bitkub-banner

จีน-สหรัฐฯ-UAE บุกกวาดล้างแก็งต้มตุ๋นในดูไบ 276 ราย ทลายฐานปฏิบัติการ 9 แห่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศว่า FBI, ตำรวจดูไบ และกระทรวงความมั่นคงแห่งสาธารณะจีน ได้ร่วมออกปฏิบัติการ “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์” ในการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างน้อย 276 รายและทลายฐานปฏิบัติการแก๊งนักต้มตุ๋นอย่างน้อย 9 แห่ง
  • ผู้ต้องหา 6 รายถูกฟ้องในศาลแคลิฟอร์เนียในข้อหาสมคบคิดเพื่อฉ้อโกงผ่านระบบการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์และฟอกเงินโดยมีผู้ต้องหาสัญชาติพม่าและอินโดนีเซีย อายุ 23-29 ปี เชื่อมโยงกับ 3 องค์กรหลัก ได้แก่ Ko Thet Company, Sanduo Group และ Giant Company
  • Chainalysis ประมาณการว่ากลโกงคริปโตในปี 2025 ได้สร้างความเสียหายกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีกลไกการ scam ที่ขับเคลื่อนด้วย AI พุ่งขึ้นกว่า 1,400% และ “กลลวงเชือดหมู” ยังคงเป็นการต้มตุ๋นยอดฮิตที่สร้างความเสียหายให้ตลาดมากที่สุด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การปราบปรามภัยข้ามชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ส่งสัญญาณเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของโลกมองว่าการปกป้องนักลงทุนสำคัญกว่าการโจมตีคริปโตในฐานะเทคโนโลยี ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้กับระบบนิเวศในระยะยาว

ปฏิบัติการรวม 3 มหาอำนาจบุกดูไบพร้อมกัน

ปฏิบัติการนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่แก๊งต้มตุ๋นที่ใช้กลวิธี “กลลวงเชือดหมู” โดยกำหนดเป้าหมายเป็นชาวอเมริกันผ่านแพลตฟอร์มลงทุนคริปโตปลอม ซึ่งสร้างความเสียหายให้เหยื่อหลายล้านดอลลาร์ มีหน่วยงานเข้าร่วมทั้ง FBI, ตำรวจดูไบ, กระทรวงความมั่นคงแห่งสาธารณะจีน, ตำรวจไทย และบริษัท Meta

ตำรวจดูไบภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย UAE จับกุมผู้ต้องสงสัย 275 ราย ขณะที่ตำรวจไทยจับผู้หลบหนีได้อีก 1 ราย ความสำคัญของปฏิบัติการนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือ “การสร้างบรรทัดฐาน” ทางการทูตครั้งแรกที่จีนและสหรัฐฯ ซึ่งมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สูง ยังสามารถร่วมมือกันในการบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม

“กลลวงเชือดหมู” คืออะไร และมันทำงานอย่างไร?

กลโกง “กลลวงเชือดหมู” หรือที่รู้จักในชื่อ “romance baiting” คือรูปแบบการฉ้อโกงที่มิจฉาชีพสร้างความไว้วางใจกับเหยื่อผ่านการสร้างมิตรภาพหรือความสัมพันธ์โรแมนติกจอมปลอม ก่อนจะล่อลวงให้ลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตปลอมที่ดูดเงินออกไปหมด โดยเอกสารในศาลระบุว่าเหยื่อสูญเสียการควบคุมเงินทันทีที่โอนออกไป ซึ่งถูกฟอกผ่านบัญชีคริปโตหลายชั้นและมิจฉาชีพยังกระตุ้นให้เหยื่อกู้ยืมเงินมาลงทุนเพิ่มอีกด้วย

ใครอยู่เบื้องหลังเส้นทางเดินเงินองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้

เครือข่ายฟอกเงินสัญชาติจีน (CMLNs) เพิ่มส่วนแบ่งการฟอกเงินที่ผิดกฎหมายที่เป็นที่รู้จักขึ้นเป็น 20% ในปี 2025 โดยทำเงินได้ทั้งหมดกว่า 16,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 44 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ผ่าน wallet ที่มีการเปิดใช้งานมากกว่า 1,799 ใบ

Huione Group บริษัทบริการทางการเงินในกัมพูชา ก็มีการทำตัวเลขการเดินเส้นทางการเงินด้วยคริปโตรวมกว่า 98,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 4 ปีครึ่งและฟอกเงินอย่างผิดกฎหมายอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ จำนวนนี้เองมีถึง 37 ล้านดอลลาร์จากการโจมตีไซเบอร์ของเกาหลีเหนือ และ 300 ล้านดอลลาร์จากการ scam ประเภทอื่น


ปฏิบัติการนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สุดในการปราบปรามอาชญากรรมคริปโตในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ในแง่จำนวนผู้ถูกจับ แต่ในแง่สัญลักษณ์ทางการทูตที่ประเทศมหาอำนาจทั้ง 3 ซึ่งปกติมีความขัดแย้งกัน สามารถหาจุดร่วมในการปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางการเงินได้ สิ่งที่น่าจับตาคือ 2026 กำลังกลายเป็นปีที่การบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก “แซงหน้า” อาชญากรรมในหลายมิติ ซึ่งหากทำได้ต่อเนื่อง จะเป็นหนึ่งในรากฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการยอมรับคริปโตในระยะยาว เพราะถ้าคนยังกลัวถูกโกง พวกเขาก็ไม่มีทางเข้ามาในตลาดนี้อย่างเต็มตัว

ที่มา: Coin Bureau, US Department of Justice, IRS Criminal Investigation, Bleeping Computer, CryptoTimes