหาในเรื่องของบั๊กและการค้นหาบั๊กแล้ว ดูเหมือนว่ามันยังมีปัญหาในด้านการจัดการที่ส่งผลทำให้ Ethereum 2.0 ต้องถูกเลื่อนไปอีกด้วย

Blockchain ของ Ethereum นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นระบบที่ถูกรันโดยหน่วยงาน ๆ เดียว แต่จริง ๆ แล้วมันยถูกรันโดยทีมนักพัฒนาและจัดการหลาย ๆ ทีม โดยส่วนหนึ่งของทีมเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอิสระอื่น ๆ และการที่จะให้ทีมเหล่านี้มาทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ

หากจะให้อธิบายง่าย ๆ นั้นก็คือ ทีมหนึ่งกำลังแยกไปทำการพัฒนาตัว sharding หรือที่เรียกว่า clients ในขณะที่ทีมหนึ่งก็กำลังทำการตรวจสอบเรื่องระบบความปลอดภัย ในขณะที่อีกทีมก็กำลังพัฒนา Ethereum 2.0 ซึ่งแม้ว่าความหลากหลายของทีมดังกล่าวนี้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น แต่มันก็อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากและซับซ้อนได้อย่างมากในระดับที่กว้าง และอาจทำให้ task เล็ก ๆ นั้นต้องถูกละเลยได้

ยิ่งมีผู้คนเข้ามาช่วยในการพัฒนาแพลทฟอร์มเยอะมากเท่าไร ก็ยิ่งจำเป็นที่จะต้องมีระบบการจัดการผู้คนที่ดีมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงจำนวนซอฟต์แวร์ที่จะถูกโยนลงไปในวงของการทำงานอีกด้วย ดังนั้นทางผู้ที่คอยคุมโปรเจ็คจึงจำเป็นที่จะต้องคอยคุมด้านความเสถียรทางเทคนิคไปพร้อม ๆ กับการจัดการบุคลากรเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น

“เราไม่มีผู้คนที่สามารถช่วยเราได้จริง ๆ ในงานเหล่านี้” กล่าวโดยนาย Jameson Hudson หรือนักพัฒนา Ethereum

อย่างไรก็ตาม ทางรายงานไม่ได้ระบุว่าการเลื่อนของ Ethereum 2.0 ในครั้งนี้จะมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไร ดังนั้นเราก็ต้องรอดูกันต่อไป

ที่มา: dailyhodl

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ