สรุปข่าว
- Jesse Spiro จาก Tether เตือนว่า การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2026 จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า นโยบายคริปโตที่เพิ่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในวอชิงตันจะอยู่รอดต่อไปได้หรือไม่
- ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตกำลังรวมพลังทางการเมืองกันหนักขึ้น ทั้งการทุ่มเงินสนับสนุนแคมเปญ และการระดมฐานเสียงผู้ถือครองคริปโต
- ผู้เล่นในวงการเชื่อว่า “คะแนนเสียงสายคริปโต” อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในสนามเลือกตั้งที่สูสีระดับไม่กี่พันคะแนน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Jesse Spiro ผู้บริหารของ Tether ออกมาเตือนว่า การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2026 อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการคริปโต ตอนนี้คริปโตไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจสายเทคอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “พลังทางการเมือง” ที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังกลุ่มสนับสนุนคริปโตเริ่มทุ่มเงินและระดมฐานเสียงอย่างจริงจังเพื่อผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อวงการ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า หากผลเลือกตั้งออกมาสูสี กลุ่มผู้ถือคริปโตหลายล้านคนอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถชี้ขาดผลการเลือกตั้งได้จริง
Jesse Spiro ผู้บริหารระดับสูงของ Tether ออกมาเตือนบนเวที Consensus 2026 ที่ไมอามีว่า ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2026 อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต แม้ตลอดปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมจะเริ่มเห็นความคืบหน้าด้านกฎหมายและท่าทีสนับสนุนจากฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ มากขึ้นก็ตาม
Spiro ชี้ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมคริปโตเริ่มมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น ทั้งความคืบหน้าของร่างกฎหมาย GENIUS Act รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล แต่สุดท้ายแล้ว “เกมการเมือง” ยังเป็นปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้เสมอ
วงการคริปโตกำลังเปลี่ยนจาก “สายเทค” สู่ “พลังการเมือง”
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากเวที Consensus คือการที่หลายฝ่ายเริ่มมองตรงกันว่า วงการคริปโตไม่ได้เป็นแค่กลุ่มนักลงทุนหรือบริษัทเทคอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปเป็น “กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง” ที่มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสหรัฐฯ
ช่วงที่ผ่านมา กลุ่มสนับสนุนคริปโตเริ่มทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่มีจุดยืนเป็นมิตรต่ออุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าระดมผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายคริปโตอย่างจริงจัง เพื่อหวังผลักดันให้สภาคองเกรสชุดใหม่ยังคงสนับสนุนกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อวงการ
Spiro ถึงกับใช้คำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่ออนาคตของวงการคริปโต ตั้งแต่กฎหมาย Stablecoin ไปจนถึงกฎเกณฑ์ด้านภาษีและการกำกับดูแล
ด้าน Colin McLaren จาก Solana Policy Institute เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่า “เหมือนการซื้อบ้าน” เพราะต่อให้วงการคริปโตจะทุ่มเงินมหาศาลในศึกเลือกตั้งปี 2024 ไปแล้ว แต่ก็ยังต้องเดินหน้าสนับสนุนต่อเนื่อง หากต้องการให้นโยบายที่ผลักดันไว้อยู่รอดต่อไปในระยะยาว
McLaren ยังมองว่า เป้าหมายต่อจากนี้ คือการสร้างความยั่งยืนทางการเมืองเพื่อให้กฎหมายที่สนับสนุนคริปโตสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้รัฐบาลหรือสมาชิกในสภาจะเกิดการเปลี่ยนตัวในอนาคต
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองคือ พลังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายคริปโต ซึ่ง Mason Lynaugh จาก Stand With Crypto ระบุว่า กลุ่มของเขามีสมาชิกเกือบ 3 ล้านคน และหลายคนเริ่มมองว่า การเลือกตั้งคือช่วงเวลาสำคัญในการตอบแทนนักการเมืองที่สนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโต
Lynaugh มองว่า ในสนามเลือกตั้งที่คะแนนสูสีกันเพียงหลักพันเสียง กลุ่มผู้ถือคริปโตอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ขาดผลเลือกตั้งได้จริง
มุมมองผู้เขียน: แม้ตอนนี้บรรยากาศในสหรัฐฯ จะดูเป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้นกว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่คำเตือนจาก Tether ก็แสดงให้เห็นว่า “กฎหมายที่ดี” อาจยังไม่เพียงพอ หากอุตสาหกรรมไม่สามารถรักษาอิทธิพลทางการเมืองไว้ได้หลังเลือกตั้งปี 2026
ที่มา:coindesk

