bitkub-banner

ศาลปัดตกคำร้องรื้อคดี SBF ซัดข้ออ้างทฤษฎีสมคบคิดเพ้อเจ้อ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้พิพากษา Lewis Kaplan ปฏิเสธคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของอดีตซีอีโอ FTX โดยชี้ว่าหลักฐานที่อ้างว่ากระดานเทรดยังมีเงินพอจ่ายหนี้นั้นไร้มูลความจริง
  • ศาลมองว่าข้อกล่าวหาของ SBF ที่โจมตีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เรื่องการซ่อนข้อมูลและข่มขู่พยานปากสำคัญเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิดที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในสำนวนคดี
  • ผู้พิพากษาวิจารณ์พฤติกรรมของ SBF ว่าพยายามปั่นกระแสเรียกความเห็นใจผ่านสื่อ บทสรุปคือเขาจะต้องก้มหน้ารับโทษจำคุก 25 ปีต่อไป

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ผู้พิพากษา Lewis Kaplan แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ มีคำสั่งปฏิเสธคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตซีอีโอ FTX อย่างเป็นทางการ โดยตีตกข้ออ้างที่ว่าเขามีหลักฐานใหม่ เพื่อพิสูจน์ว่า FTX ไม่ได้ล้มละลาย รวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปิดบังข้อมูลและข่มขู่พยานให้ไม่กล้าขึ้นให้การ โดยศาลระบุชัดเจนว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเพียงทฤษฎีที่ไร้มูลความจริง และมองว่าความพยายามในการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ซ้ำๆ เป็นเพียงการฟอกขาวตัวเองและสร้างความเห็นใจจากสาธารณชนเท่านั้น ทำให้ SBF หมดทางสู้และต้องกลับไปก้มหน้ารับโทษจำคุก 25 ปีในคดีฉ้อโกงตามเดิม 

Lewis Kaplan ผู้พิพากษาศาลแขวงในสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำร้องขอรับการพิจารณาคดีใหม่ของ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีต CEO ของ FTX หลังจากที่อดีตมหาเศรษฐีได้เสนอหลักฐานใหม่ ซึ่งเขากล่าวอ้างว่าสามารถพิสูจน์ได้ว่า กระดานเทรดคริปโตที่ล้มละลายไปแล้วนั้น แท้จริงแล้วยังมีสินทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้

ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว SBF ได้ถอนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ โดยระบุว่าเขาไม่เชื่อว่าตนเองจะได้รับการ “พิจารณาที่เป็นธรรม” จากผู้พิพากษา Kaplan อย่างไรก็ตามกระบวนการยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินเดิมยังคงดำเนินต่อไป

ในคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ฉบับเดิมที่ยื่นไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ SBF ได้กล่าวหาว่า กระทรวงยุติธรรม (DOJ) มีการปกปิดเก็บงำข้อมูลสำคัญ ขณะเดียวกันเขาก็ได้ทำการรวมคำให้การแทน โดยที่อ้างว่าจะได้จาก Ryan Salame (co-CEO ของ FTX Digital Markets) และ Daniel Chapsky (อดีตหัวหน้าฝ่าย data science ของ FTX) ซึ่ง SBF อ้างว่า ทั้งสองคนรู้สึกหวาดกลัวที่จะขึ้นให้การ

ทั้งนี้ Salame ถูกตัดสินจำคุกในปี 2024 เป็นเวลา 90 เดือน ประมาณ 7 ปี 6 เดือนหลังจากที่เขายอมรับสารภาพในข้อหาทางอาญา

ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน  ณ ศาลแขวงสหรัฐฯ เขตใต้แห่งนิวยอร์ก ผู้พิพากษา Kaplan ได้วิพากษ์วิจารณ์หลักฐานใหม่ของ SBF โดยระบุว่าเป็นหลักฐานที่ ไร้มูลความจริง อ้างอิงข้อมูลจากคำสั่งศาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 

ผู้พิพากษา Kaplan ได้ทำการโต้กลับว่า SBF สามารถเรียกพยานเหล่านั้นมาให้การ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรพยายามร้องขอให้ศาลบังคับให้พวกเขาขึ้นให้การ ทว่าเขาไม่ได้ทำทั้งสองอย่างเลย 

การที่เขากล่าวอ้างว่าการขาดหายไปของพยาน หรือในกรณีหนึ่งคือ การที่พยานตัดสินใจขึ้นให้การในฝ่ายที่ตรงข้ามกับเขา เป็นผลมาจากการข่มขู่และแก้แค้นโดยรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องที่ดูเพ้อเจ้อเหมือนทฤษฎีสมคบคิด และขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในสำนวนคดีอย่างสิ้นเชิง

นอกเหนือจากนี้ ผู้พิพากษา Kaplan ยังได้วิจารณ์ถึงการกระทำของ SBF เพื่อเรียกคะแนนเสียง สนับสนุนจากสาธารณชนผ่านสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นหลักฐานใหม่ หรือก็คือพยายามฟอกขาวตนเอง โดยอ้างถึงการที่เขาไปให้สัมภาษณ์กับ Michael Lewis ผู้เขียนหนังสือ Going Infinite และ Tucker Carlson นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม

โดยสรุปแล้วสิ่งที่ Bankman-Fried เรียกว่า “ข้อเท็จจริง” นั้น ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่เคยถูกนำมาเสนอไปแล้ว และมันถูกนำมาเสนอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายต่อหลายครั้งด้วย ถือข้อบกพร่องที่ร้ายแรงของการพยายามปั่นกระแสในครั้งนี้ที่สุดท้ายแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ

หมายความว่า Sam Bankman-Fried จะต้องก้มหน้ารับชาตะกรรมต่อไปในเรือนจำกับโทษจำคุกนาน 25 ปี ในคดีฉ้อโกง FTX แม้ว่าตัวเขาจะพยายามสุดความสามารถเพื่อให้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำการอภัยโทษให้เหมือนผู้ก่อตั้งคริปโตรายอื่น

ที่มา : The Block


มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่ SBF พยายามสร้างวาทกรรมว่า FTX มีเงินพอจ่ายหนี้ เป็นเพียงการบิดเบือนประเด็น เพราะในทางกฎหมายความผิดฐานฉ้อโกงและละเมิดความไว้วางใจ ได้สำเร็จลงตั้งแต่วินาทีที่เขานำเงินฝากของลูกค้าไปหมุนแล้ว และนั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะนำมาลบล้าง เจตนาทุจริตในอดีตได้ เมื่อข้อเท็จจริงในชั้นศาลและหลักฐานทางบัญชีมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด จึงไม่แปลกที่ SBF จะต้องหันไปพึ่งพาการสร้างกระแสเพื่อชุบตัวเองจากอาชญากร ให้กลายเป็นเหยื่อทางการเมือง