bitkub-banner

Bitcoin ETF ของ Morgan Stanley กวาดยอดทะลุ $100 ล้านในสัปดาห์แรก ด้วยค่าธรรมเนียมถูกสุดในตลาด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กองทุน Spot Bitcoin ETF ของ Morgan Stanley ภายใต้ชื่อย่อ MSBT สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์แรกของการเปิดตัวซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งของนักลงทุนในตลาด
  • กองทุนดังกล่าวใช้กลยุทธ์คิดค่าธรรมเนียมเพียง 0.14 เปอร์เซ็นต์ทำให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกที่สุดในหมวดหมู่เดียวกันและได้เปรียบในการแข่งขันดึงดูดฐานลูกค้าจากคู่แข่ง
  • สถาบันการเงินคู่แข่งอย่าง Goldman Sachs ได้เริ่มขยับตัวด้วยการยื่นขอจัดตั้งกองทุน Bitcoin Premium Income ETF เพื่อเน้นการสร้างกระแสเงินสดซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ายักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทไม่อาจเพิกเฉยต่อสินทรัพย์ดิจิทัลได้อีกต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การกระโดดลงสนามของสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Morgan Stanley และ Goldman Sachs ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันและดึงดูดเม็ดเงินหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

กองทุน Spot Bitcoin ETF ของ Morgan Stanley ที่ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า MSBT สามารถดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดตลาด ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความต้องการที่แข็งแกร่งตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับความพยายามล่าสุดของธนาคารยักษ์ใหญ่ในการเจาะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

กองทุนนี้เริ่มซื้อขายเมื่อวันที่ 8 เมษายน โดยอ้างอิงราคาตาม CoinDesk Bitcoin Benchmark 4 PM New York Settlement Rate และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 0.14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ MSBT กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกที่สุดในหมวดหมู่นี้และสร้างความได้เปรียบด้านราคาในขณะที่การแข่งขันระหว่างผู้ออกกองทุนทวีความรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตามต้นทุนที่ต่ำเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น MSBT เข้าสู่ตลาดพร้อมกับข้อได้เปรียบด้านการจัดจำหน่ายที่ฝังอยู่ในตัวผ่านธุรกิจบริหารความมั่งคั่งอันกว้างขวางของ Morgan Stanley ซึ่งดูแลสินทรัพย์ของลูกค้ามูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ เครือข่ายที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทถือเป็นช่องทางสายตรงไปยังกลุ่มนักลงทุนที่อาจต้องการเข้าถึง Bitcoin ผ่านพอร์ตการลงทุนที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพมากกว่าการเข้าไปซื้อขายเองบนแพลตฟอร์มคริปโตโดยตรง

การเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มนี้อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อตลาด Spot Bitcoin ETF เติบโตเต็มที่ แม้ว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้า MSBT ในช่วงแรกจะน่าประทับใจ แต่ขนาดของกองทุนก็ยังคงเล็กกว่า iShares Bitcoin Trust หรือ IBIT ของ BlackRock อย่างมาก ซึ่งสามารถสะสมสินทรัพย์ได้มากกว่า 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 และครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ Morgan Stanley ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ว่า MSBT ได้กลายเป็นการเปิดตัวกองทุน ETF ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของบริษัทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ของ Morgan Stanley อาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนบางส่วนมาจากกองทุนที่มีอยู่เดิมอย่าง IBIT โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในระบบนิเวศคำปรึกษาของบริษัทอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันการเข้ามาของ Morgan Stanley ก็อาจช่วยขยายขนาดของตลาดโดยรวมด้วยการดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติม

ความเคลื่อนไหวของ Morgan Stanley กำลังกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองจากคู่แข่งในวงการ โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Goldman Sachs ได้ยื่นเอกสารขอจัดตั้งกองทุน Bitcoin Premium Income ETF ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการเข้าสู่วงการลงทุนคริปโตโดยตรงเป็นครั้งแรกๆ ของบริษัท กองทุนที่นำเสนอนี้จะใช้กลยุทธ์ออปชันเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กำลังเติบโตในการบรรจุ Bitcoin ให้อยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ แทนที่จะพึ่งพาเพียงแค่การปรับตัวขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว

ทางด้าน BlackRock เองก็กำลังเตรียมจัดตั้งกองทุน ETF ที่เน้นการสร้างรายได้ในลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดกำลังก้าวข้ามผ่านเพียงแค่การลงทุนในราคาสปอตไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนและตอบโจทย์นักลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น

Nate Geraci ประธานบริษัท NovaDius Wealth Management ให้ความเห็นว่าความสำคัญของการยื่นเอกสารของ Goldman Sachs คือการเป็นข้อพิสูจน์ว่าสถาบันการเงินสายเลือดแท้และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งกำลังยอมรับว่าพวกเขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อ Bitcoin ได้อีกต่อไป และด้วยการเข้ามาในตลาด Spot Bitcoin ETF ของ Morgan Stanley เมื่อเร็วๆ นี้ มันก็เริ่มชัดเจนแล้วว่าบริษัทอื่นๆ ในวอลล์สตรีทก็ตระหนักดีว่าพวกเขาจะยืนอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ ซึ่งเขาจะไม่แปลกใจเลยหากได้เห็นบริษัทระดับท็อปอย่าง JPMorgan เดินตามรอยนี้ในเร็วๆ นี้

ในขณะที่เม็ดเงินยังคงไหลเข้าและมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง บทบาทของสถาบันการเงินในวอลล์สตรีทในการกำหนดรูปแบบวิธีที่นักลงทุนจะสามารถเข้าถึง Bitcoin ก็ดูเหมือนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการแข่งขันหั่นค่าธรรมเนียมของบรรดากองทุน ETF เป็นผลดีต่อนักลงทุนรายย่อยและสถาบันอย่างมากครับ การที่ Morgan Stanley เปิดตัวด้วยค่าธรรมเนียมเพียง 0.14 เปอร์เซ็นต์ถือเป็นการทุบราคาตลาดและบีบให้เจ้าใหญ่อย่าง BlackRock ต้องตื่นตัว ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจกว่าค่าธรรมเนียมคือการเตรียมออกกองทุนประเภท Premium Income ของ Goldman Sachs ที่ใช้กลยุทธ์ออปชันมาสร้างกระแสเงินสดให้กับผู้ถือครอง ซึ่งมันจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ Bitcoin จากเดิมที่เป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรและเก็บรักษามูลค่าให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ปันผลได้เหมือนหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ครับ