สรุปข่าว
- อัตราส่วน ETH/BTC ร่วงลงต่ำสุดในรอบปี ที่ระดับ 0.02799 แม้ Bitmine ของ Tom Lee เพิ่งซื้อ ETH เพิ่มอีกกว่า 89,000 ETH มูลค่าประมาณ $197 ล้าน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569
- Bitmine ถือ ETH รวมทั้งหมด 5,206,790 ETH คิดเป็น 4.31% ของอุปทานทั่วโลก แต่ประกาศชะลอการซื้อสะสมจากเดิมกว่า 100,000 ETH ต่อสัปดาห์ โดยจะขยับเป้าหมาย 5% ออกไปถึงเดือน ธ.ค. 2569
- ราคา ETH อยู่ที่ $2,175 และ BTC อยู่ที่ $77,967 โดย ETH/BTC ยังต่ำกว่าเส้นเฉลี่ย 200 สัปดาห์ที่ 0.04828 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนแนวโน้มที่ ETH ยังคงอ่อนแอเทียบกับ BTC ในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ ETH/BTC ดิ่งลงต่ำสุดในรอบปีแม้จะมีการซื้อสะสมจากสถาบันรายใหญ่ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแรงขายหรือความสนใจของตลาดยังไม่เข้าข้าง Ethereum เทียบกับ Bitcoin ปัจจัยกดดัน ได้แก่ รายได้ DApp ที่ชะลอตัว และการที่สถาบันยังนิยม Bitcoin ETF มากกว่า ทำให้แนวโน้ม ETH/BTC ยังคงน่าเป็นห่วงในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 อัตราส่วน ETH/BTC ซึ่งวัดมูลค่าของ Ethereum เทียบกับ Bitcoin ร่วงลงต่ำสุดในรอบปี บริเวณระดับ 0.02799 บน Binance ตามที่ Ted ชี้ให้เห็นผ่าน X โดยสิ่งที่น่าสนใจคือการร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งที่ Bitmine Immersion Technologies บริษัทของ Tom Lee ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Fundstrat Global Advisors เพิ่งซื้อ ETH เพิ่มอีก 89,026 ETH มูลค่าประมาณ 197.64 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน โดยผ่านกระเป๋าเงินใหม่ 4 ใบที่รับ ETH จากกระดานเทรด Kraken และ FalconX ความขัดแย้งระหว่างการซื้อสะสมของสถาบันและทิศทางราคาที่ยังไม่ตอบสนองนี้ กำลังสร้างคำถามให้แก่วงการคริปโตอย่างมาก
ETH/BTC ต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยสำคัญอย่างมาก แม้ถูกซื้อสะสมหนัก
จากข้อมูลกราฟรายวันบน Binance อัตราส่วน ETH/BTC อยู่ที่ 0.02799 ณ ขณะนี้ ต่ำกว่าเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา 200 วัน (SMA 200) ที่ระดับ 0.03168 และเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 200 วัน (EMA 200) ที่ 0.03109 อย่างชัดเจน นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าเส้นเฉลี่ย 200 สัปดาห์ที่ 0.04828 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าแนวโน้มระยะยาวของ ETH เทียบ BTC ยังคงอ่อนแอ โดย ETH/BTC ร่วงลงกว่า 35% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม 2568
ปัจจัยที่กดดัน Ethereum เทียบกับ Bitcoin ได้แก่ รายได้จาก DApp ที่ชะลอตัว การแข่งขันที่รุนแรงจากบล็อกเชน Layer-1 อื่น รวมถึงการที่สถาบันขนาดใหญ่ยังคงนิยมซื้อ Bitcoin ผ่านกองทุน ETF มากกว่าลงทุนตรงใน Ethereum ทำให้แม้จะมีเงินสถาบันไหลเข้าซื้อ ETH แต่ราคาเทียบ BTC ก็ยังทรุดตัวต่อเนื่อง
Bitmine ชะลอการซื้อสะสม ETH หลังใกล้ถึงเป้าหมาย 5%
ณ วันที่ 12 พ.ค. 2569 Bitmine ถือครอง ETH รวมทั้งหมด 5,206,790 ETH คิดเป็น 4.31% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมด มูลค่ารวมกว่า 11,890 ล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็นบริษัทที่ถือครอง ETH มากที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายภายในที่เรียกว่า “Alchemy of 5%” เพื่อสะสม ETH ให้ถึง 5% ของอุปทานทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ประกาศชะลอการซื้อสะสมจากเดิมที่ซื้อมากกว่า 100,000 ETH ต่อสัปดาห์ โดยเล็งขยับเส้นตาย 5% ออกไปถึงเดือนธันวาคม 2569 แทนที่จะเป็นกลางเดือนกรกฎาคมตามแผนเดิม ผลจากการชะลอตัวนี้ทำให้ในสัปดาห์วันที่ 14 พ.ค. Bitmine ซื้อ ETH เพียง 26,659 ETH มูลค่าราว 63 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาซื้อหนักอีกครั้งในวันที่ 16 พ.ค. ที่เกือบ 200 ล้านดอลลาร์
นอกเหนือจากการซื้อสะสม Bitmine ยังนำ ETH ไปสร้างรายได้เพิ่มเติมด้วยการ Staking โดย ณ วันที่ 12 พ.ค. บริษัทมี ETH ที่ Stake ไว้แล้วถึง 4,712,917 ETH คิดเป็นรายได้จาก Staking ประมาณ 352 ล้านดอลลาร์ต่อปี ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง เจ้ามือรายหนึ่งซื้อ ETH $200 ล้าน Arkham ชี้การซื้อครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของ Bitmine และ ข้อมูล On-chain ยอดซื้อ ETH ของ Tom Lee สูงกว่า Saylor เล็งเป้าอุปทาน 4% ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการสะสมที่เห็นในวันนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ ETH/BTC ตอนนี้น่าสนใจมากในแง่ของ “ความขัดแย้งระหว่างสัญญาณ” ในฝั่งหนึ่ง Bitmine กำลังสะสม ETH อย่างหนักหน่วงและมีความเชื่อมั่นในระยะยาวอย่างชัดเจน แต่ตลาดโดยรวมกลับยังไม่ให้น้ำหนักกับ Ethereum เทียบ Bitcoin เลย ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังรอปัจจัย Catalyst ที่ชัดเจนกว่าการซื้อสะสมของสถาบันเพียงอย่างเดียว สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือว่า เมื่อ Bitmine ใกล้แตะเป้า 5% ของอุปทาน ETH จะมีผลทางจิตวิทยาต่อตลาดมากแค่ไหน และนักลงทุนรายอื่นจะเริ่มกลับมาสนใจ ETH/BTC อีกครั้งหรือไม่ แต่ถ้า ETH/BTC หลุดแนวรับที่ 0.02619 ก็คงต้องระวังแรงขายเพิ่มเติมให้ดี
ที่มา: @TedPillows
เครดิตภาพจาก @cryptodotnews
