ตลาดคริปโตเผชิญกับ “วันเสาร์สีเลือด” ที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบปี โดยราคา Bitcoin ดิ่งลงอย่างหนัก จนหลุดระดับ $80,000 เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เมษายนปีที่แล้ว ไปแตะจุดต่ำสุดที่ประมาณ $75,709 ดอลลาร์
ล่าสุดในวันนี้ (วันที่ 2 กุมภาพันธ์) Bitcoin ยังผันผวนอย่างต่อเนื่อง ราคาร่วงลงแตะระดับ $74,551 ดอลลาร์ ในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะเด้งกลับมายืนเหนือระดับ 76,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง

สาเหตุหลักการร่วงลงของราคามาจาก “แรงขายของกลุ่มผู้ถือเหรียญรุ่นเก๋า” ที่เทกระจาดออกมา ปะทะกับภาวะตลาดขาดสภาพคล่อง และเงินใหม่ที่ไม่ไหลเข้าเพิ่ม ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงรวมแล้วกว่า 30% จากจุดสูงสุด
ส่วนเหรียญอื่นอย่าง Ether และ Solana ก็อาการหนักไม่แพ้กัน โดยราคาร่วงลงไปกว่า 17% ภายในวันเดียว ทำให้มูลค่าตลาดคริปโตรวมหายวับไปกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko และนักเทรดสายเลเวอเรจก็โดนล้างพอร์ตกันระนาว รวมมูลค่าสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Coinglass
เหล่านักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การดิ่งลงรอบล่าสุดนี้มีต้นเหตุมาจาก “ภาวะเงินใหม่เหือดแห้ง” และแรงซื้อที่เงียบเหงาอย่างผิดปกติ
โดย Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ค่า Realized Cap (มูลค่าต้นทุนจริงที่เงินไหลเข้าตลาด) ของ Bitcoin แทบไม่ขยับเลย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่า ไม่มีเงินสดใหม่ๆ ไหลเข้ามาเติมในระบบแล้ว
Ki Young Ju โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เตือนว่า “ถ้ามูลค่าตลาดลดลง แต่ไม่มีเงินใหม่เข้ามาเพิ่ม นั่นไม่ใช่ลักษณะของตลาดขาขึ้นแน่นอน”
ที่มา : coindesk

