bitkub-banner

DeFi บิ๊กเนมที่ Mark Cuban สนับสนุน ประกาศปิดตัวลงแล้วหลังเปิดมา 7 ปี 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Zapper แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล DeFi ประกาศยุติการให้บริการทั้งเว็บไซต์ แอปมือถือ และ API ในวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ปิดฉากการดำเนินงานที่ยาวนานถึง 7 ปี
  • ซีอีโอ Seb Audet ระบุว่า สาเหตุหลักมาจากความต้องการในตลาดที่ลดลง แม้เคยได้รับเงินทุนจาก Mark Cuban, Coinbase Ventures และ Sound Ventures ของ Ashton Kutcher ในรอบ Series A มูลค่า 15 ล้านดอลลาร์
  • Zapper เป็นรายล่าสุดในลิสต์แพลตฟอร์มคริปโตที่ทยอยปิดตัว ต่อจาก TapTools, Botanix, Dmail, Nifty Gateway และ Rodeo ที่ล้มหายไปในปีนี้เช่นกัน

แนวโน้มส่งผลต่อราคาอย่างไร: Neutral

การปิดตัวของ Zapper เป็นข่าวระดับแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ข่าวระดับโทเค็นหรือเชนใดเชนหนึ่งโดยตรง จึงไม่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ แต่สะท้อนภาพความซบเซาของ Venture Capital ในตลาด DeFi ซึ่งอาจกดดันความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนต่อโปรเจกต์ขนาดกลางและเล็กในกลุ่มนี้

Zapper แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลระบบการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi Analytics Platform) ได้ประกาศยุติการให้บริการในเดือนหน้า ส่งผลให้กลายเป็นแพลตฟอร์มคริปโตรายล่าสุดที่ต้องโบกมือลาตลาดไปท่ามกลางสภาวะซบเซาของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

Seb Audet ซีอีโอของ Zapper ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่า เว็บไซต์, แอปพลิเคชันบนมือถือ และบริการระบบ API ทั้งหมดของ Zapper จะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 สิงหาคม 2026 นี้ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดการเดินทางอันยาวนานถึง 7 ปี หลังจากที่เคยสร้างความฮือฮา ด้วยการได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากนักลงทุนมหาเศรษฐีชื่อดังอย่าง Mark Cuban ในปี 2021 

โดย Seb Audet กล่าวว่า “พวกเราได้ประเมินทางเลือกต่าง ๆ มากมาย และพยายามผลักดันบางแนวทางอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่สุดท้ายก็ตระหนักได้ว่า การทยอยปิดตัวอย่างเป็นระบบให้เรียบร้อย คือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด” 

แม้ว่าทาง Zapper จะไม่ได้เปิดเผยถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจยุติการให้บริการในครั้งนี้ แต่ Seb Audet ได้บอกใบ้ผ่านการตอบกลับคอมเมนต์ว่า การปิดตัวดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความต้องการในตลาดที่ลดลง โดยระบุสั้น ๆ ว่า “สุดท้ายแล้ว กลไกตลาดคือสิ่งที่เป็นตัวตัดสิน”

ตลาดหมีพ่นพิษ แพลตฟอร์มคริปโต-NFT ทยอยล้มตายเป็นโดมิโน่

Zapper ได้กลายเป็นรายล่าสุดที่ถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อแพลตฟอร์มคริปโต จำนวนมากที่ต้องปิดตัวลง ในช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นของตลาดคริปโต ดิ่งลงไปอยู่ใกล้จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และการระดมทุนจากกลุ่มทุนร่วมเสี่ยง (Venture Capital) ทำได้ยากขึ้น 

โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา TapTools แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนเครือข่าย Cardano ก็ได้ตัดสินใจประกาศปิดตัว เช่นเดียวกับ Botanix แแพลตฟอร์ม DeFi ที่เน้นเครือข่าย Bitcoin ที่ได้ปิดตัวลงในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องความต้องการด้าน Bitcoin DeFi ที่ซบเซา 

นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีธุรกิจหน่วยงานด้านคริปโต ของ SBI, บริการอีเมลแบบกระจายศูนย์อย่าง Dmail รวมถึงตลาดซื้อขาย NFT อย่าง Nifty Gateway และ Rodeo ต่างก็ยุติการดำเนินงานในปีนี้ ท่ามกลางภาวะการซื้อขาย NFT ในภาพรวม ที่ลดลงอย่างรุนแรงทั่วโลก

ย้อนรอยดูประวัติ  Zapper จากจุดสูงสุด สู่ปัจจุบัน

หากย้อนดูประวัติ  Zapper ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 และเริ่มเป็นที่รู้จักจากการคว้าชัยชนะในการแข่งขัน DeFi Hackathon ของ Kyber ในช่วงปลายปีนั้น ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถระดมทุนในรอบ Seed Round ได้เป็นมูลค่า 1.5 ล้านดอลลาร์

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2021 บริษัทสามารถระดมทุนในระดับ Series A ได้อีก 15 ล้านดอลลาร์ นำโดย Framework Ventures พร้อมด้วยผู้ร่วมลงทุนรายอื่น ๆ อย่าง Mark Cuban, Coinbase Ventures และ Sound Ventures ซึ่งก่อตั้งโดย Ashton Kutcher 

โดยเหล่านักเทรดคริปโตฯ ต่างใช้แพลตฟอร์มอย่าง Zapper เพื่อติดตามราคาโทเค็น เกาะติดแนวโน้มของ DeFi และค้นหาโปรโตคอลใหม่ ๆ อีกทั้ง Zapper ยังช่วยให้นักเทรดสามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินของตนเองเพื่อตรวจสอบสถานะการลงทุน บริหารจัดการ Liquidity Pool และ Yield Farm รวมถึงติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ Airdrop ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย 

ทั้งนี้ Audet ได้เปิดเผยว่า ทีมงานของ Zapper เคยผลักดันผลิตภัณฑ์ให้เติบโต จนมีผู้ใช้งานสูงกว่า 2 ล้านรายต่อเดือน และมีมูลค่าธุรกรรมรวมที่ผ่านระบบมากกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงที่เติบโตสูงสุด

อย่างไรก็ตาม Zapper ต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ตลอดเส้นทางการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ในเดือนเมษายน 2025 ที่แพลตฟอร์มถูกโจมตีทางวิศวกรรมสังคม (Social Engineering Attack) โดยการเจาะระบบในครั้งนั้น ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุมโดเมนของแพลตฟอร์มได้ชั่วคราว และทำการเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้งานที่ไม่ทันระวังตัว ไปยังหน้าเว็บไซต์ปลอมที่เป็นอันตรายซึ่งมีการฝังกับดักฟิชชิง (Phishing) เอาไว้

ในแง่ของภาพรวมการระดมทุนจากฝั่งคริปโต แม้ว่าเม็ดเงินลงทุนของกลุ่ม VC ในไตรมาสที่ 2 จะดูเหมือนปรับตัวเพิ่มขึ้น 57.6% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยแตะระดับ 4.21 พันล้านดอลลาร์

แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลจากแดชบอร์ด RootData ชี้ให้เห็นว่า เงินทุนเหล่านั้นกลับไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะกับโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ในขณะที่สถิติจำนวนดีลการตกลงร่วมทุนโดยภาพรวมในตลาดยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยปรับตัวลดลงถึง 9 ครั้งในรอบ 10 ไตรมาสหลังสุด ซึ่งนี่คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้สตาร์ทอัปคริปโตขนาดกลางและเล็กไม่สามารถหาเงินทุนมาหล่อเลี้ยงสู้ต่อได้นั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงรายไตรมาสของเงินทุน VC และจำนวนดีลในวงการคริปโตตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2020 แหล่งที่มา: RootData

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Zapper ตอกย้ำว่า การมีนักลงทุนดังอย่าง Mark Cuban หนุนหลังไม่ได้การันตีความอยู่รอดในระยะยาว หากโมเดลธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนพอจะเลี้ยงตัวเองในช่วงตลาดขาลง เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เราจะยังได้เห็นแพลตฟอร์มคริปโตขนาดกลางถึงเล็กทยอยปิดตัวตามกันมาอีกเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้งานเป็นหลัก จนกว่าตลาดจะฟื้นตัวชัดเจนกว่านี้ หรือมีการควบรวมกิจการเพื่อลดต้นทุนการแข่งขันกันเอง