สรุปข่าว
- เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 ZachXBT รายงานผ่าน Telegram ว่า Circle ได้เพิ่มปรับ Zama Protocol เข้ามาอยู่ในรายชื่อแบล็กลิสต์ส่งผลให้ USDC มูลค่า 12.6 ล้านดอลลาร์ถูกอายัดทันที
- สิ่งที่ทำให้ครั้งนี้น่าตกใจกว่าเดิมคือ Zama Protocol ไม่ใช่กรณีที่เกิดการแฮ็กหรืออาชญากรรมแต่อย่างใดแต่เป็นการจัดการกับโปรโตคอล DeFi ที่พัฒนา Confidential USDC (cUSDC) ซึ่งใช้รูปแบบการเข้ารหัสข้อมูลแบบ FHE เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์ Circle ที่ยังไม่จบจาก “Circle Files” ที่ ZachXBT ได้เปิดเผยในเดือนเมษายน ซึ่งพบว่า Circle ล้มเหลวในการอายัดสินทรัพย์กรณีเกิดอาชญากรรมจริงๆ กว่า 15 คดี รวมมูลค่ากว่า $420 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2022
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำจุดอ่อนโครงสร้าง Stablecoin แบบรวมศูนย์และอาจเร่งให้เกิดปรากฎการณ์ “Bitcoin = การกระจายศูนย์” ซึ่งส่งผลเชิงลบสำหรับ USDC ในระยะสั้น แต่เป็นผลดีเชิงโครงสร้างสำหรับ Bitcoin และ DAI ที่ไม่มีกลไกอายัดสินทรัพย์
Circle ขึ้นบัญชีดำ Zama อายัดเงินคนดีแทนที่จะไล่จับโจร?
วันที่ 30 พฤษภาคม 2026 ZachXBT นักสืบ on-chain ชื่อดัง รายงานผ่าน Telegram ชื่อ channel “Investigation by ZachXBT” ว่า Circle ได้เพิ่ม โปรโตคอล cUSDC ที่รันบน Ethereum ของ Zama เข้ามาอยู่ในแบล็กลิสต์ โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ ต่อสาธารณะ ส่งผลให้ USDC มูลค่า 12.6 ล้านดอลลาร์ที่ผู้ใช้ฝากไว้ในโปรโตคอล ถูกอายัดทันที Zama เป็นโปรเจกต์ที่พัฒนา cUSDC (USDC ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปกปิดข้อมูลธุรกรรมและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน) ซึ่งใช้เทคโนโลยีเข้ารหัสแบบ FHE เพื่อให้ผู้ใช้ทำธุรกรรม USDC โดยรักษาความเป็นส่วนตัวได้ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแฮ็กหรืออาชญากรรมใด ๆ
Zama คืออะไรทำไมถึงเป็นเป้าของ Circle
Zama เป็นโปรโตคอลที่พัฒนา USDC โดยใช้การเข้ารหัสแบบ FHE ซึ่งช่วยให้การคำนวณบนบล็อกเชนเกิดขึ้นโดยไม่ต้องถอดรหัสข้อมูล ผลิตภัณฑ์หลักคือ cUSDC, cUSDT และ cETH ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ stake บนเชน AAVE, Morpho และแพลตฟอร์ม DeFi อื่น ๆ โดยที่ยอดเงินคงเหลือและธุรกรรมยังคงเป็นความลับ กล่าวง่าย ๆ คือ Zama กำลังสร้าง “เลเยอร์แห่งความเป็นส่วนตัว” บนสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างจับแพะชนแกะหรือหลบเลี่ยงกฎหมาย
แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก Circle ณ เวลาที่เผยแพร่ว่าเหตุใดจึงได้ดำเนินการเช่นนี้กับ Zama ซึ่งนั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ชุมชนโกรธมากที่สุด
คำถามที่ชุมชน DeFi ต้องการคำตอบ
เหตุการณ์นี้จุดชนวนคำถามที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ Stablecoin:
“ถ้า Circle สามารถอายัดเงินคุณได้ทุกเมื่อ มันต่างจากบัญชีธนาคารทั่วไปอย่างไร?”
Circle สามารถอายัด USDC ได้เมื่อประเมินว่าความเสี่ยงสูงพอ แต่คำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดคือ อำนาจเดียวกันนี้ที่พวกเขามีในมือดูเหมือนจะใช้งานมันช้าเมื่อเงินที่ถูกขโมย แต่กลับรวดเร็วเมื่อมันใช้งานหรืออยู่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอื่น งานนี้ Circle น่าจะได้เตรียมออกแถลงการณ์ยาวเพื่อให้ความกระจ่างชุมชน
การแบล็กลิสต์ Zama ครั้งนี้อาจเป็นเหตุการณ์ที่เล็กที่สุดในแง่ตัวเลข $12.6 ล้าน แต่ก็ส่งแรงกะรเพื่อมมากที่สุดได้ครั้งหนึ่งเพราะมันพิสูจน์ชัดเจนว่า Circle มีความสามารถในการอายัดได้รวดเร็วและเด็ดขาดแต่เลือกจะใช้อำนาจนั้นกับโปรโตคอลที่ดำเนินการอย่างชอบธรรมมากกว่าเหล่าแฮ็กเกอร์ ยิ่ง Circle แสดงให้เห็นว่าตัวเองมี “อำนาจมืด” แบบนี้มากขึ้น ยิ่งเร่งให้ความน่าเชื่อถือในตัวเองหมองลง และเป็นการไปส่งเสริม Bitcoin และ decentralized stablecoin เช่น DAI ว่า “เงินที่ไม่มีใครอายัดได้นั้นมีคุณค่าจริง”
ที่มา: Cointelegraph, Bloomingbit, CoinDesk, The Block, CryptoSlate, CoinPedia

