bitkub-banner

Grayscale ทุ่ม ETH กว่า 57,000 เหรียญ มูลค่า $121 ล้านเข้า Stake ส่งสัญญาณเชื่อมั่นระยะยาว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Grayscale Ethereum Mini Trust นำ ETH จำนวน 57,600 เหรียญ มูลค่าราว 121.6 ล้านดอลลาร์ เข้าทำ Staking แล้ว
  • การ Stake ครั้งนี้ช่วยลด ETH ที่หมุนเวียนในตลาด และสะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาวของสถาบันที่มีต่อ Ethereum
  • ต้องจับตาว่ากองทุน ETF Ethereum รายอื่น เช่น BlackRock จะเร่งขยาย Staking ตามหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปทาน ETH ในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Grayscale ล็อก ETH กว่า 57,000 เหรียญออกจากตลาดผ่าน Staking ช่วยลดแรงกดดันฝั่งขาย และส่งสัญญาณความเชื่อมั่นระยะยาวจากสถาบัน แม้ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นอาจยังไม่ชัดเจน แต่ถ้ากองทุนอื่นทำตามกัน อุปทาน ETH ที่หมุนเวียนในตลาดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Lookonchain Grayscale Ethereum Mini Trust ได้นำ ETH จำนวน 57,600 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 121.6 ล้านดอลลาร์ เข้าทำ Staking บนเครือข่าย Ethereum เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ ขณะที่รายงานนี้เผยแพร่ ราคา ETH อยู่ที่ประมาณ 2,091.74 ดอลลาร์ ปรับลดลงเล็กน้อย 0.90% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Grayscale กำลังขยายการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ETH ที่ถือครองอยู่ให้มากขึ้น แทนที่จะถือแบบเฉยๆ

สกรีนช็อตบันทึกธุรกรรมจาก Arkham แสดง Grayscale: Ethereum Mini Trust ทำการ Stake ETH จำนวนหลายครั้งไปยัง Coinbase Prime
สกรีนช็อตบันทึกธุรกรรมจาก Arkham แสดง Grayscale: Ethereum Mini Trust ทำการ Stake ETH จำนวนหลายครั้งไปยัง Coinbase Prime (ภาพจาก: @Lookonchain)

Grayscale ทำ Staking ETH เพื่ออะไร และสำคัญแค่ไหน

การ Staking หมายถึงการนำ ETH ไปล็อกไว้ในระบบ Proof-of-Stake ของ Ethereum เพื่อช่วยยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย และได้รับผลตอบแทนเป็น ETH เพิ่มเติม สำหรับกองทุน Ethereum Mini Trust ของ Grayscale การ Stake ETH ที่ถือครองอยู่ไม่ใช่แค่การสร้างรายได้เพิ่มเติม แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณต่อนักลงทุนว่ากองทุนมองว่า Ethereum มีมูลค่าในระยะยาว และพร้อมล็อก ETH ไว้แทนที่จะปล่อยให้หมุนเวียนในตลาด

ETH ที่ถูก Stake จะลดอุปทานที่พร้อมซื้อขายในตลาดทันที ซึ่งในทางทฤษฎีช่วยลดแรงกดดันฝั่งขาย โดยเฉพาะเมื่อมูลค่าที่ Grayscale นำเข้า Stake คราวนี้สูงถึงกว่า 121 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการเคลื่อนไหวในระดับที่ตลาดต้องจับตา

สถาบันแห่ Stake ETH เป็นเทรนด์ใหม่

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Grayscale สร้างประวัติศาสตร์ จ่ายผลตอบแทนการ Stake Ethereum ครั้งแรกให้ผู้ลงทุน ETF ในสหรัฐฯ และก่อนหน้านั้น Grayscale เปิดตัวฟีเจอร์ Staking ให้กับกองทุน Ethereum และ Solana เป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าการ Stake ETH ผ่านกองทุนสถาบันเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจาก Grayscale แล้ว BlackRock ก็ยื่นจดทะเบียนขอกองทุน iShares Staked Ethereum ETF ไปแล้วเช่นกัน บ่งชี้ว่าสถาบันการเงินรายใหญ่ต่างกำลังแข่งกันขยายบทบาทใน Ethereum ไม่ใช่แค่ถือครองเฉยๆ แต่ยังต้องการได้รับผลตอบแทนจากการ Stake ด้วย หากกองทุนหลายรายพร้อมกัน Stake ETH ในปริมาณมาก อุปทานที่ถูกล็อกออกจากตลาดจะยิ่งเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลเชิงบวกต่อราคา ETH ในระยะยาว

ผลกระทบต่อตลาด ETH และสิ่งที่ต้องจับตา

การ Stake ETH จำนวนมหาศาลของ Grayscale เกิดขึ้นในช่วงที่ ETH ยังเผชิญแรงกดดันด้านราคา โดยราคาอยู่ที่ราว 2,091 ดอลลาร์ ต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำได้ในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวเชิงสถาบันเช่นนี้มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นระยะยาว มากกว่าจะเป็นตัวกระตุ้นราคาในระยะสั้น

สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาต่อจากนี้คือ ปริมาณ ETH ที่ถูก Stake รวมทั้งระบบจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงว่ากองทุนอื่นอย่าง BlackRock จะเร่งขยาย Staking ตาม Grayscale หรือไม่ เพราะหากเกิดกระแสดังกล่าวอย่างจริงจัง จะยิ่งสร้างแรงดึงดูดอุปทาน ETH ออกจากตลาดได้มากขึ้นเรื่อยๆ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Grayscale นำ ETH กว่า 57,000 เหรียญเข้า Stake ในคราวเดียวนี้น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเลขขนาดใหญ่ แต่มันสะท้อนว่ากองทุนสถาบันเริ่มมองว่า ETH ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่ซื้อมาถือเฉยๆ แต่เป็นสินทรัพย์ที่ควรนำมาสร้างผลตอบแทนด้วย ซึ่งในระยะยาวนี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับ Ethereum ในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ราคา ETH ในตลาดยังอยู่ในโหมดแกว่งตัว สิ่งที่น่าจับตาคือว่าเทรนด์นี้จะดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน ETH ETF มากขึ้นหรือไม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ภาพจาก AI