bitkub-banner

AI Agent ของ Bankr ถูกหลอกผ่าน Prompt Injection สูญเงิน $174,000

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 แฮกเกอร์ใช้ NFT ฟรีร่วมกับคำสั่งซ่อนเร้นที่เข้ารหัสด้วยรหัส Morse เพื่อหลอก Grok และ Bankrbot ให้โอนโทเคน DRB มูลค่าราว $174,000 ออกจากกระเป๋า Bankr ที่เชื่อมกับบัญชี X ของ Grok
  • การโจมตีนี้อาศัยช่องโหว่สองชั้น ได้แก่ NFT ที่ปลดล็อกสิทธิ์ระดับ Executive ของกระเป๋าให้กว้างขึ้น และการที่ Grok แปลคำสั่งที่ซ่อนอยู่จนระบบ Bankrbot นำไปประมวลผลจริง
  • เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงของ AI Agent ที่มีสิทธิ์เข้าถึงกระเป๋าเงินโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อการตรวจสอบสิทธิ์และการแยกชั้นคำสั่งยังไม่รัดกุมพอ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ข่าวนี้สร้างความกังวลต่อระบบนิเวศ AI Agent ในวงการคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่า AI ที่มีสิทธิ์จัดการกระเป๋าเงินจริงสามารถถูกหลอกให้โอนสินทรัพย์ออกได้โดยไม่ต้องเจาะ Private Key โดยตรง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโปรเจกต์ที่ใช้ AI Agent จัดการทรัพย์สินอาจลดลงในระยะสั้น

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 เวลา 13:49 น. ตามเวลาไทย (06:49 UTC) แฮกเกอร์สามารถดูดเงินมูลค่าราว $174,000 ออกจากกระเป๋า Bankr ที่เชื่อมโยงกับบัญชี X ของ Grok ผ่านการโจมตีแบบ Prompt Injection ได้สำเร็จ ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยแฮกเกอร์ใช้ NFT ฟรีที่ชื่อว่า “Bankr Club Membership NFT” โอนเข้ากระเป๋าเป้าหมายเพื่อปลดล็อกสิทธิ์ระดับ Executive รวมถึงเครื่องมือโอนโทเคน จากนั้นจึงส่งข้อความที่ซ่อนคำสั่งมุ่งร้ายด้วยรหัส Morse ไปยัง @grok บน X ซึ่ง Grok แปลคำสั่งนั้นออก และ Bankrbot นำไปประมวลผลจนโอนโทเคน DRB จำนวน 3 พันล้านดอลลาร์ไปยังกระเป๋าของผู้โจมตีจริง โดย Bankr ยืนยันเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการว่า “the grok exploit is confirmed”

สกรีนช็อตโพสต์จากบัญชี @bankrbot ที่แสดงการส่ง 3B DRB พร้อมรายละเอียดผู้รับและหมายเลขธุรกรรมบน Base chain
สกรีนช็อตโพสต์จากบัญชี @bankrbot ที่แสดงการส่ง 3B DRB พร้อมรายละเอียดผู้รับและหมายเลขธุรกรรมบน Base chain (ภาพจาก: @Cointelegraph)

ลำดับเหตุการณ์ NFT ฟรีกลายเป็นกุญแจเปิดกระเป๋า $174,000

เรื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เมื่อผู้ใช้รายหนึ่งถาม Grok ให้ตั้งชื่อ Memecoin และ Grok ตอบกลับด้วยชื่อ “DebtReliefBot” (DRB) โดยที่ Bankr ซึ่งเป็นบอทสำหรับเปิดตัวโทเคนจากทวีต ตีความคำตอบนั้นเป็นสัญญาณปล่อยตัว และเปิดตัวโทเคน DRB บนเครือข่าย Base พร้อม Liquidity บน Uniswap ทันที ส่งผลให้กระเป๋า Bankr ที่เชื่อมกับ Grok สะสมค่าธรรมเนียมการเทรดจาก DRB เกิน $500,000 ก่อนวันที่จะเกิดเหตุ

เมื่อถึงวันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้โจมตีที่ใช้ที่อยู่ ilhamrafli.base.eth เริ่มต้นด้วยการโอน NFT ฟรีเข้ากระเป๋าเป้าหมาย NFT ดังกล่าวมีฟังก์ชันพิเศษในระบบ Bankr คือเมื่อกระเป๋าได้รับ NFT นั้น สิทธิ์การใช้งานจะเปิดกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติรวมถึงเครื่องมือโอนโทเคน จากนั้นแฮกเกอร์จึงส่งข้อความถึง @grok โดยซ่อนคำสั่งโอนเงินไว้ในรหัส Morse Grok แปลคำสั่งนั้นออกมาและ Bankrbot ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบประมวลผลจริง ก็ดำเนินการโอนโทเคน DRB ราว 3 พันล้านดอลลาร์ไปยังกระเป๋า 0xe8e476bdd78b0aa6669509ec8d3e1c542d5a686b มูลค่าราว $174,000 ตามหมายเลขธุรกรรม 0x6fc7eb7da93... บนเครือข่าย Base

ทำไมการโจมตีนี้จึงอันตรายกว่าการแฮกทั่วไป

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าวิตกกว่าการเจาะระบบทั่วไปคือ แฮกเกอร์ไม่ได้ขโมย Private Key หรือเจาะช่องโหว่ของ Smart Contract โดยตรง แต่ใช้วิธีหลอก AI ให้เป็นเครื่องมือ กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านโซเชียลมีเดียตามปกติ ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน เพราะ Grok เป็นผู้แปลคำสั่งเอง และระบบของ Bankrbot ก็ถือว่าคำสั่งนั้นถูกต้องตามสิทธิ์ที่ NFT ปลดล็อกไว้แล้ว นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยชี้ว่าปัญหาหลักมาจากสองจุด ได้แก่ การเชื่อมโยงที่หลวมระหว่างผลลัพธ์ของ AI กับการดำเนินการจริงบนเครือข่าย และการที่ NFT ปลดล็อกสิทธิ์สูงสุดโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันชั้นที่สอง

หลังเหตุการณ์ Bankr ได้ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ได้แก่ การบล็อกที่เข้มงวดขึ้น ตัวเลือก IP Whitelisting API Key แบบจำกัดสิทธิ์ และการตั้งค่าปิดการตอบสนองต่อคำสั่งที่มาจาก X Reply ส่วนเงินบางส่วนที่ถูกโอนออกไปนั้น ข้อมูลบนบล็อกเชนในภายหลังพบว่าถูกแปลงเป็น ETH และ USDC แล้วโอนกลับเข้ากระเป๋าของ Grok บางส่วน ส่วนผู้โจมตีได้ลบบัญชี X ของตนเองออกแล้ว

บทเรียนสำหรับโปรเจกต์ที่ใช้ AI Agent จัดการสินทรัพย์

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ “Excessive Agency” หรือการที่ AI มีอำนาจมากเกินไปโดยไม่มีกลไกตรวจสอบที่เพียงพอ เมื่อ AI Agent สามารถแปลงคำสั่งภาษาธรรมชาติ รวมถึงที่ซ่อนด้วยรหัส และนำไปสั่งโอนเงินจริงได้ในขั้นตอนเดียว วงจรการโจมตีจึงสั้นและคาดเดาได้ยาก ผู้พัฒนาโปรเจกต์ที่ใช้ AI Agent ควรพิจารณาแยกชั้นระหว่างการแปลคำสั่งของ AI กับการดำเนินการจริงบนเครือข่าย รวมถึงกำหนดให้การโอนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงต้องผ่านการยืนยันซ้ำโดยมนุษย์หรือกลไกอิสระอื่น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง นักเทรดจีนฝีมือเทพใช้ Claude AI เปลี่ยนเงิน 30 บาทให้กลายเป็น 13 ล้านใน 6 นาที ซึ่งแสดงให้เห็นด้านดีของ AI ในวงการคริปโต แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เตือนว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า เหตุการณ์นี้น่ากลัวกว่าการแฮกแบบเดิมมาก เพราะมันโจมตีผ่านตัว AI เองที่ทุกคนไว้ใจ ถ้า Grok แปลคำสั่งออก ระบบก็ถือว่าถูกต้อง ไม่มีสัญญาณเตือนเลย จุดที่ต้องจับตามองคือว่าโปรเจกต์ AI Agent อื่น ๆ จะรีบปรับระบบป้องกันตามหรือเปล่า โดยเฉพาะพวกที่ให้ AI มีสิทธิ์โอนเงินได้โดยตรงจากการรับคำสั่งบนโซเชียลมีเดีย ถ้าวงการยังไม่ได้มาตรฐานกัน เราอาจได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI