สรุปข่าว
- ปริมาณหมุนเวียนของ Bitcoin ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20.05 ล้านเหรียญซึ่งคิดเป็น 95.47% ของอุปทานสูงสุดที่กำหนดไว้ 21 ล้านเหรียญ ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับการออกเหรียญใหม่ในอนาคตเพียง 950,000 BTC เท่านั้น
- การคาดการณ์ระบุว่า Bitcoin เหรียญสุดท้ายจะถูกขุดขึ้นมาในช่วงปี 2140 ซึ่งเป็นผลมาจากกลไกการลดรางวัลบล็อกลงครึ่งหนึ่งหรือ Halving ที่จะเกิดขึ้นทุกสี่ปี โดยการลดลงของอัตราการออกเหรียญใหม่ในแต่ละรอบจะทำให้เศษส่วนสุดท้ายของเหรียญต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการขุด
- เมื่อการขุดเหรียญสุดท้ายเสร็จสิ้นลง นักขุดจะไม่ได้รับรางวัลจากการสร้างบล็อกใหม่อีกต่อไปและจะต้องพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเพียงอย่างเดียวเพื่อนำมาครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานและสร้างผลกำไรให้อยู่รอดได้ในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากการสิ้นสุดของการออกเหรียญใหม่เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ในโปรแกรมตั้งแต่ต้นและตลาดได้รับรู้ข้อมูลนี้แล้วแต่กลไกความขาดแคลนจะยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยรักษามูลค่าของสินทรัพย์ไว้ได้
เส้นทางของ Bitcoin สู่จุดสิ้นสุดของการขุดกำลังเป็นที่จับตามองอีกครั้งเมื่อข้อมูลล่าสุดจาก CoinMarketCap ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันมีเหรียญหมุนเวียนอยู่ในระบบแล้วถึง 20.05 ล้าน BTC หรือคิดเป็น 95.47% ของจำนวนสูงสุดที่ระบบกำหนดไว้ ด้วยตัวเลขนี้ทำให้เหลือ Bitcoin ให้ขุดอีกเพียง 950,000 เหรียญเท่านั้นก่อนที่จะถึงขีดจำกัดสูงสุดที่ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งเหตุการณ์การขุดเหรียญสุดท้ายนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 2140
กลไกสำคัญที่ทำให้การขุด 950,000 เหรียญที่เหลือต้องใช้เวลายาวนานกว่า 100 ปีคือระบบ Halving ที่ถูกฝังไว้ในโค้ดของเครือข่าย โดยระบบนี้จะทำหน้าที่ลดรางวัลที่นักขุดได้รับจากการสร้างบล็อกใหม่ลงครึ่งหนึ่งในทุกสี่ปี ปัจจุบันรางวัลบล็อกอยู่ที่ 3.125 BTC ทุกสิบนาที และการลดรางวัลครั้งต่อไปหรือ Halving รอบหน้าที่กำลังจะมาถึงถูกคาดการณ์จากข้อมูลของ OKLink ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนเมษายนปี 2028 ซึ่งจะทำให้รางวัลลดลงเหลือเพียง 1.5625 BTC การลดลงอย่างต่อเนื่องนี้จะทำให้อัตราการเกิดใหม่ของเหรียญช้าลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเศษส่วนสุดท้ายถูกขุดขึ้นมาสำเร็จ
สิ่งที่ Binance ได้ออกมาโพสต์ให้ความรู้เพิ่มเติมคือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศหลังจากปี 2140 เมื่อไม่มีเหรียญใหม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ในปัจจุบันนักขุดมีรายได้จากสองแหล่งคือรางวัลบล็อกและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม แต่เมื่อถึงวันนั้นรายได้จากรางวัลบล็อกจะกลายเป็นศูนย์ ทำให้นักขุดต้องพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการโอนเพียงอย่างเดียวเพื่อใช้เป็นทุนในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโครงสร้างเศรษฐศาสตร์บนบล็อกเชน
ที่มา:X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการออกแบบโครงสร้างอุปทานที่จำกัดของ Bitcoin คือความอัจฉริยะที่ทำให้สินทรัพย์นี้มีความโดดเด่นและทำหน้าที่เป็นตัวกักเก็บมูลค่าได้อย่างยอดเยี่ยม การที่ตลาดรับรู้ว่าในอนาคตจะไม่มีการสร้างเหรียญเพิ่มขึ้นมาอีกแล้วเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว แม้ว่าคำถามเรื่องผลตอบแทนของนักขุดในอนาคตเมื่อไม่มีรางวัลบล็อกจะยังเป็นที่ถกเถียง แต่ด้วยระยะเวลาที่ห่างไกลกว่าหนึ่งร้อยปี เครือข่ายยังมีเวลามากพอที่จะพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ หรือโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมมารองรับ หากคุณลงทุนในสินทรัพย์นี้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในตอนนี้คือการเติบโตของความต้องการใช้งานเครือข่ายและการยอมรับจากสถาบันการเงินซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักในการขับเคลื่อนราคาในทศวรรษหน้ามากกว่าความกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2140

