bitkub-banner

สิ้นสุดการรอคอย KUB Chain อัปเกรด Basel Hardfork มีอะไรใหม่? 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • KUB Chain เครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำของ Bitkub ได้ทำการ Hardfork Basel สำเร็จลุล่วง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศ
  • การเปลี่ยนแปลงหลักประกอบด้วย ลดเวลาบล็อก จาก 5 วินาทีเหลือเพียง 3 วินาที เพิ่ม Failsafe Supernode กันระบบล่ม และมุ่งสู่ Pool Nodes เพิ่มการกระจายอำนาจ
  • ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องดำเนินการตั้งค่าหรืออัปเดตใดๆ ทั้งสิ้น สามารถทำธุรกรรมบนเครือข่ายได้ตามปกติ และสัมผัสได้ถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นในทันที

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

KUB Chain บล็อกเชนขวัญใจชาวไทย ประสบความสำเร็จในการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ผ่าน Basel Hardfork ณ ความสูงบล็อกที่ 31,237,946 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล ไฮไลต์สำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือการลดระยะเวลาการสร้างบล็อกจาก 5 วินาทีลงเหลือเพียง 3 วินาที ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกรรมและการใช้งาน dApps รวดเร็วลื่นไหลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความเสถียรด้วย Failsafe Supernode เพื่อป้องกันเครือข่ายล่ม รวมถึงการเริ่มเปลี่ยนผ่านจากระบบ Solo Nodes ไปสู่ Pool Nodes เพื่อเสริมสร้างการกระจายอำนาจและความปลอดภัย โดยผู้ใช้งานทั่วไปไม่ต้องทำการตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติม สามารถใช้งานบล็อกเชนที่รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้นได้ทันที 

ในที่สุด KUB chain บล็อกเชนขวัญใจชาวไทยก็ประสบความสำเร็จในการอัพเกรด Hardfork ครั้งล่าสุดที่มีชื่อว่า “Basel” ซึ่งจะส่งผลทำให้บล็อกเชนของทาง Bitkub มีประสิทธิภาพในการแข่งขันมากขึ้นในเวทีโลก แต่จะมีรายละเอียดและความสำคัญอะไรบ้างในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูพร้อมกัน

Basel Hardfork คืออะไร?

Basel Hardfork คือ การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญของ KUB Chain โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อยกเครื่องระบบให้รองรับการเติบโตของนิเวศระบบ ในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล และเพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น 

อะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

สิ่งที่เห็นชัดที่สุดหลังจากการ Hardfork คือ ระยะเวลาบล็อกที่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัดจากเดิม 5 วินาที → เหลือเพียง 3 วินาที หมายความว่า ธุรกรรมจะเร็วขึ้น, throughput สูงขึ้น, dApps และ DeFi จะใช้งานลื่นไหลกว่าเดิม

ถัดมา การอัปเกรดจะมาพร้มกับ Failsafe Supernode ที่เป็นเพิ่มโหนดสำรองพิเศษแบบอัตโนมัติ กล่าวคือ ถ้าเกิดปัญหา validator ล่มหนัก เครือข่ายจะยังทำงานต่อไปได้ ไม่ดับขัดข้องแม้แต่วินาทีเดียว และไม่ส่งผลกระทบต่อการสร้างบล็อก 

ขณะเดียวกันทาง KUB chain จะมีการเปลี่ยนผ่านจากระบบของผู้ตรวจสอบ (Validators) จาก Solo Nodes ไปสู่ Pool Nodes เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและกระจายอำนาจมากขึ้น ในขณะที่โหนด Solo แบบเดิมยังใช้งานต่อได้เช่นกัน แต่ระบบนิเวศในอนาคตจะสนับสนุน Pool Nodes มากกว่า

ผู้ใช้งานต้องทำอะไรไหม?

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ใช่นักพัฒนาหรือโหนด ไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับการอัปเกรดดังกล่าว และสามารถใช้งานบล็อกเชนได้ตามปกติ แต่คาดว่าเครือข่ายจะทำงานได้เร็วขึ้น 

หากมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัปเดตจากทาง Bitkub หรือ KUB Chain ทางทีมงาน Siamblockchain จะคอยติดตามอย่างใกล้ชิด และรีบนำมารายงานให้ทุกท่านทราบโดยเร็วที่สุด

ที่มา : Bitkub


มุมมองผู้เขียน : การอัปเกรด Basel Hardfork ไม่ใช่แค่การปรับปรุงระบบแบบธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของฝั่ง Bitkub ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานบล็อกเชนไทยให้พร้อมรบในสเกลที่ใหญ่ขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อแวดวงบล็อกเชนในบ้านเราอย่างไม่ต้องสงสัย