bitkub-banner

เคล็ดลับประธานบริษัท: Michael Saylor เผยหนังสือ 38 เล่ม ที่อ่านแล้วจะทำให้คุณเป็นคนที่เก่งขึ้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor แนะนำหนังสือ 38 เล่ม เพื่อช่วยพัฒนาวิจารณญาณการตัดสินใจของผู้นำในหลายมิติธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การเงินและนโยบายไปจนถึงเรื่องต่างๆ
  • หนังสือชุดนี้ปูพื้นฐานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ไม่ได้กล่าวถึงแค่ Bitcoin อย่างเดียว
  • Saylor กำชับว่าการอ่านในคราวนี้มีขึ้นเพื่อฝึกการตั้งคำถามและคิดวิเคราะห์โครงสร้างโลกจริง ไม่ใช่เพื่อสร้างความศรัทธาอย่างงมงายหรือเข้าข้างตนเอง

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Michael Saylor เผยแพร่หลักสูตรการอ่านหนังสือ 38 เล่ม 8 หมวดหมู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอ่านรวม 755 ถึง 953 ชั่วโมง เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาวิจารณญาณและการตัดสินใจของผู้นำยุคใหม่ โดยเนื้อหาไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ Bitcoin เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมมิติประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ยุทธศาสตร์สงคราม เศรษฐศาสตร์ รวมไปถึงวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี พร้อมเน้นย้ำว่าเป้าหมายของการอ่านคือการฝึกคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจโครงสร้างความเป็นจริงของโลก ไม่ใช่การอ่านเพื่อหาเหตุผลมาสนับสนุนความเชื่อเดิมของตนเอง

Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเผยแพร่หลักสูตรการอ่านหนังสือซึ่งรวบรวมไว้ทั้งหมด 38 เล่ม ที่เขาเชื่อว่าหลักสูตรนี้จะช่วยทำให้บรรดาผู้นำสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี ไปจนถึงนโยบายสาธารณะ

ก่อนหน้านี้ Saylor มักจะถูกแฟนคลับสอบถามอยู่เสมอว่าหนังสือเล่มใดบ้างที่มีส่วนช่วยหล่อหลอมความคิดของเขาให้เป็นแบบทุกวันนี้ ซึ่งแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่ Bitcoin เพียงอย่างเดียว Saylor กลับเปิดเผยหลักสูตรการอ่านที่ครอบคลุมเนื้อหาอย่างหลากหลาย ทั้งประวัติศาสตร์ สงคราม ความไม่แน่นอน เศรษฐศาสตร์ พลังงาน รวมถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยี

Saylor อธิบายถึงหนังสือชุดนี้ว่าเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาวิจารณญาณ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจในเรื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้าน นอกจากนี้ เขายังประเมินว่าการอ่านหนังสือทั้งหมดจนจบจะใช้เวลาประมาณ 755 ถึง 953 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับความเร็วในการอ่านของแต่ละบุคคล และมีรายละเอียดแบ่งเป็น 8 หมวดหมู่ได้ดังนี้

หมวดที่ 1 : ความทรงจำแห่งอารยธรรม จำนวน 12 เล่ม (294–359 ชั่วโมง)

หนังสือเล่มแรกที่ Michael Saylor แนะนำจะเป็นหนังสือชุดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ชื่อ “The Story of Civilization” ซึ่งแต่งโดย Will และ Ariel Durant  อันมีจำนวนด้วยกันทั้งหมด 11 เล่มประกอบไปด้วยเรื่องราวตั้งแต่ยุคโบราณมาจนถึงยุคของจักรพรรดินโปเลียน 

อย่างไรก็ตาม Saylor ได้แนะนำให้ผู้ที่สนใจอ่านหนังสือที่ชื่อ The Lessons of History จากผู้แต่งเดียวกันก่อนเป็นลำดับแรกจากนั้นจึงค่อยอ่าน 11 เล่มที่เหลือตามลำดับ เพราะหนังสือเล่มนี้จะเปรียบเหมือนการบอกบทสรุปคร่าวๆ ก่อนจะไปลงลึกเนื้อหาในแต่ละช่วงเพื่อเพิ่มความเข้าใจจนสามารถถอดบทเรียนได้มากขึ้น

หมวดที่ 2 : ภูมิศาสตร์ นิเวศวิทยา และการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียม (18-24 ชั่วโมง)

หลังจากที่ซึมซับประวัติศาสตร์อายธรรมมนุษย์แล้ว หนังสือเล่มถัดไปที่ Saylor แนะนำจะมีชื่อว่า Guns, Germs, and Steel โดย Jared Diamond มีจำนวนทั้งสิ้น 1 เล่ม โดยหนังสือเล่มนี้อธิบายว่าทำไมความมั่งคั่ง อำนาจ และเทคโนโลยีจึงกระจายไม่เท่ากัน โดยเน้นปัจจัยทางภูมิศาสตร์และระบบนิเวศ แต่ควรอ่านควบคู่กับการวิจารณ์เรื่องการลดทอนบทบาทของมนุษย์

หมวดที่ 3 : สงคราม-ยุทธศาสตร์-อำนาจของสาธารณรัฐ 5 เล่ม (90-117 ชั่วโมง)

ถัดมาจะเป็นการศึกษาเรื่องของสงคราม ซึ่งในมุมมองของ Saylor เขากล่าวว่าผู้นำที่ไม่เข้าใจสงครามมักจะเป็นผู้เริ่มก่อสงครามที่คิดว่าจะเอาอยู่แต่ความจริงแล้วไม่ ดังนั้นเขาจึงมีหลักง่าย ๆ คือ อย่าก่อสงครามที่จะแพ้ ไม่สามารถจ่ายไหว ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่สามารถจบลงด้วยเงื่อนไขที่คุณยอมรับได้

Saylor ได้แนะนำให้อ่านหนังสือที่ชื่อ A History of Warfare โดย John Keegan ก่อนในหมวดนี้เพื่อเข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องสู้กัน และทำไมเทคโนโลยีถึงทำให้ความสูญเสียยิ่งทวีคูณความโหดร้าย จากนั้นให้ไปอ่าน Livy’s History of Rome ซึ่งเป็นหนังสือเก่าแก่

แต่เดิมหนังสือดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 142 เล่ม แต่ปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียง 35 เล่ม และได้ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาอังกฤษ เป็นจำนวน 4 เล่ม โดยให้อ่านตามลำดับ Books 1–5, 6-10, 21-30 และ 31-45 

หมวดที่ 4 : ความไม่แน่นอน-ความเปราะบาง-ความรับผิดชอบ 5 เล่ม (54-69 ชั่วโมง)

Saylor ได้แนะนำหนังสือชุด Incerto ของ Nassim Nicholas ซึ่งจะประกอบไปด้วย Fooled by Randomness, The Black Swan, The Bed of Procrustes, Antifragile, และ Skin in the Game 

บทเรียนสำคัญของการอ่านหนังสือในหมวดนี้ จะเป็นการชี้ให้ว่าการคาดเดาเป็นเรื่องยากลำบาก การตอบสนองอย่างชาญฉลาดจึงไม่ใช่การสร้างแบบจำลองการคาดการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น หากแต่เป็นการจำกัดความเสียหายไม่ให้ถึงขั้นพังทลาย รักษาทางเลือกให้อยู่ในมือ ปรับทิศทางผลประโยชน์ให้สอดคล้องกัน และออกแบบระบบให้สามารถเรียนรู้จากความเปลี่ยนแปลงและความผันผวนได้อย่างแท้จริง

หมวดที่ 5 : การกระทำของมนุษย์-เสรีภาพ-อำนาจ 9 เล่ม (189-239 ชั่วโมง)

ในหมวดนี้จะประกอบไปด้วยหนังสือจำนวน 9 เล่ม จากผู้แต่งคนเดียวกันซึ่งคือ Murray Rothbard แต่ความพิเศษของหมวดหมู่ในการอ่านนี้จะมีเพียง 2 เล่มเท่านั้นที่จบในตัวในขณะที่เล่มอื่นจะมาเป็นชุด โดยมีรายละเอียดการอ่านตามลำดับดังนี้:

  • Man, Economy, and State with Power and Market (ถูกรวมจากสองเล่มเหลือเล่มเดียว)
  • The Ethics of Liberty (จบในตัว)
  • An Austrian Perspective on the History of Economic Thought เล่ม 1 และ 2
  • Conceived in Liberty เล่ม 1-5

การอ่านหนังสือของ Rothbard จะเป็นการอ่านเพื่อสร้างกรอบความคิดเชิงวิพากษ์ในการมองเห็น กระดูกโครงสร้างของเศรษฐกิจ สิทธิ และอำนาจรัฐ ทำให้เราเข้าใจว่ากลไกตลาดและเสรีภาพทำงานอย่างไร แทรกแซงแล้วเกิดผลเสียอะไร และเหตุใดเงินที่มั่นคงจึงสำคัญต่อโลกที่ถูกรัฐควบคุม

หมวดที่ 6 : ทุน องค์กร และอำนาจสถาบัน 2 เล่ม (48-62 ชั่วโมง)

ภายในหมวดที่หก Saylor ได้มีการแนะนำหนังสือ Titan และ The House of Morgan โดย Ron Chernow เพื่อทำให้เราเข้าใจว่าความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดแค่จากตัวเงิน แต่เกิดจาก วินัย ระบบ ความน่าเชื่อถือ และเครือข่ายอำนาจ ที่โต้ตอบกับรัฐและประชาชนอยู่ตลอดเวลา

หมวดที่ 7 พลังงาน ความรู้ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 3 เล่ม (52-70 ชั่วโมง)

ในหมวดถัดมา Saylor ได้มีการแนะนำหนังสือ 3 เล่มจากสามคน โดยเล่มแรกจะเป็น The Prize โดย Daniel Yergin ตามด้วย The Beginning of Infinity โดย David Deutsch แต่ที่น่าสนใจเลยก็คือ Saylor ได้มีการแนะนำให้อ่านหนังสือของตัวเขาเองที่ชื่อ The Mobile Wave ในหมวดนี้ โดยถึงแม้ว่าจะมีความลังเลถึงความเหมาะสม แต่เขาก็อยากให้ทุกคนได้อ่าน

หมวดที่ 8 : Bitcoin และเงินที่ดี 1 เล่ม (10-13 ชั่วโมง)

สุดท้ายนี้คงจะขาดไปไม่ได้สำหรับชาว Bitcoiner ทุกคนอย่างหนังสือ The Bitcoin Standard โดย Saifedean Ammous เพื่อทำให้เราเข้าใจถึงคุณสมบัติของเงินที่ดี และทำไมตัวของ Saylor ถึงเลือกที่จะเชื่อมั่นใน Bitcoin 

เขาแนะนำว่าผู้อ่านควรที่จะเริ่มหนังสือเล่มนี้ก็ต่อเมื่ออ่านหนังสือในหมวดที่ 5 และ หมวดที่ 7 เสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น เนื่องจากหนังสือก่อนหน้าถือเป็นสิ่งจำเป็นในการอธิบายถึงคอนเซ็ปต์หลักของ เงิน ความรู้ พลังงาน และการเมือง ก่อนที่ Bitcoin Standard จะรวมทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน และพออ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้วก็ให้ไปอ่าน Bitcoin Whitepaper ของ ซาโตชิ นากาโมโตะ เพื่อปิดจบเป็นอันเสร็จสิ้นหลักสูตรที่ยาวนานนี้

อย่างไรก็ตาม Saylor กำชับว่า หนังสือแต่ละเล่มที่เขาแนะนำนั้นไม่ควรอ่านโดยไม่ระมัดระวังและนักอ่านก็ควรตั้งคำถามถึงสิ่งที่เรียนรู้ไปเสมอ เพราะเป้าหมายของการเรียนรู้คือการสร้างกรอบวิเคราะห์ที่มองเห็นโครงสร้าง ความเป็นจริง และการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ใช่การหาเหตุผลมาสนับสนุนตนเอง นี่จึงเป็นการอ่านเพื่อฝึกคิดไม่ใช่ฝึกเชื่อ