ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ออกมาแฉว่า สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังใช้ทั้ง Stablecoin และ ทองคำ เป็นเครื่องมือในการ ลดค่าหนี้สาธารณะกว่า 37 ล้านล้านดอลลาร์ ของตัวเอง
Anton Kobyakov ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน พูดในงาน Eastern Economic Forum ที่เมืองวลาดิวอสต็อกว่า
“สหรัฐกำลังพยายามเขียนกติกาใหม่ ให้กับตลาดทองคำและตลาดคริปโต เพราะหนี้ของพวกเขามีถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งสองตลาดนี้จริง ๆ แล้วคือทางเลือกใหม่แทนระบบการเงินโลกแบบดั้งเดิม”
Anton Kobyakov ยังเปรียบเทียบว่า นี่ก็เหมือนตอนวิกฤติการเงินในปี 1930 และ 1970 ที่อเมริกาแก้ปัญหาของตัวเอง โดยการผลักภาระให้กับทั้งโลก แต่รอบนี้ต่างออกไป เพราะจะบังคับให้คนทั้งโลก เข้าไปอยู่ในสิ่งที่เขาเรียกว่า “คริปโตคลาวด์ (crypto cloud) ”
Anton Kobyakov กล่าวว่า สหรัฐฯอาจเอาหนี้ของตัวเองไปผูกกับ Stablecoin ดอลลาร์ เพื่อทำให้หนี้ “ด้อยค่าลง” และเริ่มต้นใหม่จากศูนย์
โดยหนึ่งในไอเดียที่ถูกพูดถึงคือ ร่างกฎหมาย Bitcoin Act ของวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ที่เสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ซื้อ Bitcoin จำนวน 1 ล้าน BTC ภายใน 5 ปี แล้วถือ Bitcoin ยาว 20 ปี ยกเว้นว่าจะใช้ชำระหนี้ของรัฐบาล
ข้อมูล ณ ตอนนี้ระบุว่า หนี้รัฐบาลสหรัฐอยู่ที่ 37.43 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ตั้งแต่ปี 1981 ทั้งๆ ที่ในช่วง 33 ปีก่อนหน้านั้น หนี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่มา: กระทรวงการคลังสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ มองว่า Stablecoin ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ “โกงหนี้” อย่างที่บางคนเข้าใจ แต่มีเป้าหมายเพื่อทำให้เงินดอลลาร์ยังคงสถานะเป็นสกุลเงินหลักของโลกต่อไป
ด้าน Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้กล่าวเมื่อมีนาคมไว้ว่า “เราจะใช้ Stablecoin เพื่อทำให้ดอลลาร์ยังเป็นผู้นำโลก ”
ในขณะที่ Paul Ryan อดีตประธานสภาผู้แทนฯ ก็กล่าวเสริมว่า Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์ ช่วยสร้างดีมานด์ให้กับพันธบัตรรัฐบาล และลดความเสี่ยงการประมูลหนี้ล้มเหลว แถมยังสู้กับจีนได้ด้วย
ในขณะที่ พอล ไรอัน (Paul Ryan) อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า Stablecoin ที่อิงกับเงินดอลลาร์ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอุปสงค์ให้กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และลดความเสี่ยงที่การประมูลหนี้จะล้มเหลวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการแข่งขันกับประเทศจีนได้อีกด้วย
ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เพิ่งเซ็นกฎหมาย GENIUS Act เพื่อผลักดัน Stablecoin อย่างจริงจัง เมื่อเดือนกรกฎาคม
แม้ว่ารัสเซียจะเคยสั่งห้ามการใช้คริปโต เพื่อชำระเงินในปี 2022 แต่ล่าสุดก็เริ่มเปิดทางให้สถาบันการเงินสามารถออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตสำหรับนักลงทุนที่ผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่น่าสนใจ
ในขณะเดียวกัน รัสเซียก็มีแผนพัฒนา Stablecoin ที่ peg กับเงินรูเบิลในชื่อ A7A5 บนเครือข่าย Tron โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพา Stablecoin ที่ peg กับดอลลาร์อย่าง USDT ที่เคยถูกใช้ในการชำระการค้าน้ำมันระหว่างรัสเซีย จีน และอินเดีย
ที่มา : cointelegraph

