สรุปข่าว
- Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ สรุปผลการทำงานปีแรก โดยเน้นการคุ้มครองนักลงทุน ความโปร่งใส และการส่งเสริมการระดมทุน ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า “A-C-T” (Advance, Clarify, Transform)
- แผนงานที่กำลังดำเนินการประกอบด้วย “Project Crypto” เพื่อสร้างกรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจน รวมถึงการแยกประเภทโทเคนว่าเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ และแผน “Make IPOs Great Again” เพื่อกระตุ้น IPO ที่ลดลงกว่า 40% นับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990
- ต้องจับตาว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม (innovation exemption) สำหรับการเทรดโทเคนบนบล็อกเชนได้เร็วแค่ไหน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการปฏิรูปจะเป็นรูปธรรมหรือหยุดอยู่แค่คำพูด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ผู้นำ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ประกาศแนวทางปฏิรูปที่ชัดเจนและต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ Project Crypto และการสร้างกรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคหลักของตลาดคริปโตมาตลอด ทิศทางนี้เป็นบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน แม้จะยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้จริงในทันที
Paul Atkins ประธานสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต. สหรัฐฯ หรือ SEC) ได้ออกมาสรุปผลงานในช่วงปีแรกของการดำรงตำแหน่ง โดยย้ำว่าองค์กรได้มุ่งเน้นการคืนความน่าเชื่อถือ สร้างความชัดเจนในกฎเกณฑ์ และคุ้มครองนักลงทุน พร้อมประกาศว่ายังมีการปฏิรูปอีกหลายด้านที่กำลังจะตามมา ตามรายงานจาก Cointelegraph Atkins เข้ารับตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ คนที่ 34 เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 หลังจากได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี Donald Trump และผ่านการรับรองจากวุฒิสภา โดยก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2545-2551 มาแล้ว
กลยุทธ์ A-C-T และแผนปฏิรูปคริปโต
ในโอกาสครบรอบ 1 ปีในตำแหน่ง Atkins ได้แถลงกลยุทธ์ใหม่ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในชื่อ “A-C-T” ซึ่งย่อมาจาก Advance (ก้าวหน้า), Clarify (สร้างความชัดเจน) และ Transform (เปลี่ยนแปลง) โดยประกาศว่าองค์กรได้กลับมายึดพันธกิจหลัก ได้แก่ การคุ้มครองนักลงทุน การรักษาระเบียบตลาด และการส่งเสริมการระดมทุนอีกครั้ง แผนงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรียกว่า “Project Crypto” ถือเป็นหัวใจของการปฏิรูป โดยมีเป้าหมายสร้างกรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจน รวมถึงการจัดทำ taxonomy สำหรับแยกประเภทโทเคนว่าเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ใช่หลักทรัพย์ และจะมีการออก “innovation exemption” สำหรับการเทรดโทเคนบนบล็อกเชนที่ถูกกฎหมายด้วย
นอกจากนี้ Atkins ยังเปิดตัวแผน “Make IPOs Great Again” เพื่อฟื้นฟูตลาด IPO ของสหรัฐฯ ที่หดตัวลงกว่า 40% นับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990 ด้วยการเสนอกฎเกณฑ์ใหม่ที่รวมถึงการเปิด “on-ramp” สำหรับ IPO การขยายสิทธิประโยชน์แก่บริษัทขนาดเล็ก และการให้ทางเลือกรายงานผลประกอบการแบบรายไตรมาสหรือราย 6 เดือน
ความสำคัญต่อวงการคริปโตไทยและนักลงทุนทั่วโลก
การเปลี่ยนแปลงแนวทางของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ภายใต้ Atkins ถือเป็นการพลิกหน้าจากยุค Gary Gensler อดีตประธานที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่เม.ย. 2564 ถึง ม.ค. 2568 ซึ่งเน้นการบังคับคดีเป็นเครื่องมือหลักในการกำกับดูแลคริปโต ทำให้ผู้ประกอบการในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลต่างรู้สึกถึงความไม่แน่นอนด้านกฎหมายมาโดยตลอด ภายใต้แนวทางใหม่ที่เน้นความชัดเจนและการสร้างกรอบกฎหมายเชิงรุก บริษัทในวงการคริปโตทั้งสหรัฐฯ และทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัล น่าจะได้รับประโยชน์จากความชัดเจนของกฎระเบียบที่กำลังเกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ครบรอบ 1 ปี SEC ภายใต้ Paul Atkins ตลาดคริปโตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง และ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยุติแนวทางกำกับคริปโตผ่านการบังคับคดีอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Atkins ออกมาประกาศสรุปผลงานปีแรกพร้อมแผนงานที่ชัดเจนหลายชุดพร้อมกันนั้นเป็นสัญญาณบวกที่ดีสำหรับวงการคริปโต แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือความเร็วในการแปลคำพูดให้กลายเป็นกฎหมายที่บังคับใช้จริง เพราะที่ผ่านมา ก.ล.ต. สหรัฐฯ มักใช้เวลานานในกระบวนการออกกฎเกณฑ์ หาก innovation exemption สำหรับโทเคนบนบล็อกเชนและ crypto token taxonomy ออกมาได้จริงในปีนี้ นั่นจะเป็นตัวเร่งสำคัญให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่กล้าเข้าสู่ตลาดคริปโตมากขึ้น ซึ่งก็น่าจะส่งผลดีต่อราคาในระยะกลางถึงระยะยาวครับ
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
