bitkub-banner

Elon Musk สูญเงินกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ในเวลา 1 เดือน หลัง SpaceX ร่วง 45% หลุดมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัพสินย์ของ Elon Musk ลดลงจากจุดสูงสุดราว 1.45 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เหลือประมาณ 8.8 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index หรือหายไปกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ราว 18 ล้านล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ส่งผลให้เขาสูญเสียสถานะมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์
  • ปัจจัยหลักมาจากราคาหุ้น SpaceX (SPCX) ที่ร่วงลงกว่า 45% จากจุดสูงสุด 225.64 ดอลลาร์ เหลือราว 123 ดอลลาร์ซึ่งต่ำกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ โดย Musk ถือหุ้นอยู่ประมาณ 42% หรือราว 4.76 พันล้านหุ้น ทำให้ทุกการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น 1 ดอลลาร์ ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินของเขาราว 4.8 พันล้านดอลลาร์
  • แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลงอย่างหนัก แต่นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ยังคงให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 300 ดอลลาร์โดยคาดว่ารายได้ของ SpaceX จะเติบโตจาก 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็น 3.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 และอาจแตะ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2040

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การปรับฐานของหุ้น SpaceX ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของปี สะท้อนว่าความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มชะลอตัวลง หากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยียังคงดำเนินต่อ ก็อาจกดดันตลาดคริปโตซึ่งยังมีความสัมพันธ์กับดัชนี Nasdaq ในระดับหนึ่ง

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของตลาดการเงินสัปดาห์นี้ คือการที่ Elon Musk สูญเสียมูลค่าทรัพย์สินบนกระดาษมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หลังราคาหุ้น SpaceX ปรับตัวลงกว่า 45% จากจุดสูงสุด ส่งผลให้ความมั่งคั่งของเขาลดลงจากระดับ 1.45 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 8.8 แสนล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Bloomberg Billionaires Index และทำให้สถานะมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สิ้นสุดลงเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากทำสถิติ

จาก IPO ประวัติศาสตร์ สู่การปรับฐานครั้งใหญ่

SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ที่ราคา IPO 135 ดอลลาร์ ต่อหุ้น ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นแตะ 225.64 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ส่งผลให้มูลค่าบริษัททะยานขึ้นสู่ระดับประมาณ 2.69 ล้านล้านดอลลาร์ และกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นหุ้น SPCX กลับเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยราคาลดลงมาอยู่บริเวณ 123 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทหายไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

อะไรคือสาเหตุที่หุ้น SpaceX ร่วงแรง

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาพื้นฐานของบริษัท แต่เป็นผลจากแรงขายทำกำไรหลัง IPO ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนที่อ่อนแอลง ทั้งจากนโยบายการเงินที่ยังเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ การปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยี และความกังวลว่าหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์อาจมีมูลค่าสูงเกินพื้นฐาน

อีกประเด็นที่นักลงทุนจับตาคือ แม้ SpaceX จะมีรายได้ปัจจุบันราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่กลับมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้อัตราส่วนราคาต่อยอดขายยังอยู่ในระดับสูง และต้องอาศัยการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดดในอนาคตเพื่อรองรับมูลค่าปัจจุบัน

Morgan Stanley ยังสนใจ แม้หุ้นร่วงหนัก

แม้ราคาหุ้นจะปรับฐานแรง แต่ Morgan Stanley ยังคงสนใจ SpaceX โดยประเมินว่ารายได้ของบริษัทอาจเพิ่มขึ้นเป็น 3.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 และอาจแตะ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2040 จากการเติบโตของธุรกิจดาวเทียม อินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink และโครงการอวกาศเชิงพาณิชย์ จึงยังคงให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 300 ดอลลาร์ ต่อหุ้น


ผู้เขียนมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความมั่งคั่งบนกระดาษสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกก็ตาม ขณะเดียวกันการที่ Elon Musk ยังไม่ได้ขายหุ้น SpaceX ออกมาแม้แต่ส่วนเดียว แสดงให้เห็นว่าเขายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาว่าการประเมินมูลค่าที่สูงมากของ SpaceX จะสามารถรองรับได้ด้วยผลประกอบการในอนาคตหรือไม่ เพราะหากการเติบโตต่ำกว่าที่ตลาดคาด ราคาหุ้นก็อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: