bitkub-banner

สรุปรายงาน FOMC Minutes อ้าง AI ทำเงินเฟ้อพุ่ง ส่อไม่ลดดอกเบี้ย ทุบคริปโทดิ่ง 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงาน FOMC Minutes ระบุว่า กระแส AI ที่ร้อนแรงกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าและวิกฤตตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤติเงินเฟ้อฝังลึก
  • Kevin Warsh มีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปก่อนแต่คณะกรรมการให้น้ำหนักไปทางขึ้นและคงดอกเบี้ยมากกว่าที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยในช่วง 1-2 ปีนี้
  • หลังรายงานออก สินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่รวมถึงทองคำปรับฐานลดลง ยกเว้นกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปต้นน้ำ ส่วน Bitcoin ยังคงประสบกับความผันผวนต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

รายงาน Fed Minutes ล่าสุด เผยให้เห็นมุมมองเชิงนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เข้าไปดันราคาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและค่าพลังงาน ร่วมกับนโยบายภาษีนำเข้าและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ที่ทำให้เงินเฟ้อในปัจจุบันลดลงยากกว่าที่คิด

ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาทางธนาคารสหรัฐฯ ได้มีการเผยแพร่รายงานการประชุม FOMC Minutes เพื่อแสดงให้เห็นถึงมุมมองและแนวทางการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยมีประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา ดังนี้ 

AI ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อลดยาก 

เฟดระบุว่า  AI เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงจัดการได้ยาก เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ประกอบกับการใช้นโยบายภาษีนำเข้าได้ผลักดันให้ราคาสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฟดบางรายมีความเห็นที่แตกต่างออกไป โดยเชื่อมั่นว่าในระยะยาว AI จะเข้ามามีส่วนช่วยลดอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งอัตราการผลิต เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังคงแข็งแกร่ง 

ในด้านมุมมองเศรษฐกิจ เฟดประเมินว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ตาม โดยตัวเลข GDP ที่เติบโตได้ดีนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากการลงทุนในอุตสาหกรรม AI การบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงแข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานที่ยังคงทรงตัว 

ทิศทางดอกเบี้ย และมุมมองที่สวนทางของตลาด 

ในด้านอัตราดอกเบี้ย เฟด มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันต่อไปจนถึงช่วงต้นปี 2027  และอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหนึ่งครั้ง ในไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า และอาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นหนึ่งครั้งในไตรมาสที่สามของปี 2027

แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool ที่ประเมินว่า แม้การประชุม FOMC ในเดือนนี้เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่สำหรับการประชุมในเดือนกันยายน มีโอกาสสูงถึง 51 เปอร์เซ็นต์ ที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 

โดยรวมแล้วคณะกรรมการเฟดยังคงเปิดช่องว่างในการผ่อนคลายนโยบายหากสถานการณ์กลับมาดีขึ้น แต่ในปัจจุบันพวกเขายังต้องเฝ้าระวังและตัดสินใจไปในทาง hawkish ทำให้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยชะลอตัวลง พร้อมกับเห็นตรงกันว่าไม่ควรส่งสัญญาณล่วงหน้ามากเกินไป 

หลังจากที่มีการเผยแพร่รายงาน ทองคำและหุ้นต่างได้มีการปรับลงยกเว้นเซกเตอร์ที่เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีที่ปรับตัวพุ่งขึ้นสูง เช่น NVDA, MU, SNDK, AVGO ในขณะที่ Bitcoin เองยังคงเผชิญหน้ากับความผันผวนรุนแรงแม้จะมีการปรับตัวขึ้นมาบ้างแต่กำไรก็ถูกลบล้างไปอย่างรวดเร็ว


มุมมองผู้เขียน : แนวโน้มของเฟดที่ได้มีการส่งสัญญาณมานั้นเป็นหลักฐานยืนยันชั้นดีเลยว่าถัดจากนี้ต่อไปสินทรัพย์เสี่ยงอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้นทำให้โอกาสในการฟื้นตัวหรือเติบโตลดลงอย่างเห็นได้ชัดเว้นแต่จะมีปัจจัยอื่นเข้ามาหนุน