สรุปข่าว
- Vitalik Buterin ชี้ให้เห็นถึงความไร้เหตุผลของตลาดพยากรณ์ในปัจจุบัน ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวและข่าวลือปล่อยให้อารมณ์ครอบงำการตัดสินใจ
- เขาพิสูจน์ให้เห็นด้วยการทำกำไรกว่า 2.2 ล้านบาท จากการวางเดิมพันสวนทางกับเหตุการณ์ที่ถูกปั่นกระแสจนมีราคาแพงเกินจริง
- ความผิดเพี้ยนนี้เกิดจากการที่ตลาดกลายได้กลายเป็นแหล่งรวมนักพนันที่กระหายความเสี่ยง มากกว่าจะเป็นเครื่องมือค้นหาความจริงซึ่งไม่ยั่งยืนในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตลาดพยากรณ์ ว่ากำลังหลงทางและกลายสภาพเป็นเพียงคาสิโนคริปโตที่เต็มไปด้วยการเก็งกำไรอย่างไร้เหตุผล โดยพิสูจน์จุดอ่อนนี้ด้วยตนเองผ่านการทำกำไรกว่า $70,000 ด้วยกลยุทธ์ง่ายๆ คือการวางเดิมพันสวนทางกับข่าวลือหรือเหตุการณ์ที่ถูกคนในตลาดปั่นกระแสด้วยอารมณ์จนมีความน่าจะเป็นสูงเกินความเป็นจริง ดังนั้น เขาจึงเสนอให้ตลาดพยากรณ์ให้กลายเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงแทนซึ่งจะช่วยสร้างคุณค่าทางสังคมที่แท้จริงให้กับอุตสาหกรรมนี้กว่าการเป็นคาสิโน
Vitalik Buterin อัจฉริยะผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Ethereum ล่าสุดได้ออกมาวิจารณ์วงการตลาดพยากรณ์ที่เริ่มห่างไกลจากการเป็น “เครื่องมือแห่งความจริง” และเต็มไปด้วยจุดอ่อนที่น่าเป็นกังวลถึงขนาดที่ตัวเขาเองยังสามารถทำเงินล้านได้โดยไม่ได้คิดอะไร
หากว่ากันตามหลักแล้ว เงินที่วางเดิมพันไว้ในตลาดพยากรณ์ควรที่จะสะท้อนถึงความจริงสัตย์จริงของผู้ใช้งาน แต่กระแสปั่น, ความกลัว และการปักใจเชื่อเฉพาะสิ่งที่สนับสนุนความคิดตัวเองมักจะผลักดันให้ผลลัพธ์ที่ดูไร้สาระพุ่งสูงเกินกว่าความเป็นจริงไปมาก
เมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้ คนกลุ่มน้อยที่เห็นช่องโหว่ของมนุษย์จะสามารถจับทางรูปแบบที่คาดเดาได้และใช้ประโยชน์จากช่องว่างนี้ในการทำกำไร
เทคนิคทำเงินจากพฤติกรรมมนุษย์
Vitalik Buterin เปิดเผยว่าเขาสามารถทำกำไรได้มากถึง $70,000 (2.2 ล้านบาท) จาก Polymarket อีกทั้งเขาเองยังเป็นบุคคลสาธารณะคนแรกๆ ที่ยืนยันการมีอยู่ของกลยุทธ์การลงทุนรูปแบบดังกล่าว
Buterin อธิบายว่า เขาใช้เงินลงทุนกว่า $440,000 ไปกับการเดิมพันบ้าบอไร้เหตุผล แต่กลยุทธ์นี้ทำให้เขาได้เงินกลับมาถึง 16% จากทุนทั้งหมด ซึ่งเบื้องหลังของวิธีดังกล่าวก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย ทำเพียงแค่ค้นหาการพยากรณ์ที่ดูไร้สาระและมีความเป็นไปได้ต่ำที่สุด แต่กลับได้รับความนิยมหรือมีกระแสสนับสนุนมากที่สุด แล้วจึงตัดสินใจวางเดิมพันในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับกระแสนั้น ซึ่งหาง่ายมากในตลาด
ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ไร้เหตุผลได้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากข่าวสารที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง และฐานผู้ใช้งานที่ขยายตัวขึ้นซึ่งมีความกระหายที่จะวางเดิมพันแบบเสี่ยงโชค
จุดนี้เองที่จิตวิทยาของมนุษย์จะเข้ามามีบทบาท เมื่อเรื่องราวครอบงำหน้าข่าว ผู้คนก็มักจะเผลอเอาอารมณ์ที่มีต่อข่าวมาเป็นหลักฐานยืนยันว่าเรื่องนั้นมีโอกาสจะเกิดขึ้นจริงโดยสัญชาตญาณ เป็นความรู้สึกว่าเหตุการณ์นั้น “จวนจะเกิดขึ้นแล้ว” ทั้งที่ในความเป็นจริงมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นจริงเลย
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ผลลัพธ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์นั้นจะถูกตั้งราคาไว้สูงเกินความเป็นจริงอย่างเป็นระบบเสมอ ยกตัวอย่างเช่นข่าวที่ว่าสหรัฐฯ จะเข้ายึดกรีนแลนด์
ตอนที่ทรัมป์เผยว่ามีความคิดจะใช้กำลังเข้ายึดกรีนแลนด์ สัดส่วนความเป็นไปได้เคยพุ่งไปสูงถึง 21% ทั้งที่รู้กันอยู่แก่ใจแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะถ้าโจมตีจริงจะหมายถึงสหรัฐฯ ทำลายพันธมิตร NATO และชาติตะวันตกทั้งหมด เกิดเป็นความเสียหายแบบลูกโซ่ที่รุนแรง
ถึงอย่างนั้น นักลงทุนก็ยังเชื่อว่าทรัมป์จะทำเช่นนั้นจริงและดันวอลุ่มเทรดสูงถึง $33 ล้าน ดังนั้นถ้าใช้กลยุทธ์ของ Buterin สิ่งที่ต้องทำก็คือ การเดิมพันว่าการยึดกรีนแลนด์จะไม่เกิดขึ้นตอนที่ความเป็นไปได้พุ่งขึ้นสูง เพราะมองว่าตัวเลขอัตราต่อรองนั้นพุ่งสูงเกินความเป็นจริง

ตลาดพยากรณ์กำลังหลงทาง
อย่างไรก็ตามถึงแม้วิธีดังกล่าวจะใช้หาเงินง่ายในขณะนี้แต่มันไม่มั่นคง เพราะ Buterin เตือนว่าตลาดพยากรณ์ในปัจจุบันได้ติดกับดัก “corposlop” เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นมากเกินไปให้แต่ความสนุกโดยไม่มีคุณค่าทางสังคมในระยะยาว มีแต่ล่อคนโง่ที่จะเสียเงินให้กับโต๊ะเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อทำรายได้ในช่วงตลาดหมี
Buterin จึงเสนอทางออกของตลาดเดิมพันว่าควรผลักดัน Prediction Market ให้เกิดประโยชน์หลักใหม่คือการใช้เพื่อ Hedging แบบกว้าง ๆ เช่น พอร์ตคุณถือหุ้นไบโอเทคเจ้าหนึ่งอยู่ แต่ขณะเดียวกันคุณก็กลัวว่าถ้าพรรคสีเหลืองชนะเลือกตั้งซึ่งจะส่งผลเสียต่อหุ้น นักลงทุนก็ใช้วิธีเดิมพันว่าพรรคเหลืองจะชนะในตลาดพยากรณ์เพื่อเฉลี่ยความเสียหาย
จากนั้นแทนที่นักเทรดจะใช้ Stablecoin ที่ผูกกับ USD เป็นตัวกลางในการเดิมพันก็ให้เปลี่ยนมาใช้ ดัชนีราคาสินค้าและบริการทุกหมวด (อาหาร, ที่พัก, ค่ารถ, ค่ารักษาพยาบาล) โดยให้ผู้ใช้งานแต่ละคนใช้ LLM ส่วนตัววิเคราะห์รายจ่ายในชีวิตจริง แล้วสร้าง ตะกร้าส่วนตัว ของหุ้น prediction market ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองผลคือจะได้ “เงินที่เสถียร” แบบเฉพาะบุคคล โดยไม่ต้องพึ่ง fiat หรือ stablecoin อีกต่อไป
โดยสรุปแล้วถ้า prediction market กลายเป็นเครื่องมือ hedging ที่ดีจริง ๆ คนที่มีเงินจริง เช่น สถาบัน, ธุรกิจ, นักลงทุน จะยอมเข้ามาเป็นฝั่งซื้อความเสี่ยงจำนวนมาก เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ระยะยาว ไม่ต้องพึ่งคนโง่และตลาดพยากรณ์จะไม่ได้เป็นเพียงแค่คาสิโนคริปโตอีกต่อไป
ที่มา: Beincrypto
บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยงและอาจสูญเงินได้ทั้งจำนวน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้พร้อมก่อนเริ่มการลงทุน
มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่ Vitalik กำลังจะสื่อคือนักลงทุนกำลังมีความเชื่อผิดๆ ว่าโพลที่เห็นเป็นของจริงเพราะจำนวนเงินที่เดิมพันลงไป กลับกันการที่ตลาดกลับสะท้อนความเชื่อบนโซเชียลมีเดียมากกว่าความเป็นจริง และการที่ Vitalik สามารถทำ Arbitrage ขูดกำไรจากความไร้เหตุผลนี้ได้ เป็นการตอกหน้าวงการว่า ตลาดในตอนนี้มีแต่นักพนันที่ตามกระแสมากกว่าคนที่ใช้ความรู้ในการวิเคราะห์จริง
