สรุปข่าว
- ณ วันที่ 26 เม.ย. 2569 Aave สามารถระดมเงินได้กว่า $161 ล้าน (ราว 69,642 ETH) ผ่านโครงการ DeFi United เพื่อปิดหนี้เสียจากเหตุ Kelp DAO ถูกเจาะระบบ
- Mantle และ Aave DAO เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่สุด รวมกัน 55,000 ETH มูลค่าประมาณ $127 ล้าน โดย Mantle มีส่วนร่วมในรูปแบบสินเชื่อ ไม่ใช่การบริจาค
- ภาพรวม DeFi United ระดมได้กว่า 100,000 ETH (~$230 ล้าน) ใกล้ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด $290 ล้าน ขณะที่มีการลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดขั้นตอนถัดไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวการระดมทุนที่คืบหน้าดีช่วยบรรเทาความกังวลด้านความเสี่ยงเชิงระบบใน DeFi แต่เหตุการณ์นี้ยังตอกย้ำว่าโปรโตคอลขนาดใหญ่ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ตลาดโดยรวมจึงมีแนวโน้มที่ผสมกันระหว่างแรงขายจากความกังวลและแรงซื้อกลับจากการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว
ตามรายงานจาก CoinDesk ณ วันที่ 26 เม.ย. 2569 โปรโตคอล DeFi ชั้นนำอย่าง Aave สามารถระดมเงินได้กว่า $161 ล้าน หรือราว 69,642 ETH ซึ่งคิดเป็นประมาณ 80% ของเป้าหมาย เพื่อปิดหนี้เสียที่เกิดจากเหตุที่ Kelp DAO ถูกเจาะระบบ ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Arkham ระบุว่าผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดสองรายคือ Mantle และ Aave DAO ซึ่งร่วมกันอัดฉีดเงินรวม 55,000 ETH หรือประมาณ $127 ล้าน ทั้งนี้ความพยายามระดมทุนนี้ดำเนินการผ่านโครงการ DeFi United ซึ่งเป็นกองทุนฟื้นฟูแบบข้ามโปรโตคอลที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ Kelp DAO และความเสียหายต่อ Aave
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 เมื่อผู้โจมตีเจาะระบบสะพาน Kelp DAO และสร้าง rsETH จำนวน 116,500 เหรียญขึ้นมาโดยไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง มูลค่ารวมประมาณ $292-293 ล้าน จากนั้นผู้โจมตีนำ rsETH ที่ได้ไปวางเป็นหลักประกันบน Aave V3 ทั้งบน Ethereum, Arbitrum และ Mantle เพื่อกู้ยืมสินทรัพย์จริงออกมาราว $190 ล้าน ทั้ง Wrapped Ether (wETH) และ Wrapped Staked ETH (wstETH) ทำให้ Aave แบกรับหนี้เสียจำนวนมหาศาล เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ทีมให้บริการของ Aave ได้เผยแพร่รายงานฉบับละเอียดประเมินผลกระทบ พบว่าในขณะนั้นคลัง Aave DAO ถือสินทรัพย์อยู่ราว $181 ล้าน
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ช่วยลดความเสียหายได้บ้าง ทั้งจากการอายัดเงินบน Arbitrum ได้ราว 30,700 ETH และ Kelp ยังอายัดโทเคนมูลค่าราว 43,168 ETH ไว้ได้อีกส่วนหนึ่ง ทำให้ความเสียหายสุทธิต่ำกว่าตัวเลขเริ่มต้น
DeFi United ระดมทุนข้ามโปรโตคอลเพื่อฟื้นฟูระบบ
โครงการ DeFi United เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 โดยมีเป้าหมายระดมทุนให้ได้ 100,000 ETH เพื่อฟื้นฟูหลักประกันหนุนหลัง rsETH ล่าสุดกองทุนนี้ระดมได้กว่า 100,000 ETH มูลค่าราว $230 ล้าน ซึ่งใกล้ครอบคลุมความเสียหายรวมประมาณ $290 ล้านแล้ว นอกจาก Mantle และ Aave DAO ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่แล้ว ยังมีผู้ร่วมบริจาครายอื่นอีกมาก ได้แก่ Stani Kulechov ผู้ก่อตั้ง Aave (5,000 ETH), Ether.Fi (5,000 ETH), Lido (2,500 stETH) และ Golem Foundation (1,000 ETH) รวมถึง LayerZero, Ethena, Ink Foundation และ Frax Finance ที่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมด้วย
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ Mantle เสนอความช่วยเหลือในรูปแบบสินเชื่อ ไม่ใช่การบริจาค โดย Mantle ยื่นข้อเสนอตาม MIP-34 เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เป็นวงเงินกู้สูงสุด 30,000 ETH มีระยะเวลาไม่เกิน 36 เดือน พร้อมดอกเบี้ย และ Aave ต้องวางหลักประกันเป็นโทเคน AAVE รวมถึงแบ่งสัดส่วนรายได้ให้ด้วย ขณะที่ฝั่ง Aave DAO ก็เสนอจัดสรรเงิน 25,000 ETH จากคลังของตัวเองเข้าร่วมแผนฟื้นฟู ซึ่งอยู่ระหว่างการลงคะแนนเสียงใน Snapshot พร้อมกันกับการลงคะแนนเพื่อกำหนดขั้นตอนถัดไปของโครงสร้าง DeFi United
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้น่าสนใจในสองมุมที่ขัดแย้งกัน มุมหนึ่งคือการที่ DeFi United สามารถระดมทุนได้เร็วและมากพอขนาดนี้ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าชุมชน DeFi เริ่มเรียนรู้ที่จะรับมือกับวิกฤตร่วมกัน แต่อีกมุมหนึ่ง การที่ผู้โจมตีสามารถสร้างโทเคนที่ไม่มีหลักประกันแล้วนำไปใช้กู้ยืมเงินจริงจาก Aave ได้มูลค่าเกือบ $200 ล้านนั้น สะท้อนให้เห็นว่าจุดอ่อนเรื่องการตรวจสอบหลักประกัน (collateral validation) ยังคงเป็นความเสี่ยงที่แท้จริงสำหรับโปรโตคอล DeFi ขนาดใหญ่ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือผลการลงคะแนนใน Snapshot และว่าโปรโตคอลจะมีการปรับปรุงกลไกป้องกันหลักประกันปลอมอย่างไรหลังจากนี้
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI
