ล่าสุดวันนี้ (10 ต.ค. 68) ดร.เอ็ม เจ้าของเพจ ติดเล่าเรื่องลงทุน ได้จุดประเด็นร้อนแรงที่ทำให้ระบบการเงินดั้งเดิมถูกตั้งคำถามอีกครั้ง หลังโพสต์เตือนภัยถึงปัญหาและข้อจำกัดในการจัดการเงินจำนวนมากผ่านธนาคารสีฟ้า โดยเฉพาะประเด็นค่าธรรมเนียมที่สูงลิ่วจนถึงขั้นเจ้าตัวเปรียบว่า “แพงกว่าการโอนเงินบนบล็อกเชน Ethereum เสียอีก”
ดร.เอ็ม ได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ต้องเผชิญเมื่อพยายามถอนเงินก้อนหนึ่งที่เพิ่งโอนเข้าบัญชีธนาคารสีฟ้า ปัญหาแรกที่พบคือ การจำกัดวงเงินโอนผ่านโทรศัพท์มือถือที่สูงสุดเพียง 500,000 บาท หากต้องการโอนมากกว่านั้นต้องติดต่อสาขา แต่เมื่อเดินทางไปติดต่อสาขา กลับได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถปรับเพิ่มวงเงินได้ทันที และต้องใช้เวลาหลายวันในการรอผู้จัดการอนุมัติ
จุดที่สร้างความตกใจและนำไปสู่การเปรียบเทียบกับโลกคริปโตคือ เมื่อ ดร.เอ็ม ตัดสินใจขอโอนเงินจำนวนทั้งหมดออกไปยังธนาคารอื่น เพื่อความสะดวกในการจัดการวงเงิน คำตอบที่ได้รับคือ สามารถโอนต่างธนาคารได้ แต่มีค่าธรรมเนียมสูงถึง “100,000 ละ 120 บาท” ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากจนเจ้าตัวถึงกับเปรียบเทียบว่า แพงกว่าค่าธรรมเนียม Gas Fee ในการโอนเหรียญบนเครือข่ายบล็อกเชนอย่าง Ethereum เสียอีก
นอกจากประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมแล้ว ดร.เอ็ม ยังพบกับข้อจำกัดในการถอนเงินสด เมื่อสอบถามขอถอนเงินสดจำนวนหนึ่ง ทางสาขาแจ้งว่ามีเงินสดเตรียมไว้เพียง 300,000 บาทในขณะนั้น และหากต้องการถอนมากกว่านี้ต้องโทรแจ้งล่วงหน้า 1-2 วัน
ปัญหาเหล่านี้ทำให้ ดร.เอ็ม ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าผมมีเงินอยู่ที่ธนาคารสีฟ้า ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาออกมาได้ไวเลยใช่ไหม” ซึ่งคำตอบที่ได้คือสามารถทำได้ แต่ต้องยอมเสียค่าธรรมเนียมในอัตราแสนละ 120 บาท
ดร.เอ็ม จึงได้ออกมาเตือนนักลงทุนที่ถือเงินจำนวนมากในธนาคาร ให้พิจารณาบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพคล่องให้ดี หรืออาจต้องหลีกเลี่ยงธนาคารที่มีข้อจำกัดและต้นทุนการโอนเงินสูงเช่นนี้ ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ยืดหยุ่นและต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในระบบการเงินแบบ “Fiat” เมื่อเทียบกับโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล

