<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

กูรูด้าน Bitcoin อันดับ 1 ของไทยเผยถึงสาเหตุที่เว็บเทรดคริปโตในไทยถึงควรใช้ Lightning Network

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

จากปรากฎการณ์ Lightning Network (LN) ที่เติบโตมากขึ้นกว่า 23.13% หลังประเทศเอลซัลวาดอร์ประกาศให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์อย่างถูกกฎหมายประเทศแรกของโลก ก็ได้มีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจกับ LN พร้อมศึกษาว่าแท้จริงแล้วสิ่งนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ นอกจากการแลกเปลี่ยน BTC ได้อย่างไร

โดยทาง Siam Blockchain ได้มีโอกาสสัมภาษณ์สดกับ อาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้เชี่ยวชาญและเป็นอาจารย์สอนด้าน Bitcoin ชื่อดัง ประจำช่องยูทูป ChalokeDotCom (CDC) ซึ่งมีประสบการณ์สอนกว่า 6 ปี จะเข้ามาบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของ Lightning Network และความเป็นไปได้ที่กระดานเทรดประเทศไทยจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งาน

Lightning Network คืออะไร ทำงานอย่างไร?

ก่อนที่จะทราบว่ามันเวิร์คยังไงก่อนอื่นเราก็ต้องทราบก่อนว่า LN มีหลักแนวคิดมากจากอะไร คืออะไร และเกี่ยวข้องอะไรกับ Bitcoin 

bitazza-may-768x90


Lightning Network เป็นสิ่งที่จะมาช่วยให้การโอน Bitcoin เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะทุกวันนี้พอคนใช้เยอะ มี transaction เกิดขึ้นถี่มากขึ้น จนนักขุดบันทึก block ลง Blockchain หลาย block แล้ว ก็ยังมาไม่ถึงคิวของ transaction ของคุณซักที ต้องรอเกือบชั่วโมง กว่าการโอนจะถูกยืนยัน ดังนั้น จึงมีคนหัวใส ออกไอเดียขึ้นมาว่า ถ้ามันช้าตรงที่เราต้องรอว่าเมื่อไรนักขุดถึงจะบันทึก transaction ของเราลง Blockchain งั้นเราก็ไม่ต้องบันทึกมันลง Blockchain ซะ ก็จบเรื่อง ไม่ต้องเสียเวลา

“หลัก ๆ เลย LN สามารถส่ง Bitcoin ให้กันได้โดยไม่ต้องรอเวลานานถึง 10 นาทีและไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนแพง ๆ นี่น่าจะเป็นข้อดีที่เข้าใจได้ง่าย โดยปกติแล้ว BTC จะมีค่าโอนประมาณ 100-200 satoshi (2-4 บาท) แต่ถ้าใช้ LN ในการแลกเปลี่ยน BTC ก้อนเล็ก ๆ อาจจะฟรีเลยด้วยซ้ำ หรือถ้าแลกเปลี่ยน BTC ก้อนใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะอยู่ประมาณ 10 satoshi (ไม่ถึง 1 บาท) ซึ่งระยะเวลาของทั้งสองแบบก็คือแทบทันทีแต่การโอน BTC ปกติจะมีการคอนเฟิร์มบนบล็อกเชนก่อนทำให้ใช้เวลานานกว่า”

กระดานเทรดไทยจะนำ LN เข้ามาใช้งานไหม?

หากมองถึงความเป็นไปที่กระดานเทรดจะนำเอาเทคโนโลยี LN เข้ามาให้ Bitcoiners รวมถึงผู้คนทั่วไปในประเทศไทยนั้นอาจารย์ตั๊มได้กล่าวว่า “พูดยาก”

ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผู้ใช้งาน Twitter ชื่อว่า Mr.Hodl เคยถาม CEO ของ Kraken ว่า “ทำไมไม่นำ Lightning Network มาใช้สักที การเอาเวลาไปนั่งลิสต์เหรียญ Shitcoin ทำกำไรให้กับกระเทรดมากกว่าช่วยกันพัฒนาการใช้งาน Bitcoin ให้ทีขึ้นใช่ไหม” 

คำตอบคือ “ใช่” โดยได้ให้เหตุผลไว้ว่า ตัวเขาเองทำธุรกิจกระดานเทรดเพื่อสร้างตลาดซื้อขายเหรียญ การพัฒนาการใช้งาน BTC ไม่ใช่เป้าหมายของเขา

“Lightning Network เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยน Bitcoin ทำให้สามารถซื้อกาแฟได้ อาหารได้ สิ่งของได้ ซึ่งมองว่ากระดานเทรดไม่ใช่ตลาดที่จะต้องการให้นำ Bitcoin ไปใช้ ถามว่าถ้านำเข้ามาดีไหม ดีแน่นอน! แต่ถ้าถามว่ากระดานเทรดจะได้อะไร ในขั้นแรกอาจยังไม่ได้อะไรนอกไปจากได้ใจผู้ใช้งานบิตคอยน์อย่างแน่นอน”

ทำไมประเทศไทยยังไม่นำมาใช้งาน

อย่างที่เราทราบกันดีว่าในประเทศไทยนั้นยังไม่มีใครนำเทคโนโลยี Lightning Network เข้ามาใช้งานอย่างจริงจัง รวมถึงยังไม่มีใครคิดที่จะนำเข้ามาสู่ในประเทศแม้ว่าต่างประเทศนั้นจะมีหลายกระดานเทรดหรือกระเป๋าเงินที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้กันอย่างจริงจังแล้วก็ตาม

“Bitcoin ไม่มีประเทศหรือพรมแดน แต่กระดานเทรดจำนวนมากในหลายประเทศยังไม่ได้รองรับเพราะไม่ได้ให้ผลกำไรอะไรมากมาย แต่อย่าง OKcoin, OKEx หรือ Kraken ก็จะได้ Bitcoiners ไปใช้งานเยอะ”

แน่นอนว่าหากนำเทคโนโลยี LN เข้ามาใช้งานภายในประเทศนั้นก็จะ “ได้ใจคนไทยทั้งประเทศ” อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีดังกล่าวก็ยังพบว่าไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนในทุกรูปแบบอยู่ดี โดยอาจารย์ตั๊มได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ว่า 

“LN เหมาะกับการใช้งานที่เป็นการโอน BTC ด้วยจำนวนที่ไม่เยอะเนื่องจากระบบคิดค่าโอนเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากโอนบนบล็อกเชนนั้นจะเป็นการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมแบบคงที่ ทำให้ถ้าเกิดว่าเราโอน BTC จำนวนน้อย ๆ เช่นการซื้อกาแฟ LN จะได้เปรียบมากกว่าเนื่องจากค่าธรรมเนียมการโอนฟรีหรือน้อยมากแต่ถ้าหากเป็นนักลงทุนที่ต้องการโอน BTC จำนวนมาก ๆ อัตราค่าธรรมเนียมแบบคงที่ก็จะได้เปรียบมากกว่า”

ทั้งนี้ LN ยังประสบปัญหาการใช้งานที่ยากจนเกินไปสำหรับผู้ใช้งานใหม่ เนื่องจากต้องบริหารจัดการโหนด บริหารจัดการคอนเนคชัน แชแนลต่าง ๆ ซึ่งยังถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่และยากมาก ๆ แต่ว่าในตอนนี้ก็มี wallet app หลายที่ที่มีการเข้ามาบริหารจัดการให้สำหรับผู้ใช้งานใหม่ที่อยากทดลอง ซึ่งก็เป็นเหมือนกับการที่เราใช้ wallet ทั่วไปอย่าง TrueMoney wallet บ้านเรานั่นเองที่จะใส่เงินไปจำนวนน้อย ๆ เพื่อใช้จ่ายประจำวันเท่านั้น

“อย่างไรก็ตามตอนนี้เราได้เห็นแนวโน้มของการที่กระดานเทรดเข้าไปจับมือกับห้างร้านต่าง ๆ ซึ่งถ้าเอา Bitcoin ไปใช้งานจริง อาจจะมีปัญหาเรื่องระยะเวลาการรอที่ยาวนานหรืออาจมีค่าธรรมเนียมที่สูง การที่กระดานเทรดนำ LN มาใช้น่าจะเป็นวิธีในการแก้ปัญหาที่ดีกว่าการเลี่ยงปัญหาไปใช้เหรียญฝากในระบบปิดเป็นต้น”

ฝากถึงกระดานเทรดไทย

“จริง ๆ แล้ว Lightning Network ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับกระดานเทรดในไทย”

แม้ว่าปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่เอลซัลวาดอร์สนับสนุนให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกกฎหมายภายในประเทศและมีการนำมาใช้ชำระหนี้สินจำนวนมาก พร้อมทั้งการเปิดตัว Strike wallet ใน Twitter Tips ที่ใช้เทคโนโลยี LN ในสหรัฐอเมริกาและเอลซัลวาดอร์

“ปัญหาใหญ่จริง ๆ ของกระดานเทรดไทยในตอนนี้อยู่ที่ค่าถอน BTC ซึ่งอยู่ราว ๆ 0.0005 BTC หรือประมาณเกือบ 1,000 บาท ซึ่งปกติแล้วควรจะอยู่ราว ๆ 100-200 satoshi (2-4 บาท) ซึ่งส่วนที่มันต่างกันมากกว่าเกือบ 1,000 เท่านี้ไม่รู้วาเกิดขึ้นได้อย่างไร”

ในสมัยก่อน ธุรกรรมของกระดานเทรดอาจจำเป็นต้องมีการรวมธุรกรรมเล็ก ๆ จำนวนมากเพื่อส่งเงินออก ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าที่เราเห็น แต่ในปัจจุบัน กระดานเทรดมักทำธุรกรรมจาก UTXO ที่มีขนาดใหญ่ และยังมีการทำการรวบธุรกรรม (Transaction Batching) ซึ่งจะช่วงประหยัดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของกระดานเทรดไปได้อีกหลายเท่า การเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงขนาดนี้ ทำตาม ๆ กันมาตั้งแต่ช่วง 2012-2013 แต่ปัจจุบัน 2021 เวลาผ่านมากเกือบ 10 ปีแล้วก็ยังคงอัตราเดิมเอาไว้อยู่ จึงเกิดข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดถึงไม่คิดพัฒนาให้เป็นจริงมากขึ้น

CBDC จะนำ Lightning Network เข้ามาใช้งานไหม?

อาจารย์ตั๊มตอบด้วยคำพูดที่หนักแน่นว่า “ไม่ครับ มันไม่มีประโยชน์”

“จะใช้ LN ทำไมในเมื่อมีเพียง CBDC เท่านั้นที่สามารถคอนเฟิร์ม อนุมัติ และปิดธุรกรรมได้เองทั้งหมด รวมถึงกำหนดความเร็วในการทำธุรกรรมทั้งหมดได้ เพราะแบบนั้นความจำเป็นในการสร้างช่องทางการชำระเงินเพื่อที่จะทำ on-chain transaction นั้นไม่มีประโยชน์ นอกเหนือจากนั้น การที่คนสองคนในระบบจะทำแชแนลเชื่อมหากันเพื่อโอนเงินเข้าหากันโดยไม่มีความเชื่อในกันไม่สามารถทำได้บนระบบที่ต้องเชื่อใจตัวกลาง”

ทั้งนี้อาจารย์ตั๊มได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมไม่เห็นว่าเขาจะทำไปทำไมและได้ประโยชน์อะไร ไม่เห็นประโยชน์ของ CBDC ทั้งหมดตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”

miningpro-may-768x90