สรุปข่าว
- ผู้พิพากษารัฐนิวยอร์กสั่งระงับคดีที่มีการยื่นคำร้องขอเข้าครอบครองกระเป๋า Bitcoin หลับใหลจำนวน 39,069 กระเป๋า ซึ่งคิดเป็นจำนวนเหรียญรวมกันสูงถึง 3.8 ล้าน BTC มูลค่าราว 235,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรอการไต่สวนครั้งสำคัญในเดือนกรกฎาคมนี้
- ฝ่ายโจทก์หัวใสใช้ช่องว่างของกฎหมายทรัพย์สินสูญหายดั้งเดิมมาอ้างสิทธิ์หวังฮุบเหรียญเจ้ามือรุ่นเก่า แต่โดนกลุ่ม Galaxy Research ออกมาแฉข้อมูลบนบล็อกเชนพบรายชื่อกระเป๋าบางส่วนโยงคดี Mt. Gox และกระเป๋าเงินในยุคSatoshi Nakamoto
- ทนายความชาวนิวยอร์กยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาล ชี้แจงระบบบล็อกเชนคือการเก็บรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ไม่ใช่การทิ้งร้าง ล่าสุดพบกระเป๋าต้องสงสัยในคำฟ้องเริ่มขยับเคลื่อนย้ายเหรียญออกไปแล้ว สวนทางคำกล่าวอ้างของโจทก์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
มหากาพย์คดีฟ้องร้องขอสิทธิ์ครอบครองเหรียญหลับใหลล็อตใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้ แม้จะมีตัวเลขมูลค่าสินทรัพย์สูงถึงสองแสนล้านดอลลาร์ แต่คำสั่งระงับคดีชั่วคราวของผู้พิพากษาแสดงให้เห็นว่า ระบบศาลไม่ได้เออออตามคำขอของโจทก์ ตัวคดีเป็นเพียงการพยายามใช้ช่องว่างกฎหมายทางแพ่งที่โอกาสชนะริบหรี่
ผู้พิพากษาในรัฐนิวยอร์กได้สั่งระงับคดีที่มีการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกระเป๋า Bitcoin ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวจำนวน 39,069 กระเป๋าเอาไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีการไต่สวนในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้
คำสั่งดังกล่าวลงนามโดย Kathy J. King เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน และทำให้ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถชนะคดีแบบรวดเร็วได้ ก่อนการพิจารณาของศาล
หากรวมมูลค่า Bitcoin ทั้งหมดในกระเป๋าที่ถูกกล่าวอ้าง จะมีประมาณ 3.8 ล้าน BTC คิดเป็นมูลค่าราว 235,000 ล้านดอลลาร์ ตามราคาปัจจุบัน
ช่องว่างกฎหมายโบราณ กับแผนการฮุบเหรียญ
โจทก์นิรนามที่ใช้ชื่อว่า Noah Doe พร้อมบริษัทอีก 2 แห่ง ได้ยื่นฟ้องในคดีนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม และขยายขอบเขตคดีในวันที่ 1 พฤษภาคมให้ครอบคลุมกระเป๋า Bitcoin ทั้ง 39,069 กระเป๋า
แนวคิดหลักของพวกเขาอ้างอิงจากกฎหมายทรัพย์สินสูญหายของนิวยอร์ก ซึ่งระบุว่า หากเจ้าของทรัพย์สินไม่มาแสดงตัว ผู้ที่ค้นพบอาจมีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวไม่เคยถูกนำมาใช้กับคริปโตมาก่อน
ฝ่ายโจทก์ยังอ้างผ่านผู้เชี่ยวชาญว่า กระเป๋าแต่ละใบมีมูลค่าต่ำกว่า 10 ดอลลาร์ แต่ Galaxy Research โต้แย้งว่า กระเป๋าแต่ละใบในรายการมี Bitcoin เฉลี่ยประมาณ 97.25 BTC ต่อกระเป๋า หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6 ล้านดอลลาร์ต่อใบในปัจจุบัน
ซึ่งหนึ่งในกระเป๋าที่ถูกอ้างสิทธิ์ยังคงถือ Bitcoin ประมาณ 79,957 BTC ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การแฮ็ก Mt. Gox เมื่อปี 2011
ปัญหาคือ กระบวนการชดเชยเจ้าหนี้ของ Mt. Gox ในญี่ปุ่น ก็ยังคงดำเนินการอยู่ ทำให้การอ้างสิทธิ์ใน Bitcoin เหล่านี้อาจขัดแย้งกับคำร้องในคดีนี้โดยตรง
นอกจากนี้ Galaxy Research ยังระบุว่า มีกระเป๋าประมาณ 21,900 ใบในรายการ ที่ถือครอง Bitcoin รวมกันราว 1.1 ล้าน BTC และอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ Satoshi Nakamoto
ทนายความชาวนิวยอร์กยื่นคำร้องโต้แย้ง
คำสั่งพักคดีเกิดขึ้นหลังจาก Ian R. Cohen ทนายความชาวนิวยอร์กและผู้ถือครอง Bitcoin ยื่นคำร้องขอส่งความเห็นต่อศาลในฐานะ amicus curiae หรือบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความในคดี
Ian R. Cohen โต้แย้งว่า กฎหมายทรัพย์สินสูญหายถูกออกแบบมาสำหรับทรัพย์สินทางกายภาพที่สามารถหยิบจับได้ แต่ Bitcoin อยู่บนบล็อกเชนสาธารณะที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา จึงไม่สามารถถือว่าเป็นทรัพย์สินที่สูญหายได้
Ian R. Cohen กล่าวว่า “กระเป๋าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมา 10 ปี แต่ private key ถูกเก็บอยู่บนแผ่นเหล็กในตู้นิรภัยของธนาคาร ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ถูกทิ้งร้าง แต่มันคือทรัพย์สินที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย”
Ian R. Cohen ยังอ้างถึงกฎหมายปี 2022 ของนิวยอร์กที่กำหนดให้คริปโตที่ไม่มีผู้มาอ้างสิทธิ์ต้องถูกส่งต่อให้รัฐ ไม่ใช่ตกเป็นของผู้ที่พบเห็น
ในขณะที่ข้อมูลบนบล็อกเชน ก็ย้ำว่าทนายความรายนี้พูดถูก เพราะกระเป๋าเงินจำนวน 339 ใบในรายชื่อคำฟ้อง เริ่มมีการเคลื่อนย้ายเหรียญออกไป เช่นเดียวกับกระเป๋าเงินในยุค Satoshi ใบอื่นๆ ที่เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน
ซึ่งฝ่ายโจทก์มีเวลาถึงวันที่ 7 กรกฎาคมในการยื่นคำคัดค้าน ส่วนการไต่สวนในวันที่ 14 กรกฎาคม จะเป็นจุดสำคัญที่ศาลจะพิจารณาว่า คดีนี้ควรเดินหน้าต่อหรือไม่ และจะเปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งจากฝ่ายคัดค้านอย่างเป็นทางการครั้งแรก
หากศาลเห็นด้วยกับเหตุผลของ Ian R. Cohen จะส่งผลให้คดีที่พยายามอ้างสิทธิ์ Bitcoin มูลค่ากว่า 235,000 ล้านดอลลาร์จากกระเป๋าที่ไม่ได้เคลื่อนไหว อาจถูกตีตกตั้งแต่ในขั้นตอนแรกเลยก็เป็นได้
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : บิตคอยน์ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมานาน เจ้าของอาจจะแค่ตั้งใจถือยาวและเก็บ Private Key ไว้อย่างดีในตู้เซฟ ซึ่งต่อให้คุณชนะคดี ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ของคนอื่นได้ง่ายๆ และไม่แน่ว่าคดีแบบนี้ อาจโดนยกฟ้องอย่างไม่ต้องสงสัย

