bitkub-banner

‘ทายาทมาม่า’ เผยหมดเปลือกลงทุนคริปโทฯ 6 ปีแล้ว และเริ่มรู้จักคริปโทมาจากคนนี้ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ ทายาทมาม่า เผยประสบการณ์ลงทุนคริปโทมานานกว่า 6 ปี โดยยึดหลักใช้ “เงินเย็น” และเน้นการถือยาว 10-20 ปี โดยไม่หวั่นไหวต่อความผันผวนของราคา
  • คุณพันธ์ปรับกลยุทธ์พอร์ตจากการลงทุนในเหรียญ Altcoin สลับมาถือ Bitcoin เป็นหลัก หลังได้พูดคุยกับ อ.ตั๊ม พิริยะ โดยถือ Ethereum และ BNB เสริมพอร์ตเล็กน้อย พร้อมแอบลุ้นเหรียญมีมในฝันอย่าง Shiba Inu ให้พุ่งทะยาน
  • ย้ำชัดหัวใจสำคัญคือ Money Management ต้องไม่ลงทุนจนนอนไม่หลับ และไม่นำเงินที่จะต้องใช้ในอนาคตอันใกล้มาลงทุน เพราะการลงทุนต้องให้เวลาเงินทำงานนานพอ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนถึงมุมมองของนักลงทุนในไทยคนหนึ่ง ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดโลกโดยตรง แต่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในเชิงจิตวิทยาให้นักลงทุนรายย่อยเห็นความสำคัญของการถือครอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์หลัก มากกว่าการเทรดในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทายาทมาม่า หรือ คุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ ได้ไปร่วมให้สัมภาษณ์ในรายการ Fintroduce ของทาง Finnomena podcast ในตอน “คิดเรื่องเงินแบบมาม่าอยู่รอดทุกยุค ใช้ประโยชน์เท่าที่มี-ไม่สร้างหนี้”

ในระหว่างดำเนินรายการ คุณพันธ์ได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัว เกี่ยวกับมุมมองในเรื่องการเงิน การลงทุน และการทำธุรกิจมาม่า โดยในบางช่วงบางตอน คุณพันธ์ ได้เปิดเผยถึงเรื่องการลงทุน นอกจากการลงทุนในหุ้นแล้ว ยังมีการลงทุนในคริปโทเคอรเรนซี เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ด้วยเงินที่เย็นมาก

จุดเปลี่ยนโลกจาก อ.ตั๊ม “ลงทุนที่ทำให้นอนไม่หลับ คือขาดทุนตั้งแต่วันแรก”

คุณพันธ์ เล่าว่า พี่กะแค่รู้จักมัน เคยคุยกับรุ่นน้องกึ่งผู้เชี่ยวชาญคือ อ.ตั๊ม ลูกลุงโฉลก 

เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียน อ.ตั๊มบอกว่า “พี่ลงทุน พี่อย่าเทรดนะ พี่สู้เขาไม่ได้หรอก หุ้นไทยพี่ยังเทรดแข่งกับคนไทย ลงคริปโทพี่แข่งกับทั้งโลก ซึ่งเขาอยู่ตลาดนี้มานาน พี่เทรดสู้เขาไม่ได้หรอก”

คุณพันธ์ เล่าต่อว่า แล้วต้องลงทุนเยอะแค่ไหน อ.ตั๊มบอกคำนึง ถ้าวันไหนพี่นอนไม่หลับ แปลว่าพี่ over invest เพราะคริปโทมันขึ้นลงเร็ว พี่อย่า over invest พี่นอนให้หลับ การลงทุนที่ทำให้พี่นอนไม่หลับ คือพี่ขาดทุนตั้งแต่วันที่พี่นอนไม่หลับ สุขภาพอะ อุ้ย คำนั้นคำเดียวเลย ที่เปลี่ยนโลกเลย

คุณพันธ์ กล่าวว่า พี่กะว่า ซัก 10 ปี พี่จะไม่ขาย แล้วจะไม่ซื้อเพิ่ม พี่ลงเท่าที่ พี่รู้สึกว่า เงินตรงนี้พี่ไม่เดือดร้อน มันจะขึ้นจะลง ช่างหัวมัน 

มันเคยขึ้นไปจาก 100 ขึ้นไปเป็น 150 ภายใน 2 เดือน ลงมาเหลือ 35 ไม่ใช่ล้านนะ พี่พูดเป็นเลขสมมตินะ จาก 100 ลงมาเหลือ 35 จนวันนี้มันขึ้นมาเป็น  14,15 ไรงี้ ก็ไม่ขาย ไม่แตะ ก็คือเราตั้งใจไว้อย่างงั้น

ทุกวันนี้ อ.ตั๊ม ถาม พี่ขายหมดยัง ? พี่บอก ไม่เคยขายเลย แต่เราก็ไม่ได้ DCA แบบแกนะ ไม่มีเวลานั่งจิ้ม

ปรับพอร์ตลงทุน Bitcoin เป็นหลัก พร้อมถือเหรียญ Shiba Inu (SHIB) ไว้ลุ้นสนุก

คุณพันธ์ เล่าอีกว่า มีการลงทุน Bitcoin เป็นหลัก และเคยลงทุนเหรียญอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Shitcoin ก็จะเป็น Altcoin หลายๆตัวที่ดังๆ เมื่อก่อน Solona , ADA ก็มีหมด แต่ว่าวันที่มันร่วงหนักๆ อะ พี่ก็ฟัง อ. ตั๊ม บ่อยๆ แล้ว จนพี่ก็เชื่อว่า ถ้าจะกลับมา Bitcoin มันจะต้องมาก่อน แล้วมันชัวร์ 

ไอสิบตัวที่เหลือ มันอาจจะมีบางตัวที่ขึ้นแรงกว่า Bitcoin นะ แต่เราก็ไม่รู้ว่าตัวไหนไง นั่นแหละ พี่สลับทุกตัวที่มันขาดทุน มาเป็น Bitcoin ทั้งหมด เหลือไว้ Ethereum นิดนึง , BNB นิดนึง แต่หลักๆ จะเป็น Bitcoin ทั้งหมด

แล้วมีเหรียญในฝันอยู่ตัวหนึ่ง คือ Shiba (SHIB) เพราะ Shiba มันถูกมาก ที่หวังว่า วันนึงมันจะต้อง to the moon ก็มีไว้บ้าง สนุกดี

คุณพันธ์ อธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ขายคริปโทเนื่องจาก ไม่อยากเทรด เพราะเราไม่รู้ว่า ขายหมู ซื้อหมาตอนไหน แล้วตอนที่มันลงมาต่ำ แล้วมันกลับไปเท่าทุน ถือไปตั้งนานเพิ่งเท่าทุนหรอวะ แล้วเราลงทุน เพื่อเรารู้สึกว่า มันจะโต แล้ววันที่เราซื้อ มันมีความเชื่อว่า 10 ปี 20 ปี มูลค่าของ Bitcoin มันต้องสูงว่าวันที่เราซื้อ ไปเท่าไหร่แล้วไม่รู้

เราก็มองแสน สองแสนดอลลาร์ ตอนนี้ทุกวันนี้ ราคามันแปดหมื่นดอลลาร์ เราซื้อตอนแถวๆ สี่หมื่นกว่า ห้าหมื่นดอลลาร์ แล้วมันก็ขึ้นมาถึง 7-8 หมื่น แต่ตอนนั้นพวก Solana กับ ADA มันขึ้นแบบบ้าคลั่งมาก 

Bitcoin มันก็ลงมาเหลือแบบ 3 หมื่น , 2 หมื่นแปด เราก็ผ่านตรงนั้นมาแล้ว มันก็เด้งกลับขึ้นมา 5 หมื่น 6 หมื่น แสนหนึ่ง แสนสอง เด้งกลับมาเหลือ 6 หมื่นกว่า เราเห็นสภาพมันแล้วแหละ เราไม่รู้ว่า มันจะไปได้ถึงไหน

วันที่ราคาหนึ่งแสนสองหมื่นดอลลาร์ เพื่อนก็มาบอกว่า เห้ยขายยัง ? บอกถ้าขายแล้วพรุ่งนี้มันไปสองแสนละ เพื่อนบอกถ้ามันลงไปอะ บอกลงไปก็ช่างแม่ง มันเคยลงมาแล้ว เราเคยผ่านจุดที่มันลงมาแล้ว เราไม่สน เรามองแค่ว่า 10 ปี 20 ปี มันต้องแพงกว่านี้

เพราะเราไม่ได้เอาเงินออกมา แล้วเราจะไปทำอะไร ขายเสร็จก็ต้องกลับมาซื้อใหม่ไง ไม่ซื้อไอนี่ ก็ต้องไปซื้อไอนั่น จะวางไว้ในแบงค์หรอ ดอกเบี้ยตั้งครึ่งเปอร์เซนต์ ไว้ทำไมอะ หรือจะเอามาใช้ ก็ไม่ใช้ เพราะเราเอาเงินที่เราไม่ใช้ มาลงทุน อันนี้ผมว่าเป็นคีย์เลยนะ ถ้าเราเอาเงินที่เราจะต้องใช้ มาลงทุน มันผิดประเภทไง ถ้าชีวิตนี้ยังไม่มีเงินเก็บ อย่าเพิ่งมองเรื่องลงทุน

หัวใจคือ Money Management อย่าให้เงินทำงานแค่ 7 วัน

เงินลงทุนควรจะเป็นเงินเก็บที่ไม่ได้ใช้ แล้วเราอยากให้มูลค่ามันโตขึ้น แต่อย่ามองว่า การลงทุนมันเป็นรายได้หลักของเรา เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงไง

ถ้าเราเอาเงินที่เราจะจ่ายค่าเทอม ในอีกอาทิตย์หน้า มาลงทุนวันนี้ เรามีเวลาให้เงินทำงานแค่ 7 วัน ถ้ารวม T+1 ,T+2,T+3 คือคุณมีเวลา 4 วัน ที่ทำให้เงินมันทำงานแล้ว ถ้าเขายังไม่ทำงานละ คุณก็ต้องถอนออกมา ด้วยสภาพที่ลงแรงไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รีเทิร์น ก็ขาดทุนไง มันไม่ได้

คุณต้องรู้ว่า เงินคุณ ที่คุณจะใช้เงินทำงาน เงินคุณมีเวลาทำงานเท่าไหร่ เวลาต้องมากพอ พี่เชื่อว่า การลงทุนไม่ได้มีถูกมีผิด แต่มันคือ การบริหารเงิน มันคือ Money Management  ว่า คุณลงทุนแบบไหน ระยะสั้น ระยะยาว  เงินที่คุณใช้ มีเวลาให้มันเท่าไหร่

สำหรับคนที่สนใจฟังเพิ่มเติม สามารถเข้าไปฟังแนวคิด และมุมมองอื่นๆ ของคุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ หรือฟังคลิปสัมภาษณ์เต็ม ๆ ได้ที่รายการ Fintroduce 


มุมมองผู้เขียน : แนวคิดของคุณพันธ์ เปรียบเหมือนการลงทุนแบบยั่งยืน หลายคนเข้ามาในตลาดนี้ด้วยความโลภ จนนอนไม่หลับ แต่คุณพันธ์แสดงให้เห็นว่าการมี Money Management ที่ดีและการเลือกถือสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งอย่าง Bitcoin ช่วยให้เราผ่านพ้นวัฏจักรความกลัวมาได้