สรุปข่าว
- Ledn คาดการณ์ว่าตลาดสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin ค้ำประกันอาจเติบโตกลายเป็นตลาดผู้บริโภคมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงทศวรรษหน้า โดยมีผลสำรวจชี้ว่าผู้ถือครองคริปโตถึง 88 เปอร์เซ็นต์สนใจใช้บริการนี้
- ปัจจุบันตลาดสินเชื่อค้ำประกันด้วย Bitcoin สำหรับผู้บริโภคยังมีมูลค่าเพียงประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลกับความเสี่ยงและความน่าเชื่อถือจากเหตุการณ์ล่มสลายของแพลตฟอร์มปล่อยกู้ในอดีต
- ผู้ร่วมก่อตั้ง Ledn ระบุว่าความต้องการของตลาดมีอยู่จริง แต่องค์กรผู้ให้บริการต้องสร้างความเชื่อมั่นในด้านความโปร่งใส การเก็บรักษาทรัพย์สิน และการบริหารความเสี่ยงเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การเติบโตของตลาดสินเชื่อที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกันสะท้อนให้เห็นถึงอรรถประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นของ Bitcoin ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนถือครองเหรียญในระยะยาวมากขึ้นและส่งผลดีต่อเสถียรภาพของราคาในอนาคต
Ledn กล่าวว่าการปล่อยสินเชื่อที่มี Bitcoin เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอาจเติบโตกลายเป็นตลาดผู้บริโภคมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงทศวรรษหน้า โดยให้เหตุผลว่าความต้องการนั้นมีอยู่แล้วแม้ว่าความไว้วางใจของผู้กู้ยังคงเป็นข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของภาคส่วนนี้ก็ตาม
การคาดการณ์ดังกล่าวมาจากงานวิจัยใหม่ที่ดำเนินการร่วมกับ Protocol Theory ซึ่งได้ทำการสำรวจผู้ถือครองสกุลเงินดิจิทัลจำนวน 1,244 รายในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย การศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามถึง 88 เปอร์เซ็นต์จะพิจารณาใช้สินเชื่อค้ำประกันด้วยคริปโตหรือผลิตภัณฑ์สินเชื่ออื่นๆ ในขณะที่ปัจจุบันมีเพียง 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้งานจริง ซึ่ง Ledn อธิบายว่านี่คือช่องว่างถึงหกต่อหนึ่งระหว่างความสนใจและการนำไปใช้งานจริง
ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงตลาดสินเชื่อที่ยังคงมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนการถือครอง Bitcoin โดย Ledn ประเมินว่าตลาดสินเชื่อค้ำประกันด้วย Bitcoin สำหรับผู้บริโภคในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะกลายเป็นสินทรัพย์ประเภทที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ไปแล้วก็ตาม ก่อนหน้านี้ Galaxy Research ประเมินว่าตลาดสินเชื่อคริปโตในวงกว้างมีมูลค่าแตะ 7.36 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สามของปี 2025 ก่อนที่การปล่อยสินเชื่อในระยะต่อไปจะถูกสร้างขึ้นใหม่ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่าเดิม
อุตสาหกรรมนี้ยังคงต้องแบกรับความเสียหายจากวิกฤตสินเชื่อพังทลายในปี 2022 เมื่อผู้ให้กู้อย่าง Celsius, Voyager และ BlockFi ล้มละลายหลังจากที่ราคาคริปโตร่วงลงและสภาพคล่องเหือดแห้ง ประวัติศาสตร์ดังกล่าวทำให้ช่องว่างด้านความไว้วางใจยากที่จะเติมเต็มแม้แต่กับผู้กู้ที่ต้องการสภาพคล่องโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ที่ถือครองในระยะยาวก็ตาม
Mauricio Di Bartolomeo ผู้ร่วมก่อตั้ง Ledn กล่าวว่า “สมการในฝั่งของความต้องการนั้นได้รับการแก้ไขแล้ว” แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมั่นยังคงต้องเร่งพัฒนาตามให้ทัน ผลสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ที่ไม่ได้กู้ยืมมีความกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับความผันผวน ความเสี่ยงในการถูกบังคับชำระบัญชี และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ในขณะที่ชื่อเสียง เงื่อนไขสินเชื่อที่โปร่งใส มาตรการคุ้มครองการเก็บรักษาสินทรัพย์ และการบริหารความเสี่ยง ถูกจัดอันดับความสำคัญไว้สูงกว่าเรื่องของอัตราดอกเบี้ยเมื่อต้องเลือกแพลตฟอร์ม
รายงานฉบับนี้มองว่าการกู้ยืมที่ค้ำประกันด้วย Bitcoin ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มของคริปโต แต่เป็นเวอร์ชันสินทรัพย์ดิจิทัลของการปล่อยสินเชื่อที่ค้ำประกันด้วยหลักทรัพย์หรือการกู้ยืมโดยใช้ที่อยู่อาศัยค้ำประกัน โอกาสนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่ผู้ให้กู้จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตลาดได้เติบโตและก้าวข้ามความล้มเหลวที่เคยเป็นภาพจำของวัฏจักรที่แล้วไปได้สำเร็จ
ที่มา: finance.yahoo
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าตลาดสินเชื่อคริปโตมีศักยภาพในการเติบโตมหาศาลจริงตามที่ Ledn คาดการณ์ครับ การที่นักลงทุนสามารถนำ Bitcoin มาค้ำประกันเพื่อดึงเงินสดไปหมุนเวียนธุรกิจหรือใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องขายเหรียญทิ้ง เป็นการตอบโจทย์ Pain Point ของสายถือยาว (Hodler) ได้อย่างตรงจุด อย่างไรก็ตาม บาดแผลจากวิกฤตแพลตฟอร์มปล่อยกู้แบบรวมศูนย์ในอดีตยังคงฝังลึกอยู่ในใจนักลงทุน ความท้าทายหลักของผู้ให้บริการในยุคนี้จึงไม่ใช่การแข่งกันให้อัตราดอกเบี้ยสูงๆ แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความโปร่งใส (Proof of Reserves) และระบบการจัดเก็บสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หากแพลตฟอร์มใดสามารถซื้อใจผู้ใช้งานในจุดนี้ได้ ก็มีโอกาสที่จะกวาดส่วนแบ่งตลาดก้อนโตไปครองครับ

