สรุปข่าว
- Tom Lee ยืนยันผ่านสื่อว่าเจ้าตัวยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin แต่เลือกให้ BitMine เดินหน้าสะสม Ethereum เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัท
- Lee ระบุว่าที่ BitMine เลือก Ethereum นั้นเป็นผลมาจากเรื่องของโครงสร้างเพราะเขามองว่าบริษัทนั้นมีโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมกว่า
- ปัจจุบัน BitMine กลายเป็น บริษัทมหาชนที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก และยังคงตั้งเป้าสะสม ETH ต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบตอราคา : Bullish
การที่นักลงทุนสถาบันระดับสูงอย่าง Tom Lee ยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อ Bitcoin พร้อมเดินหน้าสะสม Ethereum ผ่านบริษัทมหาชน สะท้อนว่าทุนสถาบันยังคงมองคริปโตเป็นสินทรัพย์ระยะยาว โดยเฉพาะ Ethereum ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากกระแส Tokenization และการใช้งานบนเครือข่าย
ยังเชื่อมั่นใน Bitcoin
Tom Lee ประธานกรรมการของ BitMine Immersion Technologies และผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat Global Advisors เปิดเผยว่า แม้เขาจะยังคง “Bullish ต่อ Bitcoin” แต่เหตุผลที่ BitMine เลือกสร้างคลังสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย Ethereum เป็นหลักนั้น มาจากโครงสร้างทางการเงินของบริษัทที่เอื้อต่อการสะสม ETH มากกว่า BTC
Lee อธิบายว่า สำหรับการลงทุนใน Bitcoin เขายังคงเลือกถือหุ้นของ Strategy เพื่อรับผลตอบแทนจากการเคลื่อนไหวของ BTC ขณะที่ BitMine ถูกออกแบบให้เป็นบริษัทที่มุ่งเน้น Ethereum โดยเฉพาะ
BitMine เดินหน้าสร้างคลัง Ethereum ใหญ่ที่สุดในโลก
BitMine ได้เร่งสะสม ETH อย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันกลายเป็น บริษัทมหาชนที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก และเป็นคลังคริปโตรายใหญ่รองจาก Strategy ซึ่งถือ Bitcoin เป็นหลัก
Tom Lee มองว่า Ethereum กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกการเงินยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการ Tokenize สินทรัพย์ในโลกจริง (RWA), Stablecoins, DeFi รวมถึงการใช้งานด้าน AI ที่ต้องอาศัยเครือข่ายบล็อกเชนที่เปิดกว้างและเป็นกลาง
Bitcoin และ Ethereum ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นสินทรัพย์คนละบทบาท
แม้ BitMine จะเน้น Ethereum แต่ Lee ย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าเขาลดความเชื่อมั่นใน Bitcoin โดยเขามองว่า Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะที่ Ethereum มีศักยภาพในฐานะแพลตฟอร์มที่รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและบริการทางการเงินบนบล็อกเชน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นสถาบันเริ่มแบ่งบทบาทของ BTC และ ETH อย่างชัดเจน แทนที่จะมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่แข่งขันกันโดยตรง
คำให้สัมภาษณ์ของ Tom Lee แสดงให้เห็นว่า แม้ Bitcoin จะยังเป็นสินทรัพย์หลักสำหรับการเก็บมูลค่า แต่ Ethereum กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินยุคใหม่ การที่ BitMine เดินหน้าสะสม ETH อย่างต่อเนื่องอาจเป็นอีกสัญญาณว่ากระแสเงินทุนจากสถาบันกำลังเริ่มกระจายเข้าสู่ Ethereum มากขึ้น ไม่ใช่เพียง Bitcoin เพียงอย่างเดียว หากแนวโน้มการ Tokenization และการใช้งาน Stablecoin เติบโตต่อ ETH ก็อาจเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดในรอบวัฏจักรถัดไป
ที่มา : Coinbureau, CoinDesk, The Block

