bitkub-banner

ที่ปรึกษาเอลซัลวาดอร์ลั่น Bitcoin จะเกิด ‘แท่งเทียนเทพเจ้า’ ดันราคาพุ่งแตะ $1 ล้านเร็ว ๆ นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Samson Mow ซีอีโอ Jan3 และที่ปรึกษาด้านบิทคอยน์ชื่อดังระดับโลก ออกมาตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า “Omega Candle” หรือแท่งเทียนสีเขียวขนาดมหึมาที่ลากราคา Bitcoin ให้พุ่งทะยาน กำลังจะปรากฏให้เห็นในไม่ช้า
  • Samson Mow มองว่า ราคา Bitcoin ปัจจุบันที่วนเวียนแถวระดับ 76,000 ดอลลาร์นั้น “ถูกเกินไป” ซึ่งมูลค่าที่แท้จริงตามอัตราเงินเฟ้อควรอยู่ที่ประมาณ 111,000 ดอลลาร์ โดยชี้ว่า สภาวะ Supply Shock จากสถาบันที่กวาดซื้อเหรียญเก็บเข้าคลังสำรองคือ ตัวจุดชนวนสำคัญ
  • แม้นักวิเคราะห์บางส่วนจะกังวลเรื่องจุดจบรอบ หลังเหตุการณ์ Halving แต่   Samson Mow ยืนยันว่า วัฏจักรนี้แตกต่างออกไป และการพุ่งครั้งใหญ่สู่เป้าหมาย 1 ล้านดอลลาร์ ใกล้เข้ามา 

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การคาดการณ์ของ Samson Mow สะท้อนถึงแรงสนับสนุนมหาศาลจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและผู้นำทางความคิดในระดับรัฐชาติ ซึ่งส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวอย่างมาก แม้ราคา Bitcoin ในปัจจุบันจะยังห่างไกลจากเป้าหมาย 1 ล้านดอลลาร์ แต่แนวคิดเรื่อง Supply Shock และการที่บริษัทระดับโลกเริ่มยอมรับบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรอง เป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยผลักดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญ เพื่อมุ่งหน้าสู่การทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลได้ไม่ยาก

Samson Mow ซีอีโอของ Jan3 และที่ปรึกษาด้านบิทคอยน์ให้กับประเทศเอลซัลวาดอร์ ได้ออกมาคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ “แท่งเทียนเทพเจ้า” หรือการพุ่งขึ้นของราคาอย่างรุนแรงจนแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ (BTC) กำลังจะใกล้เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ 

โดยเขามองว่า ปริมาณ Bitcoin ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดจริงนั้น มีน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจมาก และเชื่อว่าราคา Bitcoin ที่ต่ำกว่า 120,000 ดอลลาร์ในปัจจุบัน ถือเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมาก

Supply Shock เมื่อเหรียญ Bitcoin ในตลาดเหลือไม่ถึงล้าน

ในการสัมภาษณ์ล่าสุด Samson Mow อธิบายว่า พฤติกรรมตลาดในรอบนี้ ทำลายความเชื่อเรื่องวัฏจักร 4 ปีแบบเดิมๆ เนื่องจาก Bitcoin สามารถทำ ATH ใหม่ ได้ตั้งแต่ก่อนเกิดปรากฏการณ์ Halving 

แม้หลายคนจะมองว่า ตลาดได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงยาว แต่ Samson Mow กลับเห็นต่าง โดยระบุว่า การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น “เร็วมาก” แม้จะไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัด เพราะปัจจุบันมีเหรียญ Bitcoin เหลือให้ขุดน้อยกว่า 1 ล้านเหรียญ ในขณะที่มีสถาบันยักษ์ใหญ่ ก็คอยกวาดซื้อ Bitcoin เก็บเข้าคลังอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนว่าราคาจะเป็นเท่าไหร่

Samson Mow ยังชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญเรื่อง “วิกฤตอุปทาน” โดยอธิบายว่า เหรียญประมาณ 2-3 ล้านเหรียญที่ค้างอยู่ในกระดานเทรดนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่เหรียญที่มีไว้เพื่อขายทิ้ง แต่เป็นสภาพคล่องที่กลุ่ม Market Makers และกองทุน Hedge Funds ใช้ในการทำกิจกรรมอื่น ซึ่งสุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็ต้องหาซื้อคืนมาอยู่ดี 

นอกจากนี้ พฤติกรรมของบริษัทอย่าง MicroStrategy หรือ Metaplanet ที่เดินหน้าสะสมเหรียญ Bitcoin แม้ในช่วงตลาดขาลง ยิ่งตอกย้ำว่าอุปทานในตลาดกำลังถูกดูดซับไปเรื่อยๆ จนเหลือถึงมือรายย่อยน้อยลงทุกที

สถาบันการเงินโลกเริ่มขยับเป้าตาม

Samson Mow ยังประเมินว่า หากคำนวณตามอัตราเงินเฟ้อในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ควรจะอยู่ที่ประมาณ 111,000 ดอลลาร์เป็นอย่างน้อย เพื่อให้คุ้มค่าเงิน และหากอ้างอิงตามโมเดล Stock-to-Flow มูลค่าที่เหมาะสมควรของ Bitcoin จะอยู่ที่ 110,000 ถึง 115,000 ดอลลาร์ ดังนั้นราคาในปัจจุบันจึงถือเป็น “ส่วนลดพิเศษ” สำหรับผู้ที่เข้าใจมูลค่าของมัน 

ความเห็นนี้ยังสอดคล้องกับผู้บริหารระดับสูงจาก Bitwise และ Cathie Wood จาก ARK Invest ที่ยังคงเป้าหมายระยะยาวไว้ที่ระดับล้านดอลลาร์เช่นกัน

โดย Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า Bitcoin มีโอกาสพุ่งไปถึงระดับ 1 ล้านดอลลาร์ได้ หากสามารถเข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งได้ราว 17% ของตลาดสินทรัพย์รักษามูลค่า (Store-of-value) ทั่วโลก ซึ่งคาดการณ์ว่า จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 121 ล้านล้านดอลลาร์ภายในทศวรรษหน้า

ในขณะเดียวกัน Cathie Wood ซีอีโอของ ARK Invest ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายระยะยาว โดยคาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin จะแตะระดับ 1.2 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ทั้งนี้เธอได้มีการปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงเล็กน้อยจากเดิมที่เคยมองไว้ที่ 1.5 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 โดยให้เหตุผลว่า เป็นผลมาจากการเติบโตและการก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของเหรียญ Stablecoins ในระบบนิเวศการเงินนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคา Bitcoin ยังคงซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 76,855 ดอลลาร์ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมในปี 2025 อยู่ถึง 39% การจะไปให้ถึง 1 ล้านดอลลาร์ต้องอาศัยการเติบโตอีกกว่า 1,200% หรือ 13 เท่าจากราคาปัจจุบัน 

แม้ในทางทฤษฎีจะเป็นไปได้ แต่นักวิเคราะห์หลายส่วนมองว่า อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี และต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดการเงินโลกอย่างมหาศาล ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนตามที่ Samson Mow คาดหวังไว้

ที่มา : beincrypto


มุมมองผู้เขียน : Samson Mow กำลังมองเรื่องความหายาก แม้ราคา 1 ล้านดอลลาร์จะฟังดูเหมือนเป็นไปได้ยากมากในสายตาคนทั่วไป แต่ถ้าดูการไหลเข้าของเงินสถาบันผ่านกองทุน ETF และการที่รัฐบาลบางประเทศเริ่มเก็บสะสมเป็นทุนสำรอง “Omega Candle” ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงซะทีเดียว