สรุปข่าว
- มูลค่าที่ล็อกใน DeFi (TVL) ทั่วโลกร่วงลงกว่า 49% นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 จากระดับ $166 1.7 แสนล้าน เหลือเพียงราว $8.5 หมื่นล้านในเดือนพฤษภาคม 2026
- ปัจจัยที่กดดันได้แก่ การแก้ไขตลาดในช่วงปลายปี 2025 การแฮก KelpDAO ในเดือนเมษายน 2026 ที่ทำให้ TVL หายไปกว่า $1.3 หมื่นล้านในระยะเวลาเพียง 2 วัน และการแข่งขันจากบล็อกเชนอื่น ๆ ที่ดึงเงินออกจาก Ethereum
- Ethereum ยังคงเป็นเชนหลักด้วย TVL ราว $4.5 หมื่นล้าน แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 63.5% เหลือประมาณ 53 54% ขณะที่ Aave V3 และ Lido ยังครองอันดับโปรโตคอลสูงสุด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การหดตัวของ TVL ในระดับนี้สะท้อนให้เห็นว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากโปรโตคอล DeFi อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณลบต่อราคา ETH และโทเคน DeFi โดยตรง เพราะความต้องการใช้งานเครือข่ายและกิจกรรมบนเชนที่ลดลงมักส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ตามรายงานจาก Cointelegraph มูลค่าที่ล็อกรวมในระบบ DeFi (Total Value Locked หรือ TVL) ทั่วทุกบล็อกเชนร่วงลงแล้วกว่า 49% นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 โดยข้อมูลจาก DeFiLlama ระบุว่า TVL ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2026 อยู่ที่ราว $8.5 หมื่นล้าน เทียบกับระดับสูงสุดที่ $166 1.7 แสนล้านในช่วงต้นตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบหลายปี การหดตัวครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการปรับฐานที่รุนแรงที่สุดของภาค DeFi นับตั้งแต่วิกฤตปี 2022

ทำไม TVL ถึงหายไปเกือบครึ่ง
การร่วงลงของ TVL ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลสะสมจากหลายเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน เริ่มจากการปรับตัวของตลาดในช่วงปลายปี 2025 ที่ทำให้ TVL ลดลงจาก $1.7 แสนล้าน เหลือ $1.4 แสนล้านภายในเดือนพฤศจิกายน 2025 และยังคงไหลลงต่อเนื่องจนแตะ $1.2 แสนล้านในต้นปี 2026
จุดเปลี่ยนที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2026 เมื่อโปรโตคอล KelpDAO ถูกแฮก ส่งผลให้เงินถอนออกจากระบบจำนวนมหาศาลภายใน 48 ชั่วโมง TVL ของ DeFi ทั้งหมดหายไปกว่า $1.3 หมื่นล้าน จาก $9.9 หมื่นล้าน เหลือเพียง $8.6 หมื่นล้าน นอกจากนี้การแข่งขันจากบล็อกเชนคู่แข่งอย่าง Solana, BNB Chain, Base และ Hyperliquid ก็ดึงเงินทุนออกจาก Ethereum อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากให้ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าและความเร็วในการทำธุรกรรมที่สูงกว่า
Ethereum ยังครองอันดับหนึ่ง แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงชัดเจน
แม้ Ethereum จะยังคงเป็นเชนหลักในแง่ TVL สัมบูรณ์ที่ราว $4.5 หมื่นล้าน ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2026 แต่สัดส่วนของ Ethereum ต่อ DeFi TVL รวมทั้งหมดลดลงจาก 63.5% ในต้นปี 2025 เหลือเพียง 53 54% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี สะท้อนให้เห็นว่า DeFi กำลังแตกตัวสู่หลายแพลตฟอร์มมากขึ้น ในแง่โปรโตคอลรายตัว Aave V3 ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วย TVL ราว $2.6 หมื่นล้าน ตามด้วย Lido ที่ $2.3 หมื่นล้าน ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2026
ในด้านความหวัง Ethereum กำลังเตรียมการอัปเกรดครั้งใหญ่ชื่อ Glamsterdam ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงกลางปี 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าธรรมเนียมการใช้งาน ซึ่งอาจช่วยดึงส่วนแบ่งตลาดบางส่วนกลับมาได้ ขณะที่ดัชนี Fear and Greed ของตลาดคริปโตอยู่ที่ระดับกลาง 49 คะแนน ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2026 สะท้อนถึงบรรยากาศที่นักลงทุนยังคงรอดูทิศทาง
เปรียบเทียบกับวิกฤต 2022 และสิ่งที่ต้องจับตา
น่าสังเกตว่าแม้ TVL ปัจจุบันที่ราว $8.5 หมื่นล้านจะดูต่ำมาก แต่ยังสูงกว่าจุดต่ำสุดของวิกฤตปี 2022 ที่ DeFi TVL เคยร่วงลงไปแตะเพียง $35 4 หมื่นล้าน อย่างไรก็ตาม บริบทในครั้งนี้ต่างออกไป เพราะมูลค่าสูงสุดในรอบนี้ (ราว $2.4 แสนล้านในไตรมาส 3 ปี 2025) สูงกว่าในปี 2022 มาก ทำให้ขนาดของการหดตัวเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับนักลงทุนในภาค DeFi อยู่ดี สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่า TVL จะสามารถตั้งฐานและกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่ โดยเฉพาะหลังการอัปเกรด Glamsterdam ของ Ethereum
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข TVL ที่หดลงครึ่งหนึ่งภายในเวลาไม่ถึงปีนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะมันไม่ใช่แค่ราคาที่ลงตามตลาดรวม แต่สะท้อนว่าเงินทุนจริง ๆ กำลังถอนออกจากระบบ ไม่ว่าจะเป็นเพราะกลัวความเสี่ยงจากการแฮก หรือเพราะหาผลตอบแทนที่ดีกว่าในที่อื่น สิ่งที่อยากให้ติดตามคือทิศทางของโปรโตคอลใหญ่อย่าง Aave และ Lido ว่ายังรักษาฐาน TVL ไว้ได้หรือเปล่า ถ้าสองตัวนี้เริ่มสั่นคลอน ตลาด DeFi โดยรวมก็อาจเจอแรงกดดันเพิ่มอีกรอบ
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

