สรุปข่าว
- Matt Hamilton อดีตหัวหน้าวิศวกรของ Ripple เผยว่าการเปิดตัว Open USD ของกลุ่มสถาบันการเงินเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ XRP Ledger ที่คิดค้นระบบนี้มาตั้งแต่ปี 2012
- ผู้สร้าง XRP Ledger คาดการณ์ไว้เมื่อ 15 ปีก่อนว่าทุกธนาคารจะต้องการออกเหรียญ Stablecoin ของตัวเองจึงได้สร้างระบบรองรับการผลิตเหรียญและกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์เตรียมไว้
- การที่ Ripple เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเครือข่าย Open USD จะช่วยให้สินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่มพันธมิตรสามารถนำมาใช้งานบน XRP Ledger ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากข่าวดังกล่าวเป็นการสะท้อนมุมมองเชิงประวัติศาสตร์และการบูรณาการเครือข่ายในระยะยาวซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคา XRP ในระยะสั้น
การประกาศเปิดตัวเหรียญ Stablecoin นามว่า Open USD จากกลุ่มพันธมิตรบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินกว่า 140 แห่งซึ่งนำทัพโดย Visa Mastercard Stripe และ BlackRock ได้จุดประกายให้เกิดการพูดถึงรากฐานทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมนี้อีกครั้ง
Matt Hamilton อดีตหัวหน้าวิศวกรของ Ripple ได้ออกมาให้ความเห็นว่า โครงสร้างของโปรเจกต์ Open USD แท้จริงแล้วคือการนำสถาปัตยกรรมที่ฝังอยู่ใน XRP Ledger มาตั้งแต่ปี 2012 กลับมาใช้งานใหม่ การแสดงความเห็นนี้เกิดขึ้นหลังมีกระแสแซวบนโซเชียลมีเดียว่า มาตรฐานสากลใหม่ที่ตั้งขึ้นมาก็เป็นแค่การเพิ่มจำนวนเหรียญคู่แข่งในตลาดเท่านั้น
แนวคิดดั้งเดิมของผู้สร้าง XRP Ledger เกิดจากสมมติฐานที่ว่า ในอนาคตธนาคารทุกแห่งจะต้องการออกเหรียญ Stablecoin เป็นของตัวเอง เพื่อให้เหรียญทำงานร่วมกันได้ ทีมนักพัฒนาจึงสร้างฟังก์ชันให้ทุกคนออกเหรียญได้อย่างอิสระ พร้อมกับสร้างกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ที่มาพร้อมสมุดคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติในตัวมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก
แม้ว่าเมื่อ 15 ปีก่อน ภาคการเงินดั้งเดิมจะไม่ได้สนใจโมเดลนี้เลย แต่ปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่ก็ต้องเดินตามแนวทางนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่ง Hamilton มองว่านี่คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า XRP Ledger มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำนำเทรนด์ตลาดไปไกลมาก
ในเชิงเทคนิค การเปิดตัว Open USD ทำให้ทุกบริษัทในกลุ่มพันธมิตรสามารถออกเหรียญ Stablecoin ของตัวเองและเก็บผลตอบแทนจากทุนสำรองไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งนำไปสู่การเกิดเหรียญคู่แข่งใหม่ๆ ตามที่นักพัฒนา XRPL เคยคาดการณ์ไว้
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ Ripple ตัดสินใจเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ในฐานะพาร์ทเนอร์ จะส่งผลให้สินทรัพย์ใหม่ๆ ของกลุ่มพันธมิตรสามารถนำมาใช้งานบน XRP Ledger ได้ทันที ซึ่งถือเป็นการทำให้ระบบกระดานเทรดและการออกเหรียญที่ถูกสร้างทิ้งไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมอย่างแท้จริง
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าเรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนที่น่าสนใจของโลกเทคโนโลยี การที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินเพิ่งจะมารวมตัวกันสร้างเครือข่าย Stablecoin ที่ทุกคนออกเหรียญของตัวเองได้ ถือเป็นการยอมรับว่าสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ที่ Ripple คิดค้นไว้เมื่อทศวรรษก่อนคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดในการเชื่อมต่อระบบการเงินโลก
แม้ในอดีต Ripple จะต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายและการต่อต้านจากสถาบันการเงินดั้งเดิมอย่างหนัก แต่การที่พวกเขาสามารถแทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตร Open USD ได้สำเร็จ ถือเป็นการเดินเกมที่ชาญฉลาด เพราะนอกจากจะเป็นการทวงคืนพื้นที่ในตลาดแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจระดับโลกให้กลายมาเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมต่อยอดระบบนิเวศบนโครงสร้างพื้นฐานของตนเองในระยะยาว

