<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Peter Schiff ออกมาเยาะเย้ย Bitcoin อีก พร้อมเผยถึงสาเหตุที่ทำไมมันสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้เหรียญอื่น

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Peter Schiff CEO ของ Euro Pacific Capital ผู้ชื่นชอบลงทุนในทองคำได้ Twitter เพื่อโจมตี Bitcoin (BTC) อีกครั้ง โดยแสดงความคิดเห็นของเขาว่าทำไม BTC ถึงสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นจำนวนมาก

Schiff ทวีตว่าเขาเชื่อว่าสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของโลกอย่าง BTC กำลังสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาด เนื่องจากต้องแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อีกเกือบ 12,000 เหรียญ

เขาตั้งข้อสังเกตว่ามันไม่มี crypto ใดที่หายากในความเป็นจริง เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ๆ เกิดขึ้นในตลาดแทบทุกวัน และ Schiff คาดว่าอุปทานของ Altcoin จะทำลายอุปสงค์ของตลาดที่มีอยู่ในขณะนี้ทั้งหมด


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม มูลค่าของดัลนี Bitcoin Dominance Index อยู่ที่ 69.36% และในขณะนี้อยู่ที่ 63.47% โดยจุดสูงสุดถูกบันทึกเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 ที่ 84.23% ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มี Altcoin จำนวนมากเท่าปัจจุบัน 

Bitcoin ได้เอาชนะทุกสินทรัพย์แบบดั้งเดิมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 

ที่ผ่านมาในทวีตเตอร์ของ Schiff ยอมรับว่า BTC เอาชนะทองคำในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาและไม่เพียงแต่ทองคำเท่านั้น แต่ BTC ยังมีประสิทธิภาพเหนือกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตามการที่ทองคำสูญเสียชัยชนะให้กับ BTC ไม่ได้แปลว่า BTC จะดีกว่าทองคำ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์อื่นใดที่ทำกำไรได้มากกว่า

ทั้งนี้ Schiff ชี้ให้เห็นว่าในช่วงหกปีที่ผ่านมา Ethereum ก็ได้เอาชนะ BTC เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ แต่เขาสงสัยว่า Ethereum จะดีกว่า BTC จริงหรือ? เพราะถ้าดูจากความเชื่อของ Bitcoiners แล้วดูเหมือนว่าพวกเขาจะพิจารณาว่า Altcoins ทั้งหมดด้อยกว่า BTC รวมทั้ง Ethereum ด้วย

Peter Schiff กลายมาเป็นผู้มีอิทธิพลของบิทคอยน์

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 Schiff ได้รับการประกาศให้เป็นผู้มีอิทธิพลต่อบิทคอยน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองโดยแพลตฟอร์ม Lunarcrush

ซึ่งเขาถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อผู้มีอิทธิพลร่วมกับ Anthony Pompliano, Max Keizer และผู้ที่ศรัทธาใน BTC ที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามบิทคอยน์ยังคงเป็นผู้นำทางการตลาดและยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่ารวมสูงที่สุดในโลก และหลายประเทศเริ่มที่จะยอมรับบิทคอยน์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดตั้งกองทุน Bitcoin ETF ซึ่งเราต้องมาดูกันต่อไปว่าส่วนแบ่งทางการตลาดและอนาคตของบิทคอยน์จะเป็นเช่นไรต่อไป