สรุปข่าว
- บริษัท Strategy เผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในตลาดหมีหลังทำการซื้อขายเหรียญผิดจังหวะด้วยการเข้าซื้อบิตคอยน์จำนวน 3,657 เหรียญในราคาแพงแต่กลับต้องจำใจเทขายออกไปถึง 3,558 เหรียญในราคาที่ต่ำกว่าเดิมเพื่อนำเงินสดมาประคองระบบ
- ความผิดพลาดในการจับจังหวะตลาดส่งผลให้บริษัทมีจำนวนเหรียญเพิ่มขึ้นสุทธิเพียง 69 เหรียญเท่านั้นแม้ว่าจะใช้เงินทุนเพิ่มเติมไปถึงประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐและทำให้ต้นทุนเฉลี่ยแฝงของเหรียญที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้พุ่งสูงเกินกว่า 289,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ
- ทางบริษัทได้เปิดเผยตัวเลขผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสที่สองสูงถึง 8.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหลังจากราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนักจากระดับประมาณ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นเดือนเมษายนลงมาปิดตลาดในเดือนมิถุนายนที่บริเวณ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากรายงานผลขาดทุนทางบัญชีจำนวนมหาศาลและการซื้อขายที่ผิดพลาดชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเงินภายในองค์กรซึ่งอาจทำให้นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นและส่งผลให้ราคาหุ้นรวมถึงราคาสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญกับแรงเทขายเพิ่มเติมในระยะสั้น
ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายและการเงินของบริษัท Strategy ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักในการรักษาเสถียรภาพขององค์กรท่ามกลางสภาวะตลาดหมีที่กำลังท้าทายกลยุทธ์หลักของ Michael Saylor
ภาพรวมราคาของ Bitcoin ได้ดิ่งลงอย่างรุนแรงจากระดับ 74,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมลงมาต่ำกว่า 58,000 ดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าราคาจะมีการดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงวันหยุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ก็ต้องถูกสกัดขาลงอย่างรวดเร็วจากการประกาศเทขาย Bitcoin ครั้งใหญ่จำนวน 3,558 เหรียญในวันจันทร์นี้
การดำเนินการดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นความพยายามของฝ่ายบริหารในการปกป้องเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 12% หลังจากมีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 50 Basis Points ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้น STRC สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาซื้อขายใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ
สวนทางกับราคาหุ้นสามัญ MSTR และราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวลดลงในวันเดียวกัน ปัจจุบัน Strategy ยังคงสถานะเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยจำนวนรวม 843,775 เหรียญที่ต้นทุนเฉลี่ย 75,476 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ด้วยเงินสดสำรองที่สามารถครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลได้นานกว่า 17 เดือนในปัจจุบัน ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าบริษัทอาจจะระงับการเข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้และจำกัดขนาดการเทขายเหรียญในสัปดาห์ต่อๆ ไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงิน
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่ารายงานข่าวชิ้นนี้ได้เปิดเผยบาดแผลฉกรรจ์และจุดเปราะบางในโครงสร้างการเงินของ Strategy ที่ถูกปิดบังไว้ด้วยภาพลักษณ์เชิงบวกมาโดยตลอด
การที่บริษัทต้องยอมแลกด้วยการขายสินทรัพย์ในราคาขาดทุนเพื่อนำเงินไปค้ำประกันเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิแสดงให้เห็นว่าภาระผูกพันทางการเงินดั้งเดิมกำลังกลายเป็นห่วงรัดคอที่บีบให้บริษัทต้องทำลายวินัยการลงทุนของตัวเอง การคำนวณต้นทุนแฝงของเหรียญที่เพิ่มเข้ามาใหม่ที่สูงทะลุ 289,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญสะท้อนถึงการบริหารจัดการเงินทุนที่ล้มเหลวในรอบเดือนที่ผ่านมา
แม้ว่าการรักษาเสถียรภาพของหุ้น STRC จะช่วยให้นักลงทุนสถาบันบางส่วนเบาใจได้ชั่วคราว แต่การยอมรับผลขาดทุนกว่า 8.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสเดียวถือเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับอันตรายสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญ MSTR
หลังจากนี้ตลาดจะไม่ได้มอง Strategy เป็นเพียงเครื่องจักรจัดซื้อบิตคอยน์ที่ไร้จุดอ่อนอีกต่อไป แต่นักลงทุนจะเริ่มหันมาประเมินความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างเข้มงวดมากขึ้น หากสภาวะตลาดหมีลากยาวออกไปเกินกว่าที่เงินสำรอง 17 เดือนจะรับไหว เราอาจจะได้เห็นมาตรการที่รุนแรงกว่านี้ซึ่งจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมจะถล่มทั้งราคาหุ้นและราคาบิตคอยน์ในตลาดโลกให้ทรุดหนักลงไปอีก

