สรุปข่าว
- ข้อมูลจาก FBI ระบุว่าชาวรัฐเท็กซัสตกเป็นเหยื่อหลอกโอนเงินผ่านตู้ Crypto ATM เสียหายสูงถึง 56.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นยอดความเสียหายที่สูงที่สุดในบรรดาทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา
- มิจฉาชีพมักใช้เทคโนโลยี AI โทรปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อข่มขู่เหยื่อให้ถอนเงินสดไปใส่ตู้ที่ตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อกว่า 4,000 ตู้ทั่วรัฐ ก่อนจะโอนเข้า Wallet ปริศนาที่ติดตามคืนได้ยาก
- สมาชิกสภาแห่งรัฐเท็กซัสเตรียมผลักดันกฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาดซึ่งอาจถึงขั้นสั่งแบนตู้ประเภทนี้ ตามรอยรัฐอินเดียนา เทนเนสซี และมินนิโซตาที่ได้ประกาศแบนตู้ Bitcoin ATM ไปแล้วก่อนหน้านี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากกระแสการสั่งแบนตู้ Crypto ATM ในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกาอาจส่งผลกระทบต่อช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนรายย่อยและกดดันความเชื่อมั่นในภาพรวม
สภาผู้แทนราษฎรรัฐเท็กซัสกำลังพิจารณาออกมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการกับตู้ Crypto ATM หลังจากได้รับรายงานความเสียหายจาก FBI ว่าชาวเมืองเท็กซัสตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพและสูญเสียเงินผ่านตู้เหล่านี้สูงถึง 56.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติความเสียหายที่สูงที่สุดในบรรดาทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา โดยภาพรวมความเสียหายจากตู้ลักษณะนี้ทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 58% รวมเป็นมูลค่ากว่า 389 ล้านดอลลาร์
หลักการทำงานของตู้เหล่านี้คือการรับเงินสดแล้วเปลี่ยนเป็น Crypto โดยตรง ซึ่งมักจะตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อทั่วไป โดยในรัฐเท็กซัสเพียงรัฐเดียวมีตู้กระจายอยู่มากกว่า 4,000 ตู้ กลุ่มมิจฉาชีพมักจะใช้เทคโนโลยี AI ในการสร้างเสียงเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐเพื่อโทรศัพท์ข่มขู่และหลอกลวงเหยื่อให้ไปถอนเงินสดจากธนาคารมาฝากเข้าตู้ จากนั้นเงินจะถูกโอนไปยัง Wallet ปริศนาและถูกส่งต่อไปยังระบบผสมเหรียญเพื่ออำพรางร่องรอย ทำให้การติดตามเงินทุนกลับคืนมาแทบจะเป็นไปไม่ได้
จากปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้สมาชิกสภาแห่งรัฐเท็กซัสส่งสัญญาณว่าอาจจะใช้มาตรการที่มากกว่าแค่การกำกับดูแล โดยอาจเป็นการสั่งห้ามหรือแบนตู้เหล่านี้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งหากมีการผ่านกฎหมายจริง รัฐเท็กซัสก็จะเป็นอีกหนึ่งรัฐที่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามหลังรัฐอินเดียนา เทนเนสซี และมินนิโซตา ที่ได้สั่งแบนตู้ Bitcoin ATM ไปก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะที่อีกกว่า 30 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกาก็เริ่มมีการจำกัดวงเงินการทำรายการต่อวันเพื่อปกป้องผู้บริโภค
ที่มา: decrypt
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการสั่งแบนตู้ Crypto ATM ในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกาแม้จะส่งผลกระทบต่อช่องทางการซื้อขาย Crypto ของผู้ใช้งานระดับฐานราก แต่ก็ถือเป็นมาตรการจำเป็นในการปกป้องผู้บริโภคจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่นับวันจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ การที่มิจฉาชีพนำเทคโนโลยี AI มาใช้ร่วมกับช่องโหว่ของตู้แลกเงินสดกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมเสียหาย หากภาครัฐสามารถจัดระเบียบและปิดช่องโหว่เหล่านี้ได้สำเร็จ ก็จะเป็นผลดีต่อการยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัลระยะยาว

