<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“Bitcoin Runes” คืออะไร ? ทำไมหลายคนถึงยกให้เป็นก้าวสำคัญของเครือข่าย Bitcoin 

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เมื่อช่วงต้นปีที่แล้วเครือข่าย Bitcoin ได้มีการเปิดใช้งาน Bitcoin Ordinals ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจารึกข้อมูลต่าง ๆ ลงบนบล็อกเชนของ Bitcoin และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เช่นมีการนำวิดีโอ รวมถึงเกมไปจารึกไว้บน Bitcoin Blockchain ซึ่งในปีนี้เครือข่าย Bitcoin ก็ได้มีการเปิดตัวอีกหนึ่งโปรโตคอลด้วยเช่นกันในช่วงการ halving ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) ซึ่งโปรโตคอลดังกล่าวถูกคาดการณ์ว่าจะมาพลิกโฉมเครือข่าย Bitcoin และนั่นก็คือ “Runes”

Bitcoin Runes คืออะไร? 

โปรโตคอล Runes นั้นเป็นเหรียญที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ออก Fungible tokens บนเครือข่าย Bitcoin ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิต fungible tokens ได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันก็ได้เริ่มมีนักพัฒนาหลายคนสร้างโปรเจกต์ต่อยอดจาก Runes กันบ้างแล้ว

ใครเป็นคนสร้าง Runes

ผู้สร้าง Runes Protocol มีชื่อว่า Casey Rodarmor โดยเขาได้นำเสนอไอเดียดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2023 ซึ่งเป็นการปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานการออกโทเคนบนเครือข่าย Bitcoin ตัวของ Casey นั้นเป็นนักพัฒนาที่มีชื่อเสียงในวงการคริปโต และเขาเองก็เป็นผู้ที่มีส่วนในการริเริ่มพัฒนา Ordinals ด้วยเช่นกัน

ทำไมถึงต้องสร้าง Runes

สาเหตุของการพัฒนา Runes ตัวของ Rodarmor ได้กล่าวไว้ในบล็อกแล้วว่า ต้องการที่จะมาแทนที่ Ordinals และมาตรฐาน BRC-20 ที่มีประสิทธิภาพด้อยกว่า โดยเขาระบุว่าตัวของ Runes นั้นจะเป็นโปรโตคอลที่เรียบง่าย และทิ้งร่องรอยบนเชนน้อยกว่า รวมถึงเข้ากันได้กับ UTXOs (Unspent Transaction Outputs) ทำให้ตัวเครือข่ายไม่ได้มีภาระมากจนเกินไปโดยไม่จำเป็น นอกเหนือจากนั้นตัวของ Runes ยังต้องการที่จะอยู่เหนือกว่าโปรโตคอล fungible token ตัวอื่น ๆ บน Bitcoin อีกด้วยเช่น Taproot Assets เป็นต้น

UTXO (Unspent Transaction Output) คือ หน่วยข้อมูลบนเครือข่าย Bitcoin ที่แสดงปริมาณเฉพาะของ Bitcoin ที่คุณยังไม่ได้ใช้  โดย UTXO นี้เกิดขึ้นจากการเป็นผลลัพธ์ของธุรกรรม Bitcoin ครั้งก่อน  ซึ่ง UTXO เหล่านี้จะยังคงอยู่ในสถานะพร้อมใช้งานจนกว่าคุณจะนำไปใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้น (input) ในธุรกรรมครั้งใหม่

Runes โปรโตคอลทำงานอย่างไร?

ตัวของ Rune จะถูกกำหนดให้กับ UTXO ผ่านข้อความจากโปรโตคอล ที่ระบุเอาต์พุต, ID และจำนวนเงินที่ใช้ผ่านคำสั่ง OP_RETURN ที่เป็นฟังก์ชันสำหรับเก็บข้อมูลของ Bitcoin ในส่วนของ ID จะเป็นตัวเลขเพื่อใช้ระบุ Runes นั้น ๆ และ Output นั้นจะเป็นค่าที่ระบุว่าจะได้เหรียญ Rune เท่าไร และสุดท้ายจำนวนเงินคือมีเหรียญรูนจำนวนกี่เหรียญจะถูกโอนย้าย และทุก ๆ ข้อความจาก Runes ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหรือโอนย้ายจะถูกบรรจุไว้ใน output เดียว

อุปทานทั้งหมดของ Rune จะถูกเก็บไว้ใน UTXO เพียงอันเดียว โดยปริมาณการถือครอง/โอนย้าย ของ Rune นั้น จะถูกกำหนดด้วยเลขจำนวนเต็มบวก 128 บิต ที่จะมีจำนวนสูงสุดอยู่ที่ 340282366920938463463374607431768211455 ซึ่งแต่ละ rune จะสามารถมีจำนวนจุดทศนิยมได้สูงสุดถึง 38 จุด 

การฝัง การสร้าง การโอน Rune

Runes นั้นจะถูกฝัง สร้าง และโอนย้ายโดยการใช้ runestones ซึ่งจะเป็นข้อความที่ถูกเก็บไว้ใน output ของการทำธุรกรรม Bitcoin 

การฝัง (Etching) นั้นเป็นกระบวนการในการสร้าง rune ใหม่และทำการกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ อันประกอบไปด้วย

  • Name  ชื่อของโทเคน rune จะต้องประกอบไปด้วยตัวอักษรอย่างน้อย 1 ตัวและมากสุด 28 ตัว
  • Divisibility (การแบ่งย่อย) เป็นการกำหนดว่าเหรียญจะถูกแบ่งย่อยได้เท่าใด
  • Symbol (สัญลักษณ์) เป็นการเพิ่มสัญลักษณ์เพื่อระบุสกุลเงินของรูนที่จะถูกแสดงอยู่ด้านหลังจำนวนของรูน หาก Rune ตัวไหนไม่มีสัญลักษณ์ก็จะได้รับสัญลักษณ์นี้ (`¤`) โดยอัตโนมัติ
  • Premine (การจัดสรรรูนเริ่มต้น) หมายถึงการสร้างและจัดสรรรูนจำนวนหนึ่งไว้จากผู้สร้างก่อนที่จะเปิดตัวระบบออกสู่สาธารณะ
  • Terms (เงื่อนไขข้อตกลง)  เงื่อนไขที่ถูกระบุระหว่างการสร้างเหรียญแบบเปิด (open mint) จะทำให้ใครก็ตามสามารถสร้างและโอนย้ายเหรียญได้ 
  • Cap คือตัวเลขที่ระบุว่าจะสามารถสร้างเหรียญได้สูงสุดเท่าใด
  • Amount คุณสมบัติข้อนี้กำหนด จำนวนคงที่ของหน่วยรูนที่สร้างขึ้นใน ทุกการมินต์ 
  • Start height คือการกำหนดค่าของผู้ฝังว่าจะให้เริ่มผลิตเหรียญที่บล็อกใด 
  • End height เป็นการระงับการผลิตเหรียญเมื่อถึงบล็อกนั้น ๆ ที่กำหนด 

ทั้งนี้เมื่อรูนถูกฝังและมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วจะสามารถผลิตขึ้นได้โดยมีการทำงานใกล้เคียงกับมาตรฐาน BRC-20 จากนั้นให้ทำการโอนย้ายรูนจาก input การทำธุรกรรมเป็น output การทำธุรกรรมผ่านกระบวนการที่เรียกว่า edict

Edicts นั้นเป็นข้อความที่กำหนดวิธีการโอนย้ายรูนจากอินพุตไปยังเอาต์พุต ซึ่งจะประกอบไปด้วยตัวเลขเอาต์พุต , ID และจำนวนรูนที่ต้องการโอน ซึ่งคำสั่งเหล่านี้จะถูกระบุไว้ใน  OP_RETURN ซึ่งเป็นโค้ดคำสั่งพิเศษบนเครือข่าย Bitcoin โดยตัวของ Runestone สามารถมีคำสั่งได้หลายคำสั่ง  ซึ่งช่วยให้โปรโตคอล Runes อนุญาตให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ ได้เช่น การโอนย้ายเป็นกลุ่ม , แอร์ดร็อป เป็นต้น

สำหรับ Runestones ที่มีข้อผิดพลาดจะถูกเรียกว่า cenotaph ซึ่งอาจเกิดจากการเข้ารหัสข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือ output สูญหาย โดยทางโปรโตคอลจะทำการเผาเหรียญโทเคนทั้งหมดในธุรกรรมที่มีข้อผิดพลาด ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น ให้ผู้ใช้ระบบ Runes บริหารจัดการ UTXO อย่างถูกต้อง ต่างจาก BRC-20 ที่อนุญาตให้ลองใหม่อีกครั้งเมื่อผิดพลาด

ข้อแตกต่างระหว่าง Rune และ BRC-20

ตัวของ Rune นั้นมีการออกแบบที่ดีกว่าและมีความซับซ้อนน้อยกว่า Ordinals เพราะใช้ UTXO เป็นฐาน รวมถึงใช้ร่วมกับ Lightning ได้ด้วยซึ่ง BRC-20 ไม่สามารถทำได้

จะเกิดอะไรขึ้นกับเครือข่าย Bitcoin?

สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือ จะมีผู้ใช้งานเครือข่าย Bitcoin มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม และนอกเหนือจากนั้นคือการที่ Bitcoin จะมีประโยชน์ใช้งานมากขึ้นเพราะเหล่าโปรเจกต์สามารถนำบล็อกเชนมาพลิกแพลงเป็นผลิตภัณฑ์ หรือ นวัตกรรมได้หลากหลาย อันเป็นผลทำให้ Bitcoin เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

ถัดมาจะเป็นด้านของค่าธรรมเนียมที่มีมูลค่ารวมสูงขึ้นจากการใช้งานจำนวนมากส่งผลให้เหล่านักขุดมีกำลังใจที่จะขุดกันต่อไปเนื่องจากได้ส่วนแบ่งในการตรวจสอบระบบ

อนาคตของ Runes

Rodarmor ได้วางแผนที่จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ในการเทรดระหว่างผู้ใช้งาน เพื่อลดการพึ่งพาเว็บเทรดแบบรวมศูนย์ และแก้ไขปัญหาของ Replace-By-Fee (RBF) ที่เป็นกระบวนการในการแทนที่ธุรกรรมที่ยังไม่ยืนยัน ด้วยเวอร์ชันใหม่ที่มีค่าธรรมเนียมสูงกว่าเดิม

ยิ่งไปกว่านั้น Rodarmor ยังได้ระบุว่าในอนาคตเราอาจสามารถเชื่อมโทเคนรูนเข้ากับเครือข่าย Layer 2 ได้อีกด้วยจากการอัปเกรด BIP (Bitcoin Improvement Proposal) ที่ชื่อว่า OP_CAT ซึ่งเป็นโค้ดคำสั่งดั้งเดิมของเครือข่าย Bitcoin ที่ Satoshi ทำการปิดไปเพื่อป้องกันการโจมตี DDos ซึ่งแม้ว่าอัปเกรดดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงแต่มันก็อาจคุ้มค่ากับผลที่ได้กลับมา

ที่มา : sovryn