สรุปข่าว
- Bitcoin (BTC) ทิ้งตัวอย่างรุนแรงกว่า 2.59% ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง และทรุดตัวต่อเนื่องจากระดับ $67,000 ลงไปแตะ $62,400
- ชนวนเหตุของการดิ่งมาจากการขาย Bitcoin ของ Strategy จนทำให้ตลาดตื่นตระหนกและรีบเทขายจนตลาดฟิวเจอร์สพังพินาศเสียหายกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท
- ตลาดส่งสัญญาณการแยกตัวอย่างชัดเจน โดยเหรียญกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และกลุ่มนวัตกรรมใหม่อย่าง Worldcoin (WLD) พุ่งทะยานสวนตลาดถึง 31%
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ราคา Bitcoin เผชิญมรสุมความผันผวนครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน หลังกราฟดิ่งลงรวดเดียว 2.59% ในชั่วโมงเดียว และร่วงทะลุแนวรับสำคัญจาก $67,000 ไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ $62,400 โดยมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤตความเชื่อมั่นหลังจาก Strategy เทขายบิตคอยน์ อย่างไรก็ตามตลาดได้เกิดปรากฏการณ์แยกส่วนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเหรียญ altcoins บางตัวกลับไม่ร่วงลงตามพี่ใหญ่
ราคา Bitcoin ในช่วงเช้าวันนี้ยังคงประสบกับความผันผวนรุนแรงต่อเนื่องจากช่วงวานก่อนโดยล่าสุดราคาได้ทิ้งตัวอย่างรุนแรง 2.59% ในเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียว
อ้างอิงข้อมูลจากกราฟ BTC/USD พบว่าราคา Bitcoin ได้มีการย่อตัวต่อเนื่องจากระดับราคา $67,000 ร่วงลงมาแตะจุดต่ำสุดในวันนี้ที่ $62,500 โดยยังไม่มีท่าทีว่าจะชะลอตัว คิดเป็นการย่อตัวมากกว่า 6.8% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Bitcoin ร่วงกลับลงมาแตะระดับดังกล่าวนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงในวันนี้คาดว่าเป็นผลมาจาก ความกังวลต่อเนื่องของนักลงทุนที่เมื่อไม่นานมานี้ Strategy ได้ประกาศขาย Bitcoin ออกไปบางส่วนทำให้ความเชื่อมั่นที่มีจางหายและเร่งทำการเทขายออกมาจนไปกระทบกับตลาดฟิวเจอร์ส และยิ่งทำให้แนวโน้มขาลงยิ่งทวีความรุนแรง
ข้อมูลจาก Coinglass เผยให้เห็นว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีนักเทรดจำนวนกว่า 174,765 รายถูกล้างพอร์ตไปในวันนี้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า $1.9 พันล้านดอลลาร์และตัวเลขก็ยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ Bitcoin จะร่วงหนักแต่ตลาดคริปโตกลับไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทางเดียวกันทั้งหมด เพราะบางโปรเจกต์เช่น Worldcoin กลับพุ่งขึ้นสวนตลาดได้ถึง 31% ตอบรับกับกระแส AI ตามมาด้วย Ethena ที่พุ่ง 21% หรือ Hyperliquid ที่ยังคงรักษาโมเมนตัมไว้ได้สม่ำเสมอ

เหตุการณ์ในวันนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ตลาดคริปโตเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่แยกตัวออกไปจาก Bitcoin อย่างชัดเจนในหลายเซกเตอร์ผสมปนเปไม่ได้เกาะกลุ่มกันหมด แสดงให้เห็นว่าททฤษฎีเก่าๆ เริ่มนำมาวัดผลไม่ได้อีกต่อไป หรือไม่ก็เป็นสัญญาณว่าเงินกำลังจะไหลออกจากเหรียญใหญ่ไปสู่เหรียญรองในขณะนี้

