bitkub-banner

นักพัฒนา Bitcoin เร่งอุดช่องโหว่ ‘ควอนตัม’ ปกป้องเหรียญ 1 ล้าน BTC ของ Satoshi ที่เสี่ยงถูกแฮ็ก !

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักพัฒนา Bitcoin กำลังผลักดันร่างข้อเสนอ BIP-360 เพื่ออุดช่องโหว่และลดความเสี่ยงจากการโจมตีของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต
  • กระเป๋ายุคแรกแบบ P2PK ที่เปิดเผย Public Key บนเชนแล้ว รวมถึงเหรียญกว่า 1 ล้าน BTC ของ Satoshi Nakamoto ถือเป็นจุดที่เปราะบางที่สุด
  • แม้จะมีข่าวนี้ แต่ตลาดพยากรณ์ให้โอกาสที่ Satoshi จะขยับเหรียญตัวเองอยู่ที่เพียง 9% เท่านั้น หมายความว่าผู้คนยังไม่ได้มองว่าควอนตัมเป็นภัยคุกคามในเร็วๆ นี้

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

นักพัฒนา Bitcoin กำลังเร่งผลักดันข้อเสนอ BIP-360 มีการนำเสนอ Output รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Pay-to-Merkle-Root (P2MR)  ผ่านการทำ Soft-fork เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต เป้าหมายสำคัญคือการอุดช่องโหว่และปกป้องเหรียญยุคแรกเริ่มกว่า 6.51 ล้าน BTC รวมถึงขุมทรัพย์ของ Satoshi กว่า 1 ล้าน BTC 

ท่ามกลางตลาดคริปโตที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) วงการนักพัฒนา Bitcoin กลับมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง เมื่อมีการหยิบยกร่างข้อเสนอ BIP-360 ขึ้นมาถกเถียงกันอย่างจริงจังอีกครั้ง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์

ข้อเสนอนี้คือ การเตรียมทำ Soft-fork เพื่อนำเสนอรูปแบบการทำธุรกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากควอนตัม โดยมีเป้าหมายสำคัญอย่างการปกป้องเหรียญรุ่นเก่าที่ตกค้างอยู่ในระบบ รวมถึงเหรียญจำนว 1 ล้าน BTC ของผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto ก่อนที่เทคโนโลยีควอนตัมจะพัฒนาจนกลายเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง

ในร่างข้อเสนอ BIP-360 ได้มีการนำเสนอ Output รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Pay-to-Merkle-Root (P2MR) ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายกับระบบ P2TR (Taproot) ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แต่มีการตัดส่วนที่เรียกว่า Key path spend ออกไป

เป้าหมายหลักของการอัปเกรดนี้ ไม่ใช่การรื้อระบบใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการป้องกันการโจมตีแบบเปิดเผยข้อมูลระยะยาว (Long-exposure attacks) ซึ่งข้อเสนอนี้ถูกปรับเปลี่ยนชื่อล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ. 2026 

แนวทางของ Bitcoin ถือว่ามีความประนีประนอมมากกว่า โดยเน้นไปที่การสร้าง Output ทางเลือกใหม่ แทนที่จะใช้มาตรการรุนแรงอย่างการย้อนกลับเครือข่ายแบบที่ Ethereum เคยนำมาพิจารณาในกรณีฉุกเฉิน

ทำไมเหรียญของ Satoshi ถึงตกเป็นอยู่ในความเสี่ยง?

เหตุผลที่กระเป๋าของ Satoshi ถูกพูดถึงอย่างมากในประเด็นนี้ เป็นเพราะเหรียญยุคแรกเริ่มรวมถึงเหรียญที่ขุดด้วย CPU ในยุคแรกถูกจัดเก็บในรูปแบบ P2PK ซึ่งมีจุดอ่อนสำคัญคือ Public Key ได้ถูกเปิดเผยไว้บนบล็อกเชนอย่างชัดเจนแล้ว

ข้อมูลจากมูลนิธิ Human Rights ระบุว่า มี Bitcoin จำนวนมากถึง 6.51 ล้าน BTC ที่ตกอยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยงนี้ แม้ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันจะยังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะเจาะระบบได้ แต่นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักพัฒนาต้องเริ่มสร้างมาตรการป้องกันให้กับเหรียญเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า


มุมมองของผู้เขียน: การผลักดันข้อเสนอ BIP-360 แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของชุมชนนักพัฒนา Bitcoin ปัญหาที่แท้จริงหลังจากนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคโนโลยี แต่เป็นข้อถกเถียงเชิงปรัชญาว่า เครือข่ายควรจะเข้าไปจัดการหรือจำกัดสิทธิ์เหรียญยุคเก่าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะยังหาข้อสรุปได้ยากและต้องใช้เวลาหารือกันอีกสักพักใหญ่

ที่มา:dailycryptobrief