<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

ฟีเจอร์ ‘ล็อคอินด้วย Ethereum’ กำลังมาในเร็ว ๆ นี้

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Facebook กำลังถูกเพ่งเล็งจากสื่อมวลชนและรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินธุรกิจที่ไร้จริยธรรม โดยบริษัทถูกกล่าวหาว่าพวกเขาจงใจแสดงฟีดที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน และไม่คิดที่จะแก้ไข เนื่องจากว่านั่นจะทำให้พวกเขาสูญเสียเงินเป็นจำนวนมหาศาล

หากคุณใช้บัญชี Facebook ของคุณเพื่อเป็นตัวช่วยในการล็อคอินหรือสมัครเว็บไซต์ออนไลน์อื่น ๆ นั่นแสดงว่าคุณอาจมีส่วนช่วยในการทำให้สังคมออนไลน์ Facebook นั้นเป็นพิษมากขึ้น และแม้ว่าคุณจะไม่ใช้ Facebook.com แต่คุณอาจทำเช่นเดียวกันนี้โดยใช้บริการช่วยสมัครและล็อกอินด้วย Google หรือ Apple โอกาสที่คุณจะถูกรัฐบาลสหรัฐฯขโมยข้อมูลส่วนตัวไปนั้นมีสูงมาก

แม้ว่าปัจจุบันความสวยงามของอินเตอร์เนทนั้นจะเป็นการใช้งานได้อย่างอิสระเสรีและไร้ตัวตน แต่บ่อยครั้งการให้ข้อมูลแก่บริษัทเพื่อแลกกับบริการนั้นทำให้ผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือการนำเอาข้อมูลส่วนตัวของเราเพื่อไปทำมิดีมิร้าย หรือการทำข้อมูลส่วนตัวของเรารั่วไหลโดยไม่ตั้งใจ

bitazza-may-768x90

นั่นคือปัญหา และปัญหาดังกล่าวนั้นส่งผลทำให้นักพัฒนา blockchain ต้องออกมาคิดค้นมาตรฐานระบบ login สำหรับผู้คน โดยเน้นด้านความเป็น decentralized ที่สูง เพื่อช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากเรื่องน่าปวดหัวที่กล่าวมาข้างต้น และหนึ่งในนั้นก็คือฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Sign-in With Ethereum

มันฟังดูเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ผู้ใช้ Ethereum ทั่วไปรู้กันดีอยู่แล้ว นั่นก็คือการใช้งานกระเป๋า Ethereum โดยปกติกระเป๋าเก็บเหรียญ ETH ของคุณนั้นจะมีความเป็นส่วนตัวสูงอยู่แล้ว และไม่มีข้อมูลส่วนตัวหรือแม้แต่ชื่อของคุณที่ถูกแปะไว้อยู่ในกระเป๋า คำถามที่ตามมาก็คือเราจะนำมันไปใช้เพื่อสมัครบริการหรือล็อคอินเว็บไซต์อื่น ๆ ได้อย่างไร

นั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังพัฒนาอยู่ โดยพวกเขาจะใช้วิธีการเข้ารหัสลับข้อมูลส่วนตัวของคุณ และคุณจะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลของคุณแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่การนำข้อมูลไปฝากหรือกระจุกไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวของคุณให้กับใครได้บ้าง หรือแบ่งปันข้อมูลแบบไหนบ้าง เช่นชื่อของคุณ, อายุของคุณ, หรือแม้แต่จำนวนยอด ETH ที่คุณมีอยู่ นั่นแปลว่าคุณไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลดังกล่าวทุกข้อมูลให้กับแต่ละบริการเสมอไป

มาตรฐานนี้ได้รับการพัฒนาโดย Spruce Systems ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตพนักงานของ ConsenSys ซึ่งได้รับรางวัล RFP จาก Ethereum

Wayne Chang ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Spruce กล่าว “พวกเราต้องการเริ่มต้นแบบยังไม่จริงจังมาก ยังไม่อยากดังมาก” พร้อมเสริมว่า “เพราะพวกเราอยากจะถูกทดสอบก่อน แบบง่าย ๆ เลยคือในช่วงระยะสั้นและระยะกลางนั้น มันจะเป็นเหมือนกับข้อมูลบน social ที่สามารถผูกการล็อกอินบน Twitter ก้บ Blockchain ได้ พวกเราไม่ต้องการให้ข้อมูล KYC สำหรับการซื้อหลักทรัพย์มูลค่านับล้าน อย่างน้อยก็แค่ในตอนนี้” แต่นั่นก็หมายความว่าในอนาคตพวกเขาอาจจะไปถึงจุดนั้นก็ได้

แอปพลิเคชันดังกล่าวสามารถนำไปใช้เพื่อทำกิจกรรมที่ต้องการข้อมูลและความปลอดภัยที่ยังไม่สูงมาก เช่นการให้ข้อมูลสำหรับผู้ถือ NFT แต่ในท้ายสุดด้วยการรวมการจัดเก็บข้อมูลบน blockchain ที่ปลอดภัย ในอนาคตการ ‘ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Ethereum’ (หรือที่เรียกว่า SIWE) อาจเป็นตัวเลือกที่ “แข็งแกร่ง” ในการเก็บข้อมูลประชาชนของรัฐบาล นั่นแปลว่าผู้ใช้จะสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเป็นกรณีๆ ไป และลบหรือยกเลิกการเชื่อมโยงได้ตามต้องการ

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งสำหรับ SIWE คือความเสี่ยงของการนำข้อมูลส่วนตัวใด ๆ กลับมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะ address ของผู้ใช้งานที่อาจถูกผู้อื่นเข้ามาตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรม ETH ได้ บางคนอาจโต้แย้งว่าสิ่งนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างกระเป๋าหลาย ๆ ใบ และอย่าใช้ใบเดิมซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง แต่อย่าลืมว่ามือใหม่ทั่วไปอาจไม่ได้ทำแบบนั้นก็ได้

โครงการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และตอนนี้นักพัฒนาก็กำลังทำงานกันอย่างขมักเขม้นเพื่อสร้างสรรค์โลกอินเตอร์เน็ทให้มีความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมโปรเจคดังกล่าวสามารถคลิกได้ที่นี่

miningpro-may-768x90