bitkub-banner

Circle ก้าวสู่การเป็นธนาคารภายใต้กำกับของรัฐบาลสหรัฐฯ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Circle ได้รับอนุมัติจาก OCC ให้จัดตั้ง Circle National Trust หรือธนาคารทรัสต์ภายใต้การกำกับของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถือเป็นก้าวสำคัญของ USDC และอุตสาหกรรม Stablecoin
  • ขณะเดียวกัน ธนาคารและนักวิเคราะห์เตือนว่า Stablecoin อาจดึงเงินฝากออกจากระบบธนาคารสหรัฐฯ สูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 หากการใช้งานยังเติบโตต่อเนื่อง
  • เหตุการณ์นี้สะท้อนการแข่งขันระหว่างระบบการเงินดั้งเดิมกับโครงสร้างพื้นฐานการเงินบนบล็อกเชน ซึ่งกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish

แม้แรงกดดันจากภาคธนาคารจะเพิ่มขึ้น แต่การที่ Circle ได้รับใบอนุญาตจาก OCC ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะ Stablecoin และการยอมรับจากสถาบันการเงิน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อระบบนิเวศของ USDC, Ethereum และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

Circle สู่ก้าวสำคัญของ Stablecoin ในสหรัฐฯ

Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก Office of the Comptroller of the Currency (OCC) ให้จัดตั้ง Circle National Trust หรือธนาคารทรัสต์ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นับเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตที่กำลังเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งใหม่นี้ ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดย Circle จะไม่สามารถรับฝากเงินจากประชาชน, ปล่อยสินเชื่อ หรือให้บริการบัญชีเงินฝากได้ แต่จะเน้นการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและในอนาคตมีแผนบริหารเงินสำรองที่หนุนหลัง USDC ภายใต้การกำกับของ OCC โดยตรง

ธนาคารเริ่มกังวล Stablecoin อาจดึงเงินฝากออกจากระบบ

แม้ข่าวของ Circle จะได้รับการตอบรับเชิงบวกจากตลาดคริปโต แต่ฝั่งสถาบันการเงินกลับเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้น

รายงานของ Standard Chartered ประเมินว่า หาก Stablecoin เติบโตต่อเนื่อง เงินฝากในระบบธนาคารสหรัฐฯ อาจไหลออกสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 โดยเฉพาะธนาคารระดับภูมิภาคที่พึ่งพาเงินฝากจากลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก

สาเหตุสำคัญคือ Stablecoin เริ่มทำหน้าที่คล้ายบัญชีเงินสด สำหรับการชำระเงินและการโอนเงินทั่วโลก หากในอนาคตมีบริการผลตอบแทนหรือ Reward ที่แข่งขันกับบัญชีเงินฝากแบบเดิมได้ ผู้ใช้อาจเลือกถือ Stablecoin แทนการฝากเงินไว้กับธนาคาร

Stablecoin กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงิน

การได้รับใบอนุญาตของ Circle เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันกฎหมายกำกับ Stablecoin มากขึ้น ภายใต้กรอบของ GENIUS Act ซึ่งมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานสำหรับผู้ออก Stablecoin และเปิดทางให้สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมสามารถใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า การอยู่ภายใต้การกำกับของ OCC จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของ USDC และอาจเร่งให้ธนาคาร บริษัทชำระเงิน และองค์กรขนาดใหญ่เลือกใช้ Stablecoin เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการโอนเงินระหว่างประเทศมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน คู่แข่งรายใหม่อย่าง Open USD ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Visa, Mastercard และ Stripe ก็เริ่มเข้ามาแข่งขันกับ USDC อย่างจริงจัง ส่งผลให้ตลาด Stablecoin กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” แต่ยังรวมไปถึงเครือข่ายพันธมิตรและการกระจายการใช้งานด้วย


การที่ Circle ได้รับสถานะ Federal Trust Bank ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าระบบการเงินแบบดั้งเดิมและคริปโตกำลังหลอมรวมเข้าหากันมากขึ้น แม้ Circle จะยังไม่สามารถดำเนินธุรกิจแบบธนาคารพาณิชย์ได้ แต่การอยู่ภายใต้การกำกับของ OCC ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของ USDC อย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนตัวมองว่าประเด็นที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงการได้รับใบอนุญาตของ Circle แต่คือการที่ธนาคารเริ่มมอง Stablecoin เป็น “คู่แข่ง” อย่างจริงจัง หากตัวเลขเงินฝากที่คาดว่าจะไหลออกแตะระดับ 500,000 ล้านดอลลาร์เกิดขึ้นจริง เราอาจกำลังเห็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลก ซึ่ง Stablecoin จะไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ของนักลงทุนคริปโตอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการชำระเงินยุคใหม่

ที่มา : Circle, CryptoSlate, Reuters, CoinDesk