bitkub-banner

ยุโรปเล็งใช้เครือข่าย Ethereum ปั้น ยูโร Stablecoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ยุโรปกำลังพิจารณาใช้บล็อกเชน Ethereum เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโปรเจกต์ Euro Stablecoin อย่างจริงจัง โดยก้าวข้ามจากระยะทดสอบสู่การใช้งานจริง
  • สถาบันการเงินดั้งเดิมระดับโลกเริ่มใช้งาน Ethereum จริงแล้ว นำโดย BlackRock และ Franklin Templeton ที่เริ่มทดสอบและออกผลิตภัณฑ์โทเคน 
  • แม้ราคาเหรียญจะมีความผันผวนตามตลาด แต่ปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย Ethereum ยังคงแข็งแกร่งที่สุด โดยมียอดสินทรัพย์ที่ถูกล็อกสูงถึง $5.27 หมื่นล้าน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาผลักดันให้บล็อกเชน Ethereum กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับโปรเจกต์ Euro Stablecoin อย่างจริงจัง เพื่อสร้างระบบชำระเงินระดับชาติแห่งอนาคต โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยและเสถียรภาพอย่างเข้มงวด ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับทิศทางของสถาบันการเงินดั้งเดิมระดับโลกอย่าง ที่เริ่มนำ Ethereum ไปประยุกต์ใช้ในการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน  และจัดการตลาดซื้อคืนพันธบัตร (Repo) ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลกว่า 12.5 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ราคาของ ETH จะผันผวน แต่เครือข่ายยังคงพิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วยมูลค่า TVL ที่สูงถึง 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอย 

สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาเลือกใช้เครือข่าย Ethereum เป็นเลเยอร์สำหรับการชำระเงินในโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Euro Stablecoin ซึ่งทางการได้เริ่มให้ความสนใจในการปรับใช้งานจริง แทนที่จะเป็นเพียงโครงการนำร่องหรือการทดสอบใน Sandbox

หนึ่งในผู้สังเกตการณ์ระบุว่า ทางการยุโรปได้เริ่มศึกษา Ethereum อย่างจริงจังในการนำมาปรับใช้กับโปรเจกต์ ยูโร Stablecoin เพื่อสร้างระบบการชำระเงินแห่งอนาคต

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจสอบในเรื่องของ ระยะเวลาที่ระบบทำงานได้ปกติ, ความปลอดภัย และความชัดเจนของบันทึกข้อมูล ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการชำระเงินระดับชาติ ด้วยเหตุนี้ Ethereum จึงยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

ทีมงานยังได้ทำการเปรียบเทียบโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชน กับระบบธนาคารในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้เห็นภาพว่าทั้งสองระบบจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร โดยพวกเขามีเป้าหมายที่จะปรับปรุงความเร็วในการทำธุรกรรมในขณะที่ยังคงสามารถรักษาอำนาจในการควบคุมเอาไว้ได้

ปัจจุบันสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง BlackRock และ Franklin Templeton ได้เริ่มนำร่องใช้งาน Ethereum สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น พันธบัตรและกองทุนในรูปแบบ Tokenized ไปเรียบร้อยแล้ว 

นอกจากนี้ ธนาคารกลางหลายแห่งยังเริ่มทดสอบตลาดกู้ยืมระยะสั้นบนบล็อกเชน ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมทั่วโลกสูงถึง 12.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีธนาคารชั้นนำอย่าง UBS, Société Générale และ Banque de France เข้าร่วมในโครงการที่เน้นการใช้งานจริงมากกว่าการทดสอบ 

Ethereum ยังแกร่งสู้ราคา

ปัจจุบัน Ethereum ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดบล็อกเชนด้วยมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ (TVL) สูงถึง 5.27 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Solana และ BNB Chain ที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์อย่างมหาศาล 

นอกจากนี้ เครือข่ายยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้งานแอปพลิเคชันสูงถึง 2.61 พันล้านดอลลาร์ต่อปี สะท้อนถึงความต้องการใช้งานที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่มูลค่าสินทรัพย์ในระบบจะมีความผันผวนก็ตาม

การขยับเข้าหากันของโลกการเงินดั้งเดิมและระบบนิเวศคริปโตในครั้งนี้ ส่งสัญญาณว่าโครงข่ายการเงินที่ไร้รอยต่ออาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม แม้ว่าในวันนี้สหภาพยุโรปจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบ Ethereum อย่างละเอียดในทุกมิติ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบล็อกเชนสาธารณะได้ก้าวเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในบทสนทนาระดับนโยบายการเงินของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ที่มา : live bitcoin news


มุมมองผู้เขียน: จุดที่ท้าทายที่สุดของโปรเจกต์ Euro Stablecoin ถัดจากนี้คือความต้องการของรัฐบาลที่อยากได้ ความเร็วและถูกต้องแบบคริปโตแต่ยังคงรักษาอำนาจในการควบคุมเอาไว้ Ethereum เป็นบล็อกเชนสาธารณะที่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งไม่สามารถสั่งปิดได้ การที่ EU จะนำมาใช้จริง อาจจะต้องใช้ผ่านเทคโนโลยี Layer-2 แบบส่วนตัว หรือ Smart Contract ที่มีการฝังระบบ KYC และแบล็กลิสต์เอาไว้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าโลก Decentralized จะยอมรับการกำกับดูแลจากรัฐได้ในระดับใด