สรุปข่าว
- ข้อมูลสถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่า ทุกครั้งที่เปลี่ยนตัวประธานเฟดคนใหม่ Bitcoin มักจะถูกเทขายและปรับฐานนานหลายเดือน
- Donald Trump ออกโรงบีบ Kevin Warsh ประธานคนใหม่ให้ลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
- ภาพรวมเหมือนสภาพคล่องจะกลับมา เฟดดำเนินการอัดฉีดเงินเข้าระบบ แต่แนวคิดของ Warsh กลับมีความขัดแย้งในตัวเอง ทำให้ทิศทางนโยบายการเงินปี 2026 ยังคงไม่ชัดเจน
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ตลาดคริปโตกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ Kevin Warsh เตรียมรับไม้ต่อจาก Jerome Powell ท่ามกลางแรงกดดันจาก Donald Trump และทิศทางนโยบายที่ยังไม่ชัดเจน สถิติในอดีตชี้ว่าการเปลี่ยนประธานเฟดมักทำให้เกิดการย่อตัวของ Bitcoin ในช่วงแรก ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าอาจเห็นแรงขายต่อเนื่องและตามาด้วยขาขึ้นรอบใหม่ ความไม่ชัดเจนยิ่งทวีคูณจากจุดยืนที่ขัดแย้งของ Warsh ทำให้ตลาดมีแนวโน้มผันผวนสูงในระยะสั้น
ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อ Kevin Warsh เตรียมเข้ารับตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองจากประธานาธิบดี Donald Trump และความไม่ชัดเจนด้านทิศทางนโยบายการเงิน
การเปลี่ยนผ่านผู้นำเฟดในอดีต มักเป็นจุดเริ่มต้นของความผันผวน โดยเฉพาะในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และตลาดหุ้น ซึ่งมีแนวโน้มปรับฐานในระยะสั้น ก่อนจะกำหนดทิศทางใหม่ในรอบถัดไป
ข้อมูลในอดีตสะท้อนชัดว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนประธาน Fed ตลาดมักเผชิญแรงขายในช่วงแรก นักลงทุนลดความเสี่ยงเพื่อรอดูท่าทีของผู้นำคนใหม่
มุมมองจากนักวิเคราะห์ CRYPTOWZRD ระบุว่า การย่อตัวอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน ก่อนจะเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหญ่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะย่อหรือไม่ แต่เป็น “ย่อลึกแค่ไหน” และ “ใครจะอยู่รอดจนถึงรอบถัดไป”

การประชุม FOMC ครั้งสุดท้ายของ Powell จบลงด้วยการที่เฟด “คงดอกเบี้ย” ตามที่ตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจาก Trump กลับพุ่งตรงไปยัง Warsh โดยเรียกร้องให้เริ่มต้นตำแหน่งด้วยการ “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนมิถุนายน 2026
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแทรกแซงเชิงนโยบายจาก Trump ที่ตลาดต้องนำมาประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม
นโยบายสองขั้ว จุดเสี่ยงที่ตลาดการเงินไม่ชอบ
ประเด็นที่สร้างความไม่มั่นใจมากที่สุดให้กับนักลงทุนคือ “ความขัดแย้ง” ในจุดยืนของ Kevin Warsh

ด้านหนึ่ง สภาพคล่องในระบบเริ่มขยายตัว เฟดเพิ่มงบดุลกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ลักษณะคล้าย “การทำ QE แบบอ่อน” ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin
แต่อีกด้าน Warsh เคยวิจารณ์นโยบายดอกเบี้ยต่ำและ QE ในอดีตว่าเป็นความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง คำถามสำคัญในตอนนี้คือ เขาจะเลือก “สนับสนุนสภาพคล่อง” หรือ “ควบคุมความเสี่ยง” กันแน่
ภาพรวมปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของนโยบายที่ไม่ชัดเจน ตลาดกำลังรอคำตอบจากประธานเฟดคนใหม่ ขณะที่แรงกดดันทางการเมืองและสัญญาณนโยบายที่ขัดแย้งกันทำให้ความผันผวนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยมหภาคยังส่งสัญญาณเชิงบวก สภาพคล่องเริ่มกลับเข้าสู่ระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากเกิดการปรับฐานจริง นั่นอาจกลายเป็น “จังหวะสะสม” สำหรับรอบใหญ่ในช่วงปลายปี
- ที่มาข่าว:cointelegraph
- ที่มาภาพ:bitcoin.comnews
