Willy Woo นักวิเคราะห์คริปโตบนบล็อกเชนชื่อดัง มองเห็นสัญญาณบวกว่า Bitcoin กำลังเตรียมตัวกลับตัวเป็นขาขึ้น (Rebound) ในระยะสั้น หลังจากที่โมเดลของเขาชี้ให้เห็นว่า กระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2025 และเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา
แม้ Willy Woo จะเตือนว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2026 ยังมีความเสี่ยงและเปราะบาง เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดที่ลดลง แต่ในระยะสั้นนี้ ถือเป็น “โอกาสทอง” ที่ราคา Bitcoin มีลุ้นจะดีดตัวขึ้นตามแรงเงินที่เริ่มไหลกลับเข้ามา
สถานการณ์ของ Bitcoin ในตอนนี้ กำลังเข้าสู่ “โซนพื้นราคา” ที่น่าสนใจมาก เนื่องจากราคา Bitcoin ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 92,132 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่า ต้นทุนการขุดเฉลี่ยที่อยู่ราว 101,000 ดอลลาร์ ต่อ 1 BTC ไปแล้ว

นักวิเคราะห์อย่าง Wimar.X ชี้ให้เห็นว่า จุดนี้มักไม่ใช่จุดที่คนจะแห่ขายด้วยความตกใจ (Panic Sell) แต่เป็นจุดที่บรรดานักขุดจะเริ่ม “กอดเหรียญไว้แน่น” เพื่อรอให้ราคาดีดกลับขึ้นไปให้คุ้มทุนก่อนค่อยเทขาย ทำให้ปริมาณเหรียญในตลาดลดลง และเกิดเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งชั่วคราว
ซึ่งตามสถิติแล้ว ทุกครั้งที่ราคา Bitcoin ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต สุดท้ายราคา Bitcoin ก็จะเด้งกลับขึ้นไป และทำให้นักลงทุนกลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นวัฏจักรแบบนี้ในทุก ๆ รอบ
Willy Woo แชร์บทเรียนที่สำคัญให้กับนักลงทุนว่า อย่าไปหลงเชื่อแค่ “กระแสข่าว” หรือ “เรื่องเล่า” สวยหรูเพียงอย่างเดียว เพราะราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อมี “เงินสดจริง ๆ” ไหลเข้าซื้อในตลาด Spot เท่านั้น
Willy Woo เตือนว่า บางครั้งตลาดคริปโต เหรียญตัวอื่นๆ ราคาอาจจะวิ่งขึ้นไปได้ โดยที่ Bitcoin ยังนิ่งสนิท หากเงินทุนไม่ได้ไหลเข้า Bitcoin จริง ๆ ดังนั้นกุญแจสำคัญคือ การโฟกัสไปที่ กระแสเงินไหลเขา หรือปริมาณเงินที่หมุนเวียนเข้ามาซื้อขายจริง ๆไม่ใช่แค่ข่าวลือลม ๆ แล้ง ๆ
ซึ่งข่าวดีคือ ในตอนนี้ข้อมูลบนบล็อกเชนบ่งชี้ว่า กระแสเงินทุนเริ่มกลับมาไหลเข้าสู่ Bitcoin อีกครั้ง
ในขณะที่นโยบายใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตรียมจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ไม่เกิน 10% เป็นเวลา 1 ปี เริ่ม 20 มกราคม 2026 กำลังกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่อาจผลักดันคนให้เข้าสู่โลกคริปโต
แม้เป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือ การลดภาระค่าครองชีพให้ชาวอเมริกัน แต่ผลกระทบกลับน่ากังวล โดยธนาคารอาจเลือก “ตัดหางปล่อยวัด” กลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง ที่ Credit Score ต่ำกว่า 780 เพราะการปล่อยกู้ที่ดอกเบี้ยเพียง 10% นั้นไม่คุ้มกับความเสี่ยง
เมื่อคนกลุ่มนี้ถูกตัดออกจากระบบธนาคาร กู้เงินไม่ได้ และวงเงินหายไป พวกเขาจึงมีแนวโน้มที่จะหันไปหาทางเลือกใหม่อย่าง DeFi, Stablecoins, Bitcoin และ Ethereum เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน และรักษาสภาพคล่องแทนระบบเดิม
แม้ว่าในระยะสั้น Bitcoin จะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่น่าลุ้น แต่ Willy Woo ก็เตือนว่า ภาพรวมของปี 2026 ยังไม่ใช่เรื่องง่ายและเต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะข้อมูลบ่งชี้ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 เป็นต้นมา ปริมาณเงินสดใหม่ที่ไหลเข้าสู่ Bitcoin นั้นมีสัดส่วนลดลง เมื่อเทียบกับราคาเหรียญที่พุ่งสูงขึ้น
ซึ่งหมายความว่า แม้ราคา Bitcoin จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นได้ในตอนนี้ แต่อาจจะ “ยืนระยะได้ไม่นาน” เพราะขาดพลังเงินใหม่มาช่วยหนุนฐานราคาให้มั่นคง ดังนั้นนักลงทุนจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการพุ่งขึ้นของ Bitcoin รอบนี้ อาจเป็นเพียงแรงเหวี่ยงระยะสั้น ที่ยังไม่มีรากฐานแข็งแกร่งพอจะไปต่อยาว ๆ ได้
ที่มา : beincrypto

