bitkub-banner

Polymarket ให้โอกาส 74% CLARITY Act ผ่านปีนี้ วุฒิสภาโหวต 14 พ.ค.

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Polymarket บ่งชี้โอกาส 74% ที่ CLARITY Act จะได้รับการลงนามเป็นกฎหมายในปี 2026 พร้อมกับการปรับขึ้น 9% จากช่วงก่อนหน้า
  • คณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ ประกาศนัดประชุมพิจารณา CLARITY Act ในวันที่ 14 พ.ค. 2026 ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญหลังการเจรจาหยุดชะงักมานาน
  • หากผ่านกฎหมาย จะกำหนดบทบาทของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC เหนือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน เปิดทางสถาบันการเงินเข้าสู่ตลาดคริปโตมากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ความชัดเจนด้านกฎระเบียบถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับตลาดคริปโต เนื่องจากช่วยลดความไม่แน่นอนและเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น หาก CLARITY Act ผ่านสำเร็จ คาดว่าจะเป็นแรงหนุนให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตในปริมาณที่มีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Ash Crypto เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2026 ตลาดพยากรณ์ Polymarket ล่าสุดบ่งชี้ว่า Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act มีโอกาสสูงถึง 74% ที่จะได้รับการลงนามเป็นกฎหมายในปี 2026 ปรับขึ้นถึง 9% จากระดับก่อนหน้า ความคืบหน้าสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2026 เมื่อคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ ประกาศนัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังการเจรจาในวุฒิสภาหยุดชะงักมาหลายเดือน โดยทำเนียบขาวตั้งเป้าให้ร่างกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ก่อนวันที่ 4 ก.ค. 2026

กราฟจาก Polymarket แสดงโอกาสที่ Clarity Act จะถูกลงนามเป็นกฎหมาย โดยอยู่ที่ 74% ในเดือนพฤษภาคม
กราฟจาก Polymarket แสดงโอกาสที่ Clarity Act จะถูกลงนามเป็นกฎหมาย โดยอยู่ที่ 74% ในเดือนพฤษภาคม (ภาพจาก: @AshCrypto)

CLARITY Act คืออะไร และผ่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

CLARITY Act หรือ Digital Asset Market Clarity Act of 2025 (H.R. 3633) คือร่างกฎหมายที่มุ่งกำหนดกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ โดยแบ่งอำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC ผ่าน “การทดสอบการกระจายอำนาจ” ซึ่งจะจำแนกสินทรัพย์ว่าเป็นหลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วด้วยคะแนนเสียง 294 ต่อ 134 เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2025 ก่อนจะถูกส่งต่อให้คณะกรรมการธนาคารวุฒิสภารับไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2025

อุปสรรคสำคัญในวุฒิสภามาจากประเด็นขัดแย้งหลายเรื่อง ได้แก่ ข้อกำหนดผลตอบแทนจาก Stablecoin ความรับผิดชอบของ DeFi และกฎเรื่องจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถือครองคริปโต จนกระทั่งเดือน มี.ค. 2026 วุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks สามารถตกลงประนีประนอมเรื่อง Stablecoin ได้ โดยร่างแนวทางห้ามการจ่ายดอกเบี้ยบน Stablecoin แต่อนุญาตให้มีสิทธิประโยชน์จากการใช้งานแทน ทำให้การเจรจาเริ่มคลี่คลาย

โอกาส 74% ของ Polymarket มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน

ตัวเลข 74% จาก Polymarket ที่ปรากฏในกราฟแสดงแนวโน้มตั้งแต่เดือน ก.พ. ถึง พ.ค. 2026 สะท้อนความเชื่อมั่นของนักเทรดที่วางเงินจริงบนผลลัพธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเคยพุ่งสูงสุดถึง 82% ในเดือน ก.พ. 2026 จากนั้นดิ่งลงเหลือ 42% ในช่วงปลายเดือนเดียวกัน ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาที่ระดับปัจจุบัน ความผันผวนนี้สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางสู่การผ่านกฎหมายยังคงมีความท้าทาย โดยเฉพาะการต้องการเสียง 60 เสียงในที่ประชุมวุฒิสภาเต็มคณะ รวมถึงปฏิทินการนิติบัญญัติที่เหลืออยู่อย่างจำกัด

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประธานคณะกรรมการวุฒิสภาสหรัฐฯ ชี้ CLARITY Act ใกล้โหวตแล้ว ซึ่งตอนนั้นโอกาสบน Polymarket ยังอยู่ที่ราว 63% ก่อนจะปรับเพิ่มมาอีกกว่า 10 จุดเปอร์เซ็นต์จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานเรื่อง Coinbase, Kraken, Gemini ล็อบบี้สภาสหรัฐฯ ตัดข้อกำหนดป้องกันบิดราคาออกจาก CLARITY Act ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมยังคงพยายามมีอิทธิพลต่อเนื้อหาของกฎหมายจนถึงนาทีสุดท้าย

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตหากกฎหมายผ่าน

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญในวงการมองว่าการมีกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนจะลดความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ CLARITY Act ยังกำหนดข้อกำหนดการจดทะเบียนสำหรับผู้เล่นต่างๆ ในระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นกระดานเทรด โบรกเกอร์ และตัวแทน ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับอุตสาหกรรมโดยรวม รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ถึงกับเขียนบทความแสดงความเห็นในเดือน เม.ย. 2026 เร่งเร้าให้วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายนี้โดยเร็ว เพื่อรักษาการพัฒนาคริปโตไว้ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ยังมีเสียงคัดค้านจากภาคธนาคารที่ยื่นข้อเสนอแก้ไขเนื้อหาบางส่วน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่คณะกรรมการธนาคารวุฒิสภานัดประชุมพิจารณา CLARITY Act ในวันที่ 14 พ.ค. นี้ คือสัญญาณที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่เราเห็นมานานแล้ว และน่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในตลาดระยะสั้น สิ่งที่น่าจับตามองคือผลการลงคะแนนของคณะกรรมการ เพราะถ้าผ่านออกมาได้ ขั้นตอนถัดไปคือการโหวตในที่ประชุมวุฒิสภาเต็มคณะซึ่งต้องการ 60 เสียง นั่นคือด่านที่ยากที่สุด อย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น แต่โมเมนตัมตอนนี้ดูดีกว่าช่วงต้นปีมากครับ

ที่มา: @AshCrypto

ภาพจาก AI