สรุปข่าว
- LayerZero Labs ประกาศทุ่ม ETH รวมกว่า 10,000 เหรียญเข้าร่วมโครงการ DeFi United ที่นำโดย Aave เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569
- แบ่งเป็นการบริจาค 5,000 ETH ให้ DeFi United และฝากอีก 5,000 ETH ใน Aave เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและขยาย GHO
- การร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทั่วอุตสาหกรรมเพื่อฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ช่องโหว่ Kelp DAO เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การอัดฉีดสภาพคล่อง ETH มูลค่าราว $22 ล้านเข้าสู่ Aave โดยตรงช่วยหนุน TVL ของโปรโตคอลและเสริมความแข็งแกร่งให้ GHO stablecoin ของ Aave ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อระบบนิเวศ DeFi โดยรวม ขณะเดียวกันการรวมตัวของโปรโตคอลใหญ่หลายรายในโครงการ DeFi United ยังช่วยฟื้นความเชื่อมั่นหลังเกิดวิกฤต
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph LayerZero Labs ประกาศทุ่ม ETH รวมกว่า 10,000 เหรียญเข้าร่วมโครงการ DeFi United ซึ่งเป็นกองทุนฟื้นฟูที่นำโดย Aave โดยแบ่งเป็นการบริจาค 5,000 ETH ให้กับ DeFi United โดยตรง และฝากอีก 5,000 ETH ในโปรโตคอล Aave เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาด พร้อมทั้งประกาศเดินหน้าขยายสภาพคล่องของ GHO ซึ่งเป็น stablecoin แบบ overcollateralized ของ Aave นอกจากนี้ LayerZero ยังแจ้งว่าจะร่วมมือกับ Aave และโปรเจกต์ DeFi อื่น ๆ ในการนำ OFT (Omnichain Fungible Token) มาใช้ในตลาดปล่อยกู้ด้วย ณ ราคา ETH ปัจจุบันที่ $2,292.24 การทุ่มครั้งนี้มีมูลค่ารวมกว่า $22 ล้าน

DeFi United คืออะไร และเกิดขึ้นเพราะอะไร
DeFi United คือพันธมิตรหลายโปรโตคอลที่ก่อตั้งขึ้นราวปลายเดือน เม.ย. 2569 โดยมี Aave เป็นผู้นำ เพื่อจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ช่องโหว่ใน Kelp DAO เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 โดยผู้โจมตีซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus Group ของเกาหลีเหนือ ได้ใช้ช่องโหว่ในสะพาน cross-chain ที่ขับเคลื่อนด้วย LayerZero เพื่อสร้าง rsETH ที่ไม่มีหลักประกัน 116,500 เหรียญ มูลค่าประมาณ $292 ล้าน จากนั้นนำ rsETH เหล่านั้นไปใช้เป็นหลักประกันบน Aave V3 เพื่อกู้ยืม wrapped ETH และ wstETH รวมประมาณ $190 ล้าน ส่งผลให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากในโปรโตคอล
เป้าหมายของ DeFi United คือการฟื้นฟูหลักประกันของ rsETH และป้องกันไม่ให้เกิดการล้างพอร์ตแบบลูกโซ่ทั่ววงการ DeFi ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Aave ขอ Arbitrum ปลดอายัด ETH 30,000 เหรียญจากแฮกเกอร์ Kelp DAO เพื่อนำเงินส่วนนั้นมาใช้ในการฟื้นฟูด้วย
พันธมิตรรายอื่นที่เข้าร่วม DeFi United
LayerZero Labs ไม่ได้เป็นรายเดียวที่เข้าร่วมโครงการนี้ ก่อนหน้านี้มีหลายองค์กรและบุคคลชื่อดังในวงการที่ประกาศให้ความช่วยเหลือแล้ว ได้แก่ Consensys และผู้ก่อตั้ง Joe Lubin (สูงสุด 30,000 ETH ประกาศเมื่อ 27 เม.ย.), Mantle (สูงสุด 30,000 ETH ในรูปสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะ 3 ปี), ข้อเสนอคลัง Aave DAO (25,000 ETH), Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave (5,000 ETH จากกระเป๋าส่วนตัว), EtherFi (5,000 ETH), Lido DAO (สูงสุด 2,500 stETH) และ Golem Foundation (1,000 ETH) นอกจากนี้ สภาความปลอดภัยของ Arbitrum ยังได้อายัด ETH กว่า 30,766 เหรียญ มูลค่าประมาณ $71 ล้าน ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้โจมตีเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2569 ซึ่งช่วยกู้คืนเงินได้ประมาณ 25% ของที่ถูกขโมยไป
การที่ LayerZero Labs ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน cross-chain ที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของเหตุการณ์ช่องโหว่นี้ เลือกที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุนกองทุนฟื้นฟูอย่างจริงจัง ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศ DeFi โดยรวม
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวของ LayerZero Labs ครั้งนี้น่าจับตามากในแง่ความรับผิดชอบ เพราะถึงแม้ช่องโหว่จะอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานของพวกเขา แต่การออกมาร่วมแก้ไขปัญหาแทนที่จะเงียบหายไปนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือโครงการ DeFi United จะสามารถรวบรวม ETH ได้เพียงพอต่อการฟื้นฟู rsETH ให้ครบหรือไม่ และ Aave จะสามารถลบล้างหนี้เสียออกจากระบบได้สำเร็จแค่ไหน ถ้าทำได้ครบตามแผน ความเชื่อมั่นใน DeFi น่าจะกลับมาได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
