<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

3 วิธีการทำกำไรในช่วงตลาดขาลง

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

การสร้างผลตอบแทนในโลกของคริปโตนั้นมีรูปแบบหลากหลายประเภทที่มากกว่าการซื้อถูกขายแพงในช่วงตลาดขาขึ้น ซึ่งปัจจุบันคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตลาดเข้าสู่โหมดขาลงมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ในวันนี้ทาง Siam Blockchain จะพาไปสำรวจ 3 วิธีการทำกำไรในช่วงตลาดขาลง

เปิด Short Position บนตลาด Futures 

สัญญา Futures หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นข้อตกลงในการซื้อหรือขายสินค้า สกุลเงิน หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ณ เวลาที่กำหนดในอนาคต ซึ่งสัญญาประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นหรือขาลงโดยการเปิด Short และ Long Position

รูปแบบการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้านี้เปิดให้บริการบนกระดานแลกเปลี่ยนชื่อดังอย่าง Binance, OKEx และ FTX เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วในตลาด Futures จะมีรูปแบบสัญญาให้เทรดด้วยกันอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

bitazza-may-768x90

  1. Long Position คือ การเปิดสัญญาที่คาดว่าราคาอ้างอิงของสกุลเงินดิจิทัลจะปรับตัวสูงขึ้น
  2. Short Position คือ การเปิดสัญญาที่คาดว่าราคาอ้างอิงของสกุลเงินดิจิทัลจะปรับตัวลดลง

ดังนั้นเมื่อนักลงทุนคาดการณ์ว่าราคาจะร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเปิด Short Position เพื่อทำกำไรได้ โดยมีเครื่องมือ Leverage ที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น แต่ควรระมัดระวังในการใช้ให้ดีเนื่องจากมีโอกาสที่จะทำให้นักลงทุนสูญเสียเงินต้นหรือถูกล้างพอร์ตได้ (Liquidated) หากราคาวิ่งสวนทางกับ Position ที่เปิด

กลับกันหากนักลงทุนมองว่าราคาจะขึ้นในระยะสั้นหรือยาว ก็สามารถเปิด Long Position เพื่อทำกำไรได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามหากราคาไม่เป็นไปตามสัญญาที่เราเปิด กล่าวคือหากเปิด Long Position แล้วราคาร่วงลง ก็อาจทำให้สูญเสียเงินต้นตามอัตรา Leverage ที่นักลงทุนได้เลือกไว้

ข้อดี

  1. สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลและรวดเร็วจากการปรับอัตรา Leverage ได้สูงถึง 125x
  2. สามารถทำกำไรได้แม้จะมีต้นทุนน้อย
  3. สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

ข้อเสีย

  1. ความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีโอกาสในการถูกล้างพอร์ต
  2. อาจขาดทุนได้อย่างรวดเร็วหากไม่เข้าใจการใช้งาน
  3. ไม่สามารถโอน ย้าย แลกเปลี่ยน เหมือนการซื้อขายในตลาด Spot

Defi สร้างผลตอบแทนในรูปแบบ Passive Income

Defi หรือ Decentralized Finance เป็นอีกหนึ่งกระแสที่มาแรงอย่างมากในปี 2021 นี้ ด้วยแนวคิด “ไร้ศูนย์กลาง” ทำให้เกิดแพลตฟอร์มกระดานแลกเปลี่ยนมากมายที่เราเรียกกันว่า DEX (Decentralized Exchange) ดังเช่น PancakeSwap, UniSwap หรือ SushiSwap เป็นต้น

ซึ่งหนึ่งไฮไลท์สำคัญบนแพลตฟอร์มไร้ศูนย์กลางเหล่านั้นที่นอกเหนือจากการ Swap เหรียญแล้วนั่นก็คือการ “ฟาร์ม” ที่สามารถสร้างกำไรได้ในรูปแบบของ Passive Income โดยหลักการง่าย ๆ คือการนำเหรียญ 2 เหรียญมาจับคู่ฝากไว้บนแพลตฟอร์ม DEX เช่น BNB- USDT

สิ่งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับแพลตฟอร์มจากนั้นจะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมจากการที่มีผู้ใช้รายอื่นมาใช้งานใน Pool ที่เราเพิ่มสภาพคล่องไว้ ซึ่งจะมีผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็น APR/APY ระบุบนหน้า Pool ในแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ตามนักลงทุนสายฟาร์มควรระมัดระวังความเสี่ยงในเรื่องของ Imperminent Loss ระหว่างการฟาร์มอันเนื่องมาจากความผันผวนของราคา ซึ่งการลดความเสี่ยงตรงนี้สามารถทำได้โดยการจับคู่เหรียญด้วย Stablecoin เช่น USDT-BUSD เป็นต้น

ข้อดี

  1. ได้รับ Passive Income
  2. สามารถนำเหรียญที่ติดดอยมาสร้างผลตอบแทนได้
  3. ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมถูก

ข้อเสีย

  1. มีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนเหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษามาแล้วในระดับหนึ่ง
  2. มีความเสี่ยงในเรื่องของ Imperminent Loss
  3. กรณีฟาร์มในแพลตฟอร์มที่ไม่น่าไว้วางใจ อาจสูญเสียเงินต้นได้

การซื้อขายสัญญา Options

Options เป็นเครื่องมือที่ให้สิทธิกับนักลงทุนในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงต่าง ๆ อย่างเช่น หุ้น ดัชนีตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ไปจนถึง Bitcoin ด้วยราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ของ Options สามารถทำได้ทั้งการเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยง

Options นั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ Call Options กับ Put Options โดยผู้ซื้อจะเรียกว่า Call Position ผู้ขายจะเรียกว่า Put Position โดย Call Options อนุญาตให้สามารถซื้อสัญญาที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ขณะที่ Put Options จะอนุญาตให้เจ้าของสัญญาขายสินทรัพย์อ้างอิง 

หากนักลงทุนคาดว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ให้ซื้อ Call Options แต่ถ้าหากคาดว่าว่าราคาจะปรับตัวลงก็ให้ซื้อ Put Options โดยสิ่งที่แตกต่างจาก Futures คือ Options หากเก็งผิดทางก็จะสูญเสียแค่เงินที่วางไว้ในสัญญา แต่จะไม่กินในส่วนของทุนไปด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ข้อดี

  1. สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
  2. เป็นวิธีป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ดี
  3. มีความเสี่ยงน้อย

ข้อเสีย

  1. สัญญามีวันหมดอายุควรตรวจสอบให้เรียบร้อย
  2. มีให้บริการบนแพลตฟอร์มกระดานแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
  3. มีเงื่อนไขรายละเอียดที่นักลงทุนควรเข้าใจก่อนทำการซื้อขาย

สิ่งสำคัญที่สุดในการเทรดช่วงตลาดขาลงนั่นก็คือการประเมินความเสี่ยงในการเทรด แม้ว่าปัจจุบันจะมีรูปแบบการเทรดมากมายที่สามารถทำกำไรได้ในทุกช่วงของตลาด แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีผู้เล่นอีกมากมายที่พร้อมจะทำกำไรไปด้วย

ทางที่ดีควรศึกษารูปแบบการใช้งานในแต่ละเครื่องมือให้ถี่ถ้วนเพื่อป้องกันความเสียหายเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง

miningpro-may-768x90