สรุปข่าว
- Kristin Smith จาก Solana Policy Institute ระบุว่าคริปโตเปลี่ยนรูปแบบการล็อบบี้ในวอชิงตัน ดี.ซี. ไปอย่างสิ้นเชิง
- อุตสาหกรรมคริปโตเป็นกลุ่มแรกที่ทำให้สมาชิกสภาคองเกรสหันมาใช้ X (Twitter) สื่อสารเรื่องนโยบาย
- ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมคริปโตในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ ขณะที่หลายร่างกฎหมายสำคัญกำลังเดินหน้าในสภา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่อุตสาหกรรมคริปโตมีอิทธิพลในวอชิงตันมากขึ้นเรื่อยๆ และสามารถเปลี่ยนวิธีสื่อสารของนักการเมืองได้ถือเป็นสัญญาณบวก เนื่องจากบ่งบอกว่ากฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อคริปโตมีโอกาสผ่านสภาได้มากขึ้น ซึ่งอาจหนุนให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดดีขึ้นตามไปด้วย
ตามรายงานจาก Cointelegraph Kristin Smith ประธานของ Solana Policy Institute (SPI) ได้กล่าวถึงผลกระทบที่อุตสาหกรรมคริปโตมีต่อการล็อบบี้ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า “คริปโตเปลี่ยนวิธีที่เราล็อบบี้ในกรุงวอชิงตัน เราเป็นอุตสาหกรรมแรกที่ทำให้สภาคองเกรสหันมาใช้ Twitter” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางใหม่ที่กลุ่มคริปโตใช้ในการสร้างแรงกดดันทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย Smith เคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Blockchain Association ก่อนจะมารับตำแหน่งประธาน SPI ในเดือนพฤษภาคม 2568 และเธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายคริปโตมาอย่างต่อเนื่อง
จาก Blockchain Association สู่ Solana Policy Institute กับภารกิจล็อบบี้ที่เปลี่ยนไป
Kristin Smith เป็นหนึ่งในนักล็อบบี้ด้านคริปโตที่มีประสบการณ์ยาวนานที่สุดในวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างที่เธอเป็น CEO ของ Blockchain Association เธอได้ผลักดันให้อุตสาหกรรมคริปโตมีตัวแทนในแวดวงการเมืองมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าจำนวนนักล็อบบี้ด้านคริปโตในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจาก 115 คนในปี 2561 เป็น 320 คนในปี 2564 ขณะที่งบประมาณการล็อบบี้ก็พุ่งขึ้นจาก 2.2 ล้านดอลลาร์ เป็นกว่า 9 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
Solana Policy Institute เปิดตัวเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม 2568 ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด โดยมีพันธกิจหลักคือการให้ความรู้แก่ผู้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับเครือข่ายแบบกระจายอำนาจอย่าง Solana และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง การที่ Smith ย้ายมาร่วมงานกับ SPI บ่งบอกว่าการผลักดันนโยบายในระดับโปรโตคอลเฉพาะเจาะจงกำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นในวงการคริปโต
โซเชียลมีเดียกลายเป็นอาวุธใหม่ของนักล็อบบี้คริปโต
สิ่งที่ทำให้คริปโตแตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่นในการล็อบบี้คือการมีฐานผู้สนับสนุนระดับรากหญ้าที่กระตือรือร้นและพร้อมส่งเสียงบนโซเชียลมีเดีย เมื่อปี 2567 Smith เคยอธิบายว่ากลยุทธ์ที่ได้ผลคือ “หมัดสองชั้น” ระหว่างการลงทุนของอุตสาหกรรมในกระบวนการการเมืองกับการที่ผู้ใช้รายย่อยติดตามและตรวจสอบจุดยืนของนักการเมืองเรื่องคริปโตอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ Coinbase ยังเคยพยายามนำ “คะแนนความเป็นมิตรต่อคริปโต” ของสมาชิกสภาคองเกรสมาใส่ในแอปพลิเคชันของตนในปี 2565 เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ว่าจะสนับสนุนนักการเมืองคนใด
ปัจจุบันในปี 2569 อุตสาหกรรมคริปโตกำลังเก็บเกี่ยวผลจากการล็อบบี้อย่างเป็นระบบมาหลายปี โดยร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับกำลังเดินหน้าผ่านสภาคองเกรส รวมถึงกฎหมายควบคุม Stablecoin ที่เรียกว่า Genius Act ซึ่งใกล้ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง Gillibrand ชี้ CLARITY Act เหลือ 3 ปมต้องแก้ คาดผ่านสภาภายใน ส.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความพยายามล็อบบี้ที่สั่งสมมานานกำลังส่งผลเป็นรูปธรรม
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ Kristin Smith พูดนั้นน่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าคริปโตไม่ได้แค่เปลี่ยนระบบการเงิน แต่เปลี่ยนวิธีที่อุตสาหกรรมมีปฏิสัมพันธ์กับอำนาจรัฐด้วย การที่สมาชิกสภาคองเกรสต้องหันมาใช้ X สื่อสารเพื่อตอบสนองต่อชุมชนคริปโตบ่งบอกว่ากลุ่มนี้มีอิทธิพลทางการเมืองจริงๆ ไม่ใช่แค่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอีกต่อไป สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือกฎหมายคริปโตที่กำลังเดินหน้าในสภาจะผ่านได้จริงหรือไม่ ถ้าผ่านได้ก็น่าจะเป็นสัญญาณบวกอย่างชัดเจนต่อตลาดในภาพรวม
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

